กมธ.สว.เร่งสอบโรงงานปราจีน ลอบขนขยะสารพิษ เจออุปกรณ์ตัดสัญญาณมือถือ โพยส่วยจนท.รัฐ
เมื่อวันที่ 17 มกราคม กรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรรมาธิการพาณิชย์ อุตสาหกรรม วุฒิสภา ลงพื้นที่ติดตามกรณีทุนจีนอิทธิพลลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อันตรายมาชำแหละในเมืองไทยแบบผิดกฎหมาย เป้าหมายคือ ขยายผลการตรวจสอบ โรงงานแห่งหนึ่ง ที่ตั้งอยู่ใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งบริษัทแห่งนี้เคยถูกเจ้าหน้าที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี และกรมโรงงานอุตสาหกรรม มีคำสั่งห้ามประกอบกิจการโดยไม่รับอนุญาต โดยห้ามเคลื่อนย้ายสิ่งของ วัสดุ เครื่องจักร ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีคำสั่งอายัดไว้ตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2567 เป็นต้นมา แต่กลับพบว่าบริษัทแห่งนี้มีการฝ่าฝืนคำสั่งอย่างต่อเนื่อง

โดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิเชียร ชัยสถาพร รองประธานกรรมาธิการพาณิชย์ อุตสาหกรรม วุฒิสภา พร้อมคณะกรรมาธิการ และคณะที่ปรึกษา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เข้าตรวจสอบบริษัทดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่าบริษัทแห่งนี้มีการฝ่าฝืนคำสั่งปิดของกรมโรงงานฯ และยังจัดชุดลาดตระเวนโดยให้กลุ่มคนใส่หมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าคอยคุกคามประชาชนและสื่อที่พยายามตรวจสอบการกระทำผิดของโรงงาน ทั้งนี้
ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพบพยานหลักฐานการลักลอบทิ้งสารเคมีและกากอุตสาหกรรมในพื้นที่บ่อน้ำที่ใกล้เคียงกับบริษัท ตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าจากต่างประเทศกว่า 3,000 ตัน และช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีกับผู้ดูแลโรงงาน ข้อหาครอบครองวัตถุอันตราย โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย
นายชีวะภาพกล่าวว่า จนกระทั่งถึงเดือนธันวาคม 2567 บริษัทแห่งนี้ยังคงฝ่าฝืนคำสั่งและลักลอบประกอบกิจการอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเจ้าหน้าที่ กสทช.เข้าตรวจสอบพบตัวตัดสัญญาณโทรศัพท์และความถี่วิทยุในพื้นที่โรงงาน เพื่อตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และเครื่องโดรนให้ไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ และมีข่าวการเปิดเผยเอกสารทางการเงินที่เชื่อได้ว่าเป็นการจ่าย “ส่วย” ในกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้โรงงานสามารถดำเนินกิจการได้ต่อไป

นายชีวะภาพกล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหามีการลักลอบทิ้งกากขยะ สารเคมีอันตรายจากภาคอุตสาหกรรมในหลายๆ พื้นที่ รวมถึงการลักลอบนำเข้ากากขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศแบบผิดกฎหมาย มาชำแหละแยกชิ้นส่วนและนำกากขยะที่เป็นอันตรายที่เหลือลักลอบทิ้งทำให้เกิดมลพิษ ที่ตกค้างในธรรมชาติเป็นอันตรายต่อคุณภาพชีวิต

“กรรมาธิการวุฒิสภาให้ความสนใจคือ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่มีความสัมฤทธิผล ไม่ครบถ้วน เมื่อภาครัฐได้มีการดำเนินคดีต่อผู้ประกอบการเหล่านี้แล้ว ภาครัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการควบคุม ดูแลของกลางในคดีปล่อยให้มีการทำลาย เคลื่อนย้ายของกลางในคดีไปซุกซ่อนพื้นที่อื่นๆ ประเด็นการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่มีการดำเนินการให้ชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเมื่อมีคำสั่งปิดโรงงานสถานประกอบการตามระเบียบแล้ว ยังปล่อยให้มีการลักลอบประกอบการอีกซ้ำซาก รวมทั้งมีข่าวการใช้อิทธิพลข่มขู่ชาวบ้าน ผู้ร้องเรียนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนมีข่าวว่ามีขบวนการส่งส่วยผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐในพื้นที่
“ซึ่งประเด็นปัญหาเหล่านี้ คณะกรรมาธิการวุฒิสภาทั้งสองคณะจะดำเนินตรวจสอบ ศึกษาหาข้อเท็จจริงและนำเสนอแนวทางต่อรัฐบาลดำเนินตามระเบียบกฎหมายต่อไป” นายชีวะภาพกล่าว

