หน้าแรก การเมือง จับตา ส.ว. นั...

จับตา ส.ว. นัดลงมติลับ 20 ม.ค. เคาะ ‘ประภาศ’ นั่งกรรมการ ป.ป.ช. หลังรอสรรหานาน 2 ปี

19.01.25 | 15:33 น.

ปธ.วุฒิสภา นัดประชุมส.ว. 20 ม.ค.​ลงมติให้ความเห็นชอบ “ประภาศ” นั่งกรรมการ ป.ป.ช. แทน ‘พล.อ.บุณยวัจน์’ จับตาผลลงมติ หลังใช้เวลารอการสรรหานาน 2 ปี

เมื่อวันที่ 19 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้นัดประชุมวุฒิสภา วันที่ 20 มกราคม โดยมีวาระสำคัญ คือ การให้ความเห็นชอบ นายประภาศ คงเอียด ที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทน พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากมีอายุครบ 70 ปี

โดยคณะกรรมาธิการ(กม.)สามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรม ที่มีพล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา ส.ว. เป็นประธาน ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบแล้วเสร็จ โดยรายงานการตรวจสอบประวัติฯ ดังกล่าวถือเป็นเอกสารชั้นความลับ และการพิจารณาของวุฒิสภาต้องทำเป็นการลับ รวมถึงการลงมติว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสรรหาบุคคลให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้นต้องใช้เวลารอกระบวนการนานถึงเกือบ 2 ปี นับตั้งแต่ เดือน กันยายน 2565 ที่ พล.อ.บุณยวัจน์ พ้นตำแหน่งเพราะอายุครบ 70 ปี

และสำหรับการสรรหาบุคคลเป็นกรรมการ ป.ป.ช. แทนพล.อ.บุณยวัจน์นั้น ได้ดำเนินการมาแล้ว 3 รอบ รอบแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 หลังจากที่ พล.อ.บุณยวัจน์ พ้นตำแหน่งเพราะครบวาระ เมื่อ 16 กันยายน 2565 โดยรอบแรกนั้นกรรมการสรรหาได้เสนอชื่อ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ให้วุฒิสภาลงมติ แต่ในการลงมติดังกล่าวเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2567 พบว่าส.ว.ให้ความเห็นชอบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของส.ว.ที่มีอยู่ หรือ 125 เสียง ซึ่ง ผลการลงมติดังกล่าว ส.ว. 88 เสียงเห็นชอบ ขณะที่อีก 80 เสียง ไม่ให้ความเห็นชอบ และ 30 เสียง งดออกเสียง

Advertisement

ทำให้คณะกรรมการสรรหาต้องดำเนินการสรรหาใหม่ ขณะที่รอบที่สอง กรรมการสรรหาได้ดำเนินการพิจารณาเลือกบุคคลที่สมัครเข้ารับการสรรหา เมื่อ 31 พฤษภาคม 2567 กรรมการสรรหาได้ลงมติ ผลปรากฏว่าไม่มีบุคคลใดได้รับคะแนนเสียงถึงสองในสามของจำนวนกรรมการสรรหาที่มีอยู่ จึงต้องดำเนินการสรรหาเป็นรอบที่สาม

และเหตุที่ต้องใช้เวลานั้น เพราะต้องรอกระบวนการของกรรมการสรรหาที่มีตำแหน่งเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ก่อนจะดำเนินการต่อได้ และได้ชื่อของนายประภาศ คงเอียด อดีตอธิบดีกรมบัญชีกลาง และอดีตอธิบดีกรมธนารักษ์ เสนอให้วุฒิสภาพิจารณา ในวันที่ 20 มกราคม นี้