หมายเหตุ – ความเห็นนักวิชาการกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ชี้กรณีกลุ่มคนร้ายวางคาร์บอมบ์และยิงซ้ำ ทำให้ พ.ต.ท.สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ ครูใหญ่ ร.ร.ตชด.บ้านตืองอ ต.ศรีบรรพต จ.นราธิวาส และ ด.ต.โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ครู ร.ร.ตชด. ลูกชายที่นั่งมาในรถ เสียชีวิตทั้งสองราย เหตุเกิดเมื่อ 14 ม.ค.68 อาจถึงขั้นต้องพิจารณาปรับยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะระหว่างการเจรจาพูดคุยกับกลุ่มฝ่ายตรงข้ามความรุนแรงยังเกิดขึ้นอยู่เสมอ

สามารถ ทองเฝือ
อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
ก ารที่นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม บอกว่าอาจต้องทบทวนปรับยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็มีสิทธิ ถือว่าไม่แปลกครับ เพราะว่าไม่ใช่เกิดเหตุขึ้นแล้วต้องแก้ปัญหาแบบวัวหายแล้วล้อมคอก เหตุการณ์เกิดขึ้นมาเหมือนเป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้น ผมไม่รู้ว่ากลุ่มไหน แต่ก่อนเหตุร้ายครั้งล่าสุดที่ จ.นราธิวาส ก่อนหน้าวันเดียว คนร้ายก็วางระเบิดในซอยทีเคพาร์ค ใกล้กับ สภ.เมืองปัตตานี ทำให้ อส.เมืองปัตตานี จำนวน 6 นายบาดเจ็บ แล้วต่อไปจะเป็นที่ไหน อาจไปเกิดใน จ.ยะลา เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกไปถึงรัฐบาลควรจะแอ๊กทีฟกระบวนการเจรจาได้แล้ว ที่ผ่านมาสถานการณ์ทางการเมืองอาจจะดูวุ่นวาย ไม่นิ่งพอ แต่รัฐบาลก็ต้องหันมาจัดตั้งคณะพูดคุยแก้ปัญหาไฟใต้เช่นกัน ควรเดินไปข้างหน้าแล้วแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่
ในส่วนของรองนายกฯภูมิธรรมที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงนี้ สามารถที่จะคิดได้แล้วว่า ตลอดการพูดคุยที่ผ่านมาล้มเหลวหรือไม่ล้มเหลวเพราะเหตุการณ์ยังเกิดขึ้น ดังนั้น ควรจะมุ่งป้องกันมากกว่ามาแก้ไข ส่วนการที่รองนายกฯบอกว่าคู่เจรจากับตัวแทนรัฐบาลไทยตลอดที่ผ่านมา ตกลงมีอำนาจในการเจรจาแค่ไหน เพราะยังเกิดเหตุการณ์ก่อความไม่สงบอยู่ตลอด
มองว่าตรงนี้แหละความไว้เนื้อเชื่อใจมันขาดไป แล้วทีนี้ฝ่ายที่ตรงข้ามกับรัฐบาล หากมองว่าใช่บีอาร์เอ็นจริงรึเปล่า หรืออาจจะเป็นกลุ่มอื่นๆ ก็ได้ การตีโจทย์ตรงนี้ กลุ่มที่เป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล คิดหรือว่ามีแต่เฉพาะบีอาร์เอ็น อาจจะไม่ใช่ก็ได้ในความเห็นผม เพราะว่ามีตัวแสดงที่อ้างตัวว่าเป็นบีอาร์เอ็นเหมือนกัน จะเป็นของจริงหรือของปลอม ก็ทำให้รองนายกฯภูมิธรรมตั้งคำถามขึ้นมาว่า คู่เจรจาที่ผ่านมาอาจจะไม่มีอํานาจสูงสุดในการตัดสินใจ
ถ้าไม่ใช่บีอาร์เอ็น ก็เคยมีกลุ่มขบวนการพูโล หรือว่าไม่ใช่กลุ่มหัวรุนแรงที่ก่อเหตุ อาจจะเป็นฝีมือของพวกวัยรุ่นหรือพวกติดยาเสพติดหรือพวกคึกคะนองที่อยากจะทําหรือเปล่า ต้องไปดูหลักฐานก่อเหตุในพื้นที่ว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไหน ชัดเจนไหมว่าเป็นบีอาร์เอ็น ขณะที่ผู้ที่สูญเสียชีวิตก็ทำพิธีศพไปแล้ว ก็ยังไม่มีการออกข่าวจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ขณะเดียวกันทางการก็ไล่ล่าผู้กระทำ
ที่ผ่านมา ตัวรองนายกฯภูมิธรรมก็ไม่ได้มาสัมผัสใกล้ชิดมากมายกับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ประวัติการทํางานของรองนายกฯ ไม่ใช่สายทหารโดยตรง ไม่ใช่คนสัมผัสกับเรื่องราวของภาคใต้มา ดังนั้น ใครที่นั่งตำแหน่งก็มีสิทธิได้ต่อเหตุการณ์ ต่อให้คนภาคเหนือ ภาคอีสาน มารับตําแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงแบบนี้ ก็คิดได้หมด ไม่มั่นใจว่าที่ผ่านมาการแก้ปัญหาการพูดคุยมันล้มเหลว
ขณะที่ กอ.รมน.ไปจนถึงกองทัพภาคที่ 4 ทั้งตัวแม่ทัพก็คงตะลึงกับสิ่งที่รองนายกฯกล่าว คล้ายว่าต้องมาจัดทัพกันใหม่ ถ้าสร้างแผนปฏิบัติงานใหม่ สร้างยุทธศาสตร์ใหม่ ขณะที่ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาตลอด 20 ปี มันจะล้มเลย แสดงว่าความไม่มั่นใจของรองนายกฯภูมิธรรม พร้อมจะโละในทุกสิ่งทุกอย่างออกหมดเลยหรือ อันนี้เป็นคําถามนะ
ส่วนหัวหน้าคณะเจรจาพูดคุยตอนนี้ รัฐบาลของ น.ส.แพทองธารต้องเริ่มแล้ว ความเห็นของผมแนวทางการแก้ปัญหาที่ผ่านมา ผมว่ามันดีอยู่แล้ว แต่เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเป็นเพราะไม่ระวังมากกว่า ถ้ามีความพยายามที่จะดูแลป้องกัน โอกาสจะเกิดก็คงยาก แต่บางทีเกิดความหละหลวมก็กลายเป็นช่องโหว่ขึ้น
อย่างไรก็ตาม แนวทางวิธีการต่างๆ ในการแก้ปัญหาหรือการเจรจา ก็อย่าตัดทิ้งไปหมด ความเห็นของผมในฐานะนักวิชาการเห็นว่ามันเข้ารูปเข้ารอยแล้วกว่าจะได้ถึงแนวทางตรงนี้ไม่ใช่ง่ายนะ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการกลั่นกรองผ่านการคิดวิเคราะห์กันแล้ว ทั้งในระบบยุทธศาสตร์ ในเชิงนโยบายของ
กองกําลังพล แต่พอมาวันนี้รัฐบาลใหม่ยังไม่ได้แอ๊กชั่นอะไรเลย พอเกิดเหตุการณ์แล้วก็ค่อยเทกแอ๊กชั่นใช่ไหม คิดว่าเป็นความหละหลวมของการรักษาความความมั่นคง พอคิดจะมาปรับเปลี่ยนกลายเป็นว่าที่ผ่านมาไม่ดี อยากให้คิดไตร่ตรองใหม่ว่า เหตุร้ายที่เกิดขึ้นเพราะประมาท หละหลวมเกินไป จริงๆ มันไม่น่าเกิดเลยกับการสูญเสียชีวิตอะไรแบบนี้
พอเกิดขึ้นแล้ว จะไปโทษเรื่องการจัดการที่ผ่านมา ต้องเข้าใจว่าคนทำยุทธศาสตร์ที่ผ่านมาทำไว้ดีอยู่แล้ว เหตุที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลควรเอาจริง ตั้งแต่รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ผมไม่เคยได้ยินเลยนะว่าจะจริงจังกับเรื่องการแก้ปัญหา
ส่วนกรณีนายทักษิณ ชินวัตร ถูกนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกฯมาเลเซีย แต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวในฐานะการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน จะมีส่วนช่วยแก้ปัญหาไฟใต้หรือไม่ ไม่ใช่ที่ปรึกษาของอาเซียนโดยตรง พอประธานอาเซียนหมดวาระ 1 ปี ตำแหน่งก็จะหมดไปด้วย โดยนัยแล้วการตั้งที่ปรึกษาแบบนี้ก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้มีอะไรที่มีนัยสําคัญอะไรมากมายเพียงแค่ว่าให้เกียรติ เพราะทั้งสองรู้จักกันดี
ที่สำคัญหลักการของกลุ่มชาติอาเซียนตั้งแต่เริ่ม จะไม่เข้ายุ่งหรือแทรกแซงเรื่องภายในของประเทศกลุ่มชาติสมาชิก ถ้าไม่มีอะไรไปกระทบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถ้าไปคุยเรื่องปัญหาก็คุยแต่ก็ขึ้นอยู่กับประธานอาเซียน

ตายูดิน อุสมาน
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
ก ารขับเคลื่อนการแก้ปัญหาไฟใต้ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ถือเป็นบุคคลที่นายทักษิณ ชินวัตร ให้ความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง ได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะในประเด็นการแต่งตั้งผู้นำในการเจรจาสันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตามจนถึงปัจจุบัน นายภูมิธรรมยังไม่ได้มีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลใด เนื่องจากกำลังรอดูความคืบหน้าของการพูดคุยในระดับสูง ที่นายทักษิณได้หารือกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย นายอันวาร์ อิบราฮิม เกี่ยวกับปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว เหมือนรอสัญญาณการหารือระดับสูง
