นราธิวาส – สื่อสันติภาพชายแดนใต้ ประณามเหตุวางบึ้ม ทำสูญเสีย 2 ครูตชด.พ่อลูก – ทหารไล่ล่าผู้ก่อเหตุ
กรณีคนร้ายลอบวางระเบิดแล้วใช้อาวุธปืนจ่อยิงซ้ำ พ.ต.ท.สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ ครูใหญ่โรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ช่างกลปทุมวันอนุสรณ์ 13 และ ด.ต.โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ครูสอนวิชาเกษตร โรงเรียนเดียวกัน ซึ่งเป็นพ่อลูกกัน เสียชีวิต ก่อนที่คนร้ายจะขโมยอาวุธปืน 2 กระบอก หลบหนีไปบนถนนสายศรีสาคร-ลูโบ๊ะยือริง ช่วงบริเวณบ้านไอร์กือแด หมู่ 4 ต.ศรีบรรพต อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมานั้น
ล่าสุด (16 ม.ค.) สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ได้ออกหนังสือแถลงการณ์ เรื่องการใช้ความรุนแรงต่อครู โดยในหนังสือแถลงการณ์ ระบุว่า จากเหตุการณ์วันอังคารที่ 14 มกราคม 2568 บนถนนสายศรีสาคร-ลูโบ๊ะยือริง ช่วงบริเวณบ้านไอร์กือแด หมู่ 4 ตำบลศรีบรรพต อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ซึ่งรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ถูกโจมตีโดยผู้ไม่หวังดี ส่งผลมีผู้เสียชีวิต 2 นาย คือ พันตำรวจโท สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ และดาบตำรวจ โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ซึ่งทั้งสองเป็นบุคลากรทางการศึกษาที่โรงเรียน ตชด.บ้านตืองอ ดังข้อมูลที่ปรากฏในข่าวแล้วนั้น
สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และขอร่วมไว้อาลัยต่อการสูญเสียที่มิอาจประเมินค่าได้ ทั้งนี้ขอประณามการกระทำของผู้ก่อเหตุและกลุ่มคนที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง อันเป็นการกระทำที่โหดร้ายทารุณ ไร้มนุษยธรรม ละเมิดสิทธิมนุษยชน และไร้ซึ่งหลักมนุษธรรม ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการลิดรอนชีวิตของเพื่อนมนุษย์ แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษา ความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนความสงบสุขของพี่น้องประชาชน ดังนั้นสมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้จึงขอยื่นข้อเรียกร้อง 2 ประการ ดังนี้
1.ขอให้กลุ่มผู้กระทำความรุนแรงยุติการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและทำลายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ทันที 2.การทำร้ายบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงเป็นการลิดรอนชีวิตและทรัพยากรบุคคลที่สำคัญ แต่ยังเป็นการบั่นทอนความหวังของเยาวชนในพื้นที่ จึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ สร้างความเชื่อมั่นและเร่งสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้แก่ประชาชนโดยเร็ว สมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ยังคงยืนหยัดในจุดยืน พร้อมให้การสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ ปฏิเสธการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ และส่งเสริม สนับสนุน ยอมรับในการอยู่ร่วมกันของสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วยความเคารพในสิทธิและศักดิ์ศรีของทุกชีวิต ลงชื่อสมาคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้
ส่วนความคืบหน้าในการติดตามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุนั้น พ.อ.พัศวีร์ โปชะดา ผบ.ฉก.ทพ.49 ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพรานสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดป่าภูเขา บังคับใช้กฎหมายในการกระจายกำลังตรวจค้นบ้านพักต้องสงสัย ที่คาดว่าเป็นสมาชิกแนวร่วมของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ในรัศมี 8 กม.จากจุดเกิดเหตุ ด้วยการแกะรอยจากประจักษ์พยานหลักฐานที่ตรวจพบ ซึ่งหลังคนร้ายก่อเหตุลอบวางระเบิดแล้ว บุกชาร์จใช้อาวุธปืนยิงจ่อศีรษะ ทั้ง 2 คนแล้ว คนร้ายได้เดินลัดเลาะป่าที่รกทึบมุ่งหน้าหลบหนีไปด้านหลังของมัสยิดบ้านไอร์กือแด ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร
จากการประเมิน และวิเคราะห์การก่อเหตุในครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของแกนนำระดับปฏิบัติการ ซึ่งเคยร่วมกันก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ของคณะ พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นรองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่บริเวณริมถนนบ้านไอร์กาแซ หมู่ 6 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ชุด อี.โอ.ดี. เสียชีวิต 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย

