หน้าแรก การเมือง ‘แพทองธาร’ชูง...

‘แพทองธาร’ชูงบปี’69 ใช้จ่ายคุ้มค่า-เกิดประโยชน์สูงสุด

16.01.25 | 12:00 น.

‘แพทองธาร’ชูงบปี’69 ใช้จ่ายคุ้มค่า-เกิดประโยชน์สูงสุด

หมายเหตุน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาและมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 กรอบวงเงินงบประมาณ 3,780,600 ล้านบาท ให้กับตัวแทนกระทรวง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตัวแทนเหล่าทัพ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟัง ที่อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 15 มกราคม

สวัสดีปีใหม่ทุกท่าน วันนี้อยากให้ทุกคนลองมารับฟังและพูดคุยกันดูว่าเราอยู่ในสถานการณ์อย่างไรบ้างของประเทศ อยากให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกันและอยู่ในเรื่องเดียวกัน การตั้งงบประมาณจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกันบนพื้นฐานความเข้าใจเดียวกัน วันนี้ประเทศเราเจอเรื่องท้าทายมากมายและมีความเดือดร้อนของประชาชนในทุกมิติที่รัฐบาลอยากเร่งแก้ไข ซึ่งการวางแผนงบประมาณเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากและการวางแผนงบประมาณในปี 2569 ค่อนข้างจะมีอย่างจำกัด เราจึงต้องมาพูดคุยว่าเราอยู่ในสถานการณ์อย่างไรและจะทำอย่างไรให้งบประมาณนี้เป็นงบประมาณที่มีประสิทธิภาพเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด

ขอตั้งเป้าหมายการจัดทำงบประมาณในปี 2569 เพื่อให้เกิดการเติบโต เกิดประสิทธิผล ใช้งบอย่างแม่นยำตรงเป้าหมายมากขึ้น 3 ข้อ คือ 1.การเติบโตทางประสิทธิผล จะไม่ลดสัดส่วนงบลงทุนและอุดหนุน เพื่อสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง 2.ไม่เพิ่มงบดำเนินงาน เน้นเพิ่มประสิทธิผล แต่ไม่เพิ่มงบประมาณ และ 3.ไม่เพิ่มอัตรากำลัง เน้นพัฒนากำลังคนให้มีประสิทธิภาพ และดูแลสวัสดิการให้ทั่วถึงเท่าเทียม

ศักยภาพของคนไทยมีอยู่แต่หลายปีที่ผ่านมานี้เราไม่สามารถเติบโตได้ เกิดจากศักยภาพที่มีรายได้ไม่ทันรายจ่ายที่มีอยู่ จึงทำให้เกิดปัญหาตามมามากมายไม่ว่าจะเป็นหนี้ครัวเรือน หรือหนี้ต่างๆ ที่เจอกันทุกวันนี้ และต้องเป็นปัญหาในเรื่องของการรับมือสภาพคล่องการจ้างงาน

Advertisement

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องสังคมสิ่งแวดล้อมที่ยังต้องรอการแก้ไข เชื่อว่าประเทศไทยของเรา สิ่งที่อยู่ในประเทศ ทรัพยากรต่างๆ มีศักยภาพมาก และคนไทยเป็นคนที่มีศักยภาพมาก บางทีคนที่เรียนเก่งทำงานเก่งแต่โอกาสไปไม่ถึง รัฐบาลต้องช่วยผลักดันเรื่องนี้โดยสร้างโอกาสให้กับประชาชน กระจายความเท่าเทียมและสวัสดิการให้เข้าถึงทุกคนทุกพื้นที่

ส่วนการเติบโตด้านเศรษฐกิจเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนของประเทศไทย ทำให้ประชาชนได้กลับมากินดีอยู่ดีอีกครั้ง ที่สำคัญ สิ่งที่อยากมองเห็นต่อไปในอนาคต เมื่อศักยภาพเกิดขึ้นกับคนไทยสามารถแข่งขันได้กับทั่วโลก ยืนแข่งขันบนเวทีโลกได้อย่างสง่างาม ซึ่งรัฐบาลจะผลักดันต่อไปในเรื่องนี้