ซึ่งปัจจุบัน เมื่อนายทักษิณดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนด้วยแล้ว ยิ่งมีบทบาทสำคัญในการพูดคุยกับนายอันวาร์ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การพูดคุยนี้มีเป้าหมายเพื่อประสานความร่วมมือในระดับอาเซียน โดยเฉพาะระหว่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ ที่ผ่านมานายอันวาร์ในฐานะประธานอาเซียนคนใหม่ได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะใช้บทบาทนี้เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค
โดยเฉพาะในกรณี 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และวิกฤตการณ์ในเมียนมา การแต่งตั้งนายทักษิณเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวถือเป็นการแสดงเจตจำนงอย่างชัดเจนในการใช้บุคคลที่มีประสบการณ์และความสัมพันธ์อันดีกับหลายประเทศในอาเซียนเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
บทบาทของนายทักษิณในกระบวนการสันติภาพ นายทักษิณเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่สนับสนุนกระบวนการพูดคุยสันติภาพมาตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในช่วงที่รัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว มีความพยายามจัดตั้งกระบวนการพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการกับกลุ่มผู้เห็นต่าง แม้ว่าความพยายามในครั้งนั้นจะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ได้สร้างแนวทางสำหรับการพูดคุยที่เป็นมิตรและสร้างความไว้วางใจในพื้นที่ นายอันวาร์เองก็ได้แสดงบทบาทเชิงรุกในประเด็นนี้ โดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวและเครือข่ายภาคประชาสังคมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงการจัดประชุมและสัมมนาหลายครั้งในมาเลเซีย เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ถ้าการพูดคุยในระดับสูงระหว่างนายทักษิณและนายอันวาร์ส่งผลลัพธ์ที่ชัดเจน คาดว่านายภูมิธรรมจะเสนอชื่อผู้เจรจาสันติภาพอย่างเป็นทางการ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการอย่างเป็นรูปธรรม ความคืบหน้าของการเจรจานี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ และศักยภาพของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคอย่างยั่งยืน การที่ทั้งนายทักษิณและนายอันวาร์ให้ความสำคัญกับปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างความไว้วางใจและหาทางออกที่ยั่งยืน
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่อาเซียนต้องการความเป็นเอกภาพในการเผชิญหน้ากับความท้าทายทั้งภายในและภายนอกภูมิภาคด้วย

ดุลยรัตน์ บูยูโส๊ะ
ประธานคณะขับเคลื่อนการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้
