จุลพงษ์ บี้ รองปลัดมท. เพิกถอนสิทธิที่ดินอัลไพน์ ส่งคืนให้วัด ขู่ระวังเจอคุกหากยังเฉย เล็งตั้งกระทู้ถาม อนุทิน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 มกราคม ที่รัฐสภา นายจุลพงษ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงว่า ตนขอเตือนไปยัง นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ รองปลัดมหาดไทย ที่รับผิดชอบกรณีที่ดินอัลไพน์ สั่งการเพิกถอนการขายที่ดินระหว่าง มูลนิธิมหามงกุฎราชวิทยาลัย ในฐานะผู้จัดการมรดก ของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา กับกลุ่มบริษัทอัลไพน์ ในฐานะผู้ซื้อโดยเร็ว โดยจะใช้วิธีตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหมือนกรณีที่ดินเขากระโดงไม่ได้แล้ว เพราะอธิบดีกรมที่ดินคนปัจจุบันเคยให้สัมภาษณ์ว่ากรณีเขากระโดงไม่เหมือนกรณีที่ดินอัลไพน์ ซึ่งหมายความว่ากรณีเขากระโดงเป็นการออกโฉนดและเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ต่างจากกรณีที่ดินอัลไพน์เพราะเป็นเรื่องของการเพิกถอนนิติกรรมการโอนที่ดิน
นายจุลพงษ์กล่าวว่า จากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.รมว.มหาดไทย ออกมายอมรับว่า นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อดีตรมช.มหาดไทย เคยลงนามให้มหาดไทยดำเนินการตามกฎหมาย คือเห็นชอบการเพิกถอนการจดทะเบียนนิติกรรมการโดยขายที่ดิน โดยมีการอ้างถึงความเห็นของคณะกรรมการกฤษฏีกาว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของธรณีสงฆ์จึงโอนขายเชิงพาณิชย์ไม่ได้ และนายชาดาได้ลงนามไปตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2567 ก่อนที่จะพ้นตำแหน่งรมช.มหาดไทย อีกทั้งล่าสุดปลัดมหาดไทยยังให้สัมภาษณ์ว่าเรื่องนี้อยู่ในการพิจารณาของนายชำนาญวิทย์ แต่ตอนนี้นายชำนาญวิทย์ก็ยังไม่ออกคำสั่งยกเลิกคำสั่งของอดีตรองปลัดมหาดไทยในขณะนั้น ซึ่งตนเป็นห่วงว่านายชาญวิทย์กำลังสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดตามมาตรา 49 -54 เรื่องการเพิกถอนคำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)วิธีปฏิบัติราชการทางการปกครอง ปี 2539 ที่บัญญัติ“ ต้องเพิกถอนคำสั่งที่ออกมาเพื่อ เพราะมีการชักจูงโดยการให้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย”ฃเพราะคำสั่งของอดีตรองปลัดมหาดไทยคนดังกล่าว ทางศาลอาญาทุจริตฯวินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำสั่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นตามกฎหมายแล้วนายชำนาญวิทย์ต้องยกเลิกคำสั่งที่มิชอบได้เองโดยไม่ต้องมีผู้ร้องหรือให้รัฐมนตรีสั่งการแต่อย่างใด
“ผมขอเตือนไปยังนายชำนาญวิทย์ว่าท่านต้องรีบเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้ที่ดินที่เป็นธรณีสงฆ์ตามความเห็นของกรรมการกฤษฏีกา กลับมาเป็นของวัดธรรมิการามวรวิหาร ตามพินัยกรรมของยายเนื่อม และอาจจะรวมไปถึงปลัดมหาดไทยที่หากไม่ดำเนินการ โดยคิดว่าแม่นยำในข้อกฎหมาย และระเบียบราชการคงไม่มีใครทำท่านได้ ผมขอให้ดูกรณีอดีตรองปลัดมหาดไทยเป็นตัวอย่าง ที่ถูกลงโทษจำคุ2 ปี และหากนายชาญวิทย์ยังละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย อาจเจอข้อหาดังกล่าวเช่นกัน ในส่วนของสภาฯ หากข้าราชการประจำไม่ขยับ คือไม่ทำอะไรเลยภายใน2-3 เดือนจากนี้ ผมจะตั้งกระทู้ถามนายอนุทิน ว่าสั่งให้ข้าราชการกระทรวงมหาดไทยปฏิบัติตามกฎหมายในกรณีที่ดินอัลไพน์อย่างไร”นายจุลพงษ์ กล่าว