การทำงบประมาณจะสอดรับกับนโยบายที่เคยพูดในสภาในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ เช่น การแก้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ ขยายโอกาสในเรื่องของ Soft Loan ที่สนับสนุน SME หากทำได้จะส่งเสริมรายได้ของประเทศ และสนับสนุนการเจริญเติบโตจีดีพีได้แน่นอน รวมถึงโครงการรัฐบาลคุณสู้เราช่วย ร่วมกับสถาบันการเงินในการลดค่างวดและพักดอกเบี้ย 3 ปี

นโยบายพวกนี้ที่ทำไปเป็นการสนับสนุน การแก้หนี้ครัวเรือนทั้งระบบ, นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกเทคโนโลยี สำหรับเรื่องการท่องเที่ยวประเทศไทยมีศักยภาพอยู่แล้วคนมาเที่ยวมากมาย เพราะประเทศเราสวยงาม คนไทยมีบริการที่ดี ซึ่งตอนนี้ตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยเยอะ หลังเกิดโควิดเชื่อว่าภายในปีนี้ตัวเลขจะกลับมาอย่างแน่นอน ล่าสุดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1-12 ม.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวถึง 1.3 ล้านคน รายได้ 66,000 ล้านบาท ตรงนี้เป็นผลพลอยได้จากฟรีวีซ่าที่สมัยนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน และรัฐบาล ต้องให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 3.5 ล้านล้านบาท เป็นเป้าหมายที่จะผลักดันต่อไป

ส่วนเรื่องของอุตสาหกรรม SME ตอนนี้งบประมาณที่ช่วยโอบอุ้ม SME ไทยให้ปรับตัวแข่งขันได้ในเวทีโลก เราพยายามโฟกัสทั่วโลกมีความต้องการอะไรบ้าง และการพร้อมผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว การใช้พลังงานสะอาด และปรับโครงสร้างเรื่องของพลังงานและค่าไฟให้ถูกลง ปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำสัญญาซื้อขายพลังงานโดยตรง และโลกของ AI เข้ามาเราจะใช้พลังงานมากขึ้น ส่วนโครงสร้างพื้นฐาน เราต้องการให้ประเทศของเราเป็นศูนย์กลางคมนาคม เป็นโลจิสติกส์ ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มของประเทศ พัฒนาระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ

ด้านการต่างประเทศ ได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น และสัปดาห์หน้านี้ดิฉันจะต้องไปประชุม World Economic forum 2025 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีคนหลายภาคส่วนจากทั่วโลก CEO บริษัทดังมารวมตัวกัน การประชุมนี้สำคัญมาก เพราะเป็นการเซตว่าปีนี้ทั่วโลกรัฐบาลผู้นำแต่ละประเทศกำลังจะทำอะไรและมุ่งเน้นไปทางไหน ตรงนี้จะเป็นโอกาสที่จะได้ไปย้ำจุดยืนว่าประเทศไทยมีศักยภาพพร้อมที่จะลงทุนดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ ตรงนี้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเวทีสำหรับผู้นำใหม่ด้วย ก็จะไปแนะนำตัวกันที่นั่นและแสดงจุดยืนว่าประเทศไทยมีความพร้อมแค่ไหนที่มีผู้นำคนใหม่ พร้อมอย่างไร นับเป็นโอกาสที่ดีต่อไป

ด้านการเกษตร เราต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในสินค้าต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ตรงนี้สำคัญสามารถผ่าน Soft Power ได้ ไม่ว่าจะเป็นพืชผลต่างๆ ที่เกษตรกรผลิตออกมาสามารถไปอยู่บนโต๊ะอาหารเวทีโลกได้ ตรงนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลมองเห็นและอยากผลักดันเรื่องนี้ทำให้เม็ดเงินต่างๆ กลับเข้ามาสู่เกษตรกรของเรา