ช่วงนี้สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เหตุการณ์มีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น แม้ว่าการแก้ปัญหาในระดับนโยบายจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น แต่ยังมีข้อผิดพลาดในบางส่วนที่ต้องได้รับการปรับปรุง แม้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จะมีความก้าวหน้ามากขึ้น หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์เมื่อ 20 ปีก่อน โดยเฉพาะในด้านความเข้าใจระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่และภาครัฐ แต่การดำเนินการในปัจจุบันยังคงมีช่องว่างที่ทำให้กลุ่มเห็นต่างสามารถใช้โอกาสนี้ในการสร้างความรุนแรง เช่น การที่รัฐบาลยังไม่ได้แต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุยสันติภาพอย่างเป็นทางการ ทำให้เกิดการสะดุดในกระบวนการพูดคุย ความเห็นส่วนตัวผมตั้งข้อสังเกตว่า วาทกรรมในอดีต เช่น การเรียกกลุ่มผู้เห็นต่างว่า “โจรกระจอก” เป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างปัญหาและส่งผลกระทบในระยะยาว ดังนั้น การแก้ไขปัญหาในปัจจุบันจึงไม่ควรพึ่งพาข้อมูลและแนวทางเดิมๆ เพราะอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
อยากเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคประชาสังคมที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกระบวนการพูดคุยแบบ “Inside In” หมายถึงการเปิดโอกาสให้ผู้คนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา การพูดคุยระหว่างประชาชนกับประชาชนเป็นวิธีการที่เขาเชื่อว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดในการลดความรุนแรงและสร้างความไว้วางใจในพื้นที่
ในกรณีการสังหารเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่ทำหน้าที่เป็นครูในพื้นที่ จะเห็นว่าภาคประชาสังคมหลายกลุ่มได้แสดงความไม่เห็นด้วยและประณามเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเน้นว่าบุคลากรครูเป็นผู้ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาชุมชน การใช้ความรุนแรงกับบุคคลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ไม่สมควร แต่ยังเป็นการบั่นทอนความพยายามในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ฝ่ายคิดต่างควรละเว้นไว้
การแก้ปัญหาด้วยแนวทางสันติวิธีเป็นหนทางที่ดีที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน การกลับมาใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขในอดีตคือเป้าหมายสำคัญที่ต้องผลักดัน โดยภาคประชาสังคมต้องได้รับการสนับสนุนให้เป็นแกนหลักในการประสานงานระหว่างภาครัฐและประชาชน
สำหรับคำวิจารณ์จากนักวิชาการภายนอกที่มองว่าการแก้ปัญหาในพื้นที่ควรดำเนินการในมิติของสงครามนั้น มองว่าคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยและต้องการแนวทางที่ส่งเสริมความสงบสุขมากกว่าการเผชิญหน้า ความพยายามในการสร้างสันติภาพต้องเน้นการฟื้นฟูความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่เคยมีมา เพื่อสร้างรากฐานสำหรับการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนในอนาคต
ฝากข้อเสนอแนะต่อภาครัฐถึงผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายว่า ควรให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของคนในพื้นที่ และหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงเพิ่มเติม การปรับเปลี่ยนกระบวนการแก้ปัญหาด้วยความรอบคอบและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันจะช่วยลดความตึงเครียดและสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายในการเดินหน้าสู่สันติภาพในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

