ไม่ว่าแถลงอันมาจาก พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ไม่ว่าแถลงอันมาจาก พ.อ.วินธัย สุวารี
ตรงกัน
นอกจากจะแจกแจงความมโหฬารระดับ”คลังแสง”ของอาวุธอันเชื่อได้ว่าเป็นของ “โกตี๋” แล้ว
ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับกรณี”จัดฉาก”
“ความเห็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เจ้าหน้าที่อาจมีการจัดฉากใส่ร้าย”
เป็น “เสียง” อันดังมาจาก “ทำเนียบ”
คำถามก็คือ เป็นการตั้งข้อสังเกตของใคร ฝ่ายไหน เพราะหากติดตามผ่าน “สื่อ”กระแสหลักล้วนมากด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างสูง
รู้กันอย่างดีว่าเป็น “ของร้อน”
เพียงวันเดียวหลังปฏิบัติการตรวจค้น 9 จุด”ความร้อน”ของสถานการณ์ก็สำแดงออก
ไม่เพียงมีแถลงจาก “ทำเนียบรัฐบาล”
ตามมาด้วย พ.อ.วินธัย สุวารี และ นายปณิธาน วัฒนายากร
ยิ่งกว่านั้น “ผบ.ตร.”ยัง “ออกโรง”
โยงอาวุธสงครามไปยัง 1 การลอบสังหารบุคคลสำคัญ 1 การเข้าผสมโรงหากมีการบุกยึด”ธรรมกาย”
ยังขยายผลไปยัง “สหพันธรัฐไทย”
เพียงการโฟกัสไปยัง”โกตี๋”คนเดียว ส่งผลให้สามารถ”สยบ”ได้ในหลายแนว
“นปช.” สงบนิ่งอยู่ใน “ที่ตั้ง”
ไม่ว่า นพ.เหวง โตจิราการ ไม่ว่า นายอารีย์ ไกรนรา ล้วนออกมาปฏิเสธความสัมพันธ์
อย่าถามหา “ธรรมกาย” เพราะ “ธรรมกาย” กับ “โกตี๋” แทบไม่มีความสัมพันธ์อะไรแม้ว่าจะอยู่ “ปทุมธานี”เหมือนกัน
ยิ่งกว่านั้น “เป้าหมาย”แท้จริงจะค่อยๆแผ่แบออกมา
นั่นก็คือ เป้าหมายที่จะอาศัยกรณี”คลังแสง”เรียกร้องให้มีการส่ง “ผู้ร้ายข้ามแดน”
เพราะ”โกตี๋”ก็ต้อง”หมายจับ”