ด้านสังคม รัฐบาลตั้งใจสร้างความเสมอภาคให้ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ เช่น มอบที่ราชพัสดุ เป็นที่ดินทำกินให้กับประชาชน ที่ จ.นครสวรรค์ ให้ประชาชนทำการเกษตร สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดิน นำรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวเป็นสิ่งที่รัฐบาลมีนโยบายในการดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีคนได้รับสิทธิแล้วในพื้นที่ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะผลักดันให้ชีวิตคนเรามีรายได้มากขึ้น

ด้านการศึกษา จะดึงนโยบายกลับมาใช้คือการให้ทุนการศึกษา 1 คน 1 อำเภอ เพื่อให้เขามีโอกาสได้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศหรือคนที่อยู่ต่างจังหวัดก็สามารถเรียนในมหาวิทยาลัยดังๆ ได้ รวมถึงเรื่องของการทำให้คนไม่หลุดออกจากการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมเยาวชนในอนาคตพร้อมสำหรับธุรกิจสำหรับงานและอาชีพในอนาคต ตอนนี้รัฐบาลกำลังดูเรื่องการลงทุนสิ่งที่ยังขาดคือศักยภาพ ซึ่งต้องให้บริษัทนั้นๆ ฝึกอาชีพคนเราด้วย เป็นภาพต่อเนื่อง ที่จะต้องสร้างโอกาสตรงนี้ให้มากขึ้นโดยเร็ว ส่วนเรื่อง Soft Power ไม่ว่าจะเป็นการอัพสกิล รีสกิล ควรปรับตัวให้ทันกับโลกศตวรรษที่ 21 เรื่องของที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยต่างๆ ตอนนี้ก็ทำบ้านของคนไทยโดยวันศุกร์ ที่ 17 ม.ค.นี้ จะให้เห็นภาพว่ามีหน้าตาอย่างไร ถามว่าทำไมต้องมีบ้าน เพราะบางคนอาจจะเช่าห้องอยู่แล้วมีที่อยู่ แต่เขาไม่มีสิทธิความเป็นเจ้าของ เด็กจบใหม่กว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านได้ราคาบ้านก็ขึ้นไปหมดแล้ว ฉะนั้นอันนี้ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าของบ้าน นั่นคือแรงผลักดัน เหมือนเรากลับบ้านแล้วสบายใจมีความสุขมีแรงในวันรุ่งขึ้นที่จะออกไปทำงานต่ออันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลมองเห็นและคิดว่าคนไทยควรจะมีเกียรติมีศักดิ์ศรีในการที่จะมีที่อยู่เป็นของตัวเอง อันนี้คือสิ่งที่จำเป็น

เรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำท่วม น้ำแล้ง รัฐบาลมีแผนเร่งด่วนระยะกลาง ระยะยาว นี่คือสิ่งที่ได้พูดกันก่อนหน้านี้แล้ว ความมั่นคงในเรื่องของกองทัพ เราจะต้องมีความมั่นคงด้านการทหารสำคัญมากๆ อย่างยิ่งคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาปรับใช้กับความมั่นคงด้วยและแน่นอนสิ่งที่ดูกันต่อไปคือความพร้อมแลกเปลี่ยนทำรูปแบบการเกณฑ์ทหารให้เป็นการสมัครใจ

รวมถึงการบริหารรัฐ ด้านกฎระเบียบต่างๆ การลงทุนมีเรื่องกฎระเบียบ ที่ไม่ได้ถูกทบทวนมายาวนาน 20-30 ปีวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแต่กฎหมายยังเป็นแบบเดิม

ซึ่งอันนี้แต่ละกระทรวงได้รับพิจารณา จะสามารถแก้ไขอย่างไร เพื่อให้คนที่จะเข้ามาลงทุนต่างๆ คล่องตัวและสะดวก ตรงนี้เป็นสิ่งที่บีโอไอได้พยายามเสนอต่อผู้ที่จะมาลงทุนว่าเราสามารถที่จะพิจารณาขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้ให้น้อยลงได้ ขณะที่เรื่องประชาธิปไตยรัฐธรรมนูญ เพื่อรับมือกับข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการพี่น้องประชาชนเราจะมุ่งสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ทั้งนี้นโยบายที่สำคัญของรัฐบาลเป็นนโยบายเร่งด่วน ระยะกลาง หรือนโยบายระยะยาว

งบประมาณ 2569 นี้ เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ไม่มาก ในขณะที่มีรายจ่ายมาก ดังนั้นในการจัดสรรงบประมาณ ขอให้ทุกหน่วยพิจารณาการปรับขึ้นเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และไม่สร้างรายจ่ายประจำให้เพิ่มขึ้น เพราะจะสะสมไปทุกปี และมาปรับเปลี่ยนอะไรค่อนข้างจะต้องใช้เวลา ซึ่งรอบปีเจอรายจ่ายประจำอยู่แล้ว ขอให้ทุกหน่วยต้องร่วมกันจะลดรายจ่ายประจำว่าจะทำอย่างไร

ทั้งนี้การใช้งบดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลให้สอดรับในแต่ละด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ อาทิ การลงทุนโครงการพื้นฐาน รวมถึงด้านพลังงาน ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต คือ เรื่องสาธารณสุข การศึกษา ซอฟต์พาวเวอร์ ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ยาเสพติดและอาชญากรรมออนไลน์ด้วยวิธีการเด็ดขาด รวดเร็วมีประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างดิฉันยังถูกหลอกเลยแก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างเป็นผู้นำประเทศหนึ่งพร้อมกับส่งเสียงให้คลิกไปดูและให้ทำการบริจาคและทำให้เกือบหลงชื่อ ด้านความมั่นคง ด้านการบริหารรัฐกิจ สู่การเป็นดิจิทัล

แนวทางการจัดทำงบประมาณ 2569 ขอให้ยึดตามมติคณะรัฐมนตรี ใน 4 ประเด็น 1.ให้กระทรวงการคลัง จัดเก็บรายได้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอขับเคลื่อนนโยบายสำคัญ 2.ใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้มีความคุ้มค่าประหยัดและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน 3.นำเงินนอกงบประมาณหรือแหล่งเงินอื่นมาใช้ดำเนินการเป็นลำดับแรกเพื่อลดภาระงบประมาณของประเทศ และ 4.เร่งรัดเบิกจ่ายงบลงทุนรัฐวิสาหกิจพิจารณาลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจูงใจภาคเอกชนและนักลงทุนจากต่างประเทศ

สิ่งสำคัญที่มาพูดคุยกันในวันนี้ ไม่ใช่เพียงแต่เรื่องของการทำงบประมาณ แต่ยังรวมไปถึงวิธีการ เป้าหมาย หวังว่าข้าราชการทุกคนจะช่วยกันเปลี่ยนแปลงให้เกิดการใช้งบประมาณที่มีประโยชน์ที่สุดและเป็นงบประมาณที่จะสามารถเป็นความหวังสร้างโอกาสให้กับประชาชนได้เราต้องทำให้ประชาชนเชื่อว่าข้าราชการเกือบ 2 ล้านคน สามารถดูแลประชาชน 66 ล้านคน ได้อย่างปลอดภัยและใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า

วันนี้ที่มาพูดอยากให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันเห็นปัญหาร่วมกันและพร้อมที่จะปรับตัวเข้าสู่โลกที่ปรับตัวอย่างรวดเร็วไปพร้อมๆ กันและแน่นอนเรามีหน้าที่ดูแลประชาชนสร้างความหวังสร้างโอกาสให้ประชาชน