หน้าแรก การเมือง หวิดวุ่น! ทัก...

หวิดวุ่น! ทักษิณ โดนอดีตเสื้อแดง เขวี้ยงถุงขยะขึ้นเวที ระหว่างปราศรัย เจ้าตัวบอกให้อภัย

20.01.25 | 16:16 น.

‘ทักษิณ’ ปิดจ๊อบ 3 เวทีปราศรัยสารคาม ผงะ! เจอสาวใหญ่อดีตเสื้อแดง ป่วนเขวี้ยงถุงขยะข้ามหัวขึ้นเวที รับ โมโห-ไม่ได้ตั้งใจจะทำ ลั่น มานี่ 200 ก็ไม่ได้ ขณะที่ ‘เจ้าตัว’ ขอโทษแทน บอกทำให้เสียบรรยากาศนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไร ช่างมัน เผย โดนลอบฆ่า 4 หนไม่ตาย ห้อยหลวงพ่อหนังวัดโกยแน่บ

เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 20 มกราคม ที่ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม นายทักษิณ​เดินทางมาปราศรัยเป็นเวทีสุดท้าย ส่งท้ายทัวร์อีสาน 3 จังหวัด โดยได้เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับอย่างเป็นกันเองตั้งแต่ท้ายเวทีจนถึงหน้าเวที

โดยนายทักษิณปราศรัยว่า 20 ปีที่แล้วไม่ได้มาพยัคฆภูมิพิสัย เชื่อว่าเราต่างคนต่างคิดถึงกัน เห็นพี่น้องมาต้อนรับแบบนี้ ตนก็มีความสุข บางคนเห็นตนเขาก็ร้องไห้ บางคนบีบมือไม่สะใจที่หนักกว่านั้นคือหยิกเอว ภูมิใจและมีความสุขที่น้องไม่ลืมตน ตนจากบ้านไปตั้งหลายปีก็ไม่เคยลืม ทำให้ตนรู้สึกว่าเป็นหน้าที่ที่ตนต้องมาช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องที่ลำบากอยู่ เรื่องยาบ้าเราพูดแบบภาษาลูกทุ่ง อย่าไปกลัวมัน ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่อง ก็กระทืบแม่ง

นายทักษิณกล่าวต่อว่า มีเศรษฐีอเมริกันพูดเอาไว้ว่าถ้าเราเกิดมาจน ไม่ใช่ความผิดของเรา แต่ถ้าเราตายแล้วยังจนอยู่เป็นความผิดของเรา แต่ถ้าเราไม่ตายแล้วต้องตาย ทั้งที่ยังจนอยู่เป็นความผิดของรัฐบาล แสดงว่ารัฐบาลสร้างโอกาสให้ท่านหายจนไม่ได้ ฉะนั้น รัฐบาลมีหน้าที่สร้างโอกาสให้คนไทยหายจนให้ได้ วันนี้ตนเห็นใจเพราะคนไทยมีแต่หนี้ พอจะเสนอไอเดียต่างๆ ก็จะมีคนค้าน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา เรายินดีรับฟัง แต่บางทีมันค้านแบบหัวชนฝา ก็ต้องอธิบาย ต้องตอบโต้ให้เขาเข้าใจบ้าง

“สำคัญคือผมมีขาประจำ ผมรู้อยู่แล้วว่าเขาอยากด่าอะไรผม หายใจก็ผิด เข้าส้วมยังผิดเลย ไม่เป็นไร ผมไม่สนใจ คนที่ไม่เข้าใจและค้านนั้น เราต้องอธิบายให้เขาฟัง เรายินดีอธิบายให้เขาฟังทุกเรื่อง เพราะวันนี้ประเทศอยู่กับเรื่องเก่าๆ มันไม่ได้ เพราะโลกมันทำมาหากินแบบใหม่ไปแล้ว ถ้าอยู่กับเรื่องเก่าๆ เราก็เป็นทาสของโลก ทำงานแทบตายเหนื่อยแทบตายได้ตังค์มานิดเดียว ต่างประเทศขยับนิดเดียวได้มาเป็นพันล้าน หมื่นล้าน” นายทักษิณกล่าว

Advertisement

นายทักษิณกล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลมีหนี้เยอะ ตั้งแต่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี มาจนถึงวันนี้ก็ 20 กว่าปี ประเทศไทยมีงบประมาณสมดุลที่แปลว่ารายได้ กำไร รายจ่าย เท่ากันมาสองปีในสมัยตนเท่านั้น สมัยอื่นขาดดุลทุกปี ที่ผ่านมาขาดดุลจนหนี้ประเทศท่วม วันนี้รัฐบาลนายกฯอิ๊งค์เข้ามา จะทำอะไรต้องระวังเพราะหนี้เต็มเพดาน ต้องหาวิธีคิดที่จะสร้างหนี้ให้น้อยที่สุดคือ การได้เงินลงทุนจากต่างประเทศ มาสร้างงานให้ประชาชนได้มากที่สุด เพื่อเอาเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด

นายทักษิณกล่าวต่อว่า งานในอนาคตจะเยอะมาก ตนจึงอยากขอมือขอไม้ ขอกำลังใจ เพราะจะต้องทำงานร่วมกับท้องถิ่น ถ้าเป็นคนของพรรคเพื่อไทยเราสั่งได้ พูดได้ จี้งานได้ จึงขอให้ช่วยเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ส่วนทำไมตนจึงต้องมาที่นี่เป็นพิเศษ ก็เพราะนายศุภกร จรัสเสถียร พ่อของนายพลพัฒน์ ตอนที่ตนตั้งพรรคใหม่ๆ มาลุยที่นี่ เขาก็เป็นคนขับรถพาตนลุย อยู่ๆ เขาถูกยิงตาย ตนจึงมีความรู้สึกว่าตนจะต้องดูแลครอบครัวของนายศุภกรและนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ก็มาอยู่กับตน เกือบได้เป็นรัฐมนตรีไปแล้ว

“พี่น้องพยัคฆภูมิพิสัยขี้เหนียวคะแนนไปนิด เลยสอบตก คราวนี้ขออย่าขี้เหนียว ให้ทักษิณก็แล้วกัน ตอนนี้พี่ชายคนโตของผู้สมัคร ก็เป็นที่ปรึกษานายกฯ เขาไปพลาดครั้งที่แล้วนิดหน่อย ส่วนน้องชายขอเป็นนายก อบจ. จะได้เชื่อมโยงกับพี่น้อง ทำงานกับพี่น้องได้ เอาให้ผม ผมขอเป็นมือไม้ของผม” นายทักษิณกล่าว

นายทักษิณกล่าวต่อว่า เรื่องทุนการศึกษาที่เคยมีในสมัยตนจะกลับมาในปีนี้ นายกฯอิ๊งค์บอกว่าเขาเคยไปเรียนซัมเมอร์ เรียนภาษาอังกฤษที่ลอนดอน ได้ภาษาดีมาก จึงมีความรู้สึกว่าจะคัดเด็กกลุ่มหนึ่งนำไปเรียนภาษาอังกฤษต่างประเทศช่วงปิดเทอม และให้ครูต่างประเทศมาสอนเด็กในไทย ให้เรียนภาษาอังกฤษและเรียนเอไอ เพราะหลายอย่างกำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2568 ขอให้อดทนและให้กำลังใจพวกเรา กำลังใจที่ดีเร่งด่วน ตอนนี้คือเลือกนายก อบจ.ให้ตนด้วย เอามาเป็นมือไม้ทำงานให้พี่น้อง

“พี่น้องอยากให้ผมกลับมาพยัคฆภูมิอีกหรือไม่ ถ้าผู้สมัครได้เป็นนายก อบจ. ผมกลับมาเท่เลย แต่ถ้าผู้สมัครไม่ได้เป็นนายก อบจ. ต้องคลุมปี๊บหรือไม่ พี่น้องจะยอมให้ผมคลุมปี๊บหรือ ถ้าไม่ยอมก็ขอให้เลือกเบอร์ผู้สมัคร ยังไงก็ถือว่าเราเป็นหุ้นส่วนพัฒนาประเทศด้วยกัน ให้ประเทศเจริญไปด้วยกัน ถือว่าเราต้องเป็นทีมเดียวกัน ว่าไง ว่าตามกัน ขอบคุณพี่น้องที่อุตส่าห์มาร้อนๆ ก็ยังอยู่กันเหนียวแน่น แล้วมาเจอกันใหม่วันที่ผู้สมัครเป็นนายก อบจ.“ นายทักษิณกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายทักษิณกล่าวปราศรัยอยู่นั้น มีผู้หญิงคนหนึ่งสวมเสื้อสีแดงขว้างถุงขยะขึ้นไปบนเวที จนการ์ดและมวลชนในบริเวณนั้นต้องเข้าระงับสถานการณ์ ก่อนจะพาตัวหญิงคนดังกล่าวออกไปจากเวที ทำให้นายทักษิณระบุว่า “ไม่เป็นอะไร คนไทยต้องให้อภัยกัน บางทีคนเราก็เก็บกด ไม่มีปัญหา ใจเย็นๆ พี่น้อง คนเราบางทีเขามีปัญหาหนี้สินบ้าง บางทีมีปัญหาครอบครัวบ้าง บางทีมีปัญหาทางจิตบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา เราคนไทยด้วยกันให้อภัย พร้อมที่จะดูแลกันและกัน ไม่เป็นอะไร“ เมื่อพูดจบก็ได้ได้เสียงปรบมือจากมวลชน

นายทักษิณกล่าวต่อว่า พอตนอายุมากๆ เกิน 70 ปีไปแล้ว มีคาถาประจำใจเดินไปไหน คาถาบอกว่า เย็นไว้โยม เย็นอย่างเดียว เย็นไว้โยม ใจเย็นๆ ตนโดนลอบฆ่าตอนเป็นนายกรัฐมนตรีมา 4 หน ก็เฉยๆ ถึงเวลาก็ไปตามเวลา ถ้าไม่ถึงเวลา ก็ไม่ไปตามเวลา มีคนถามว่าตนใส่พระอะไร ตนบอกหลวงพ่อหนังวัดโกยแนบ เราตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ขอโทษแทนคนเมื่อกี๊ด้วย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ไม่เป็นอะไร ช่างมัน เสียบรรยากาศไปนิดหน่อย แต่ขอโทษแทนแล้วกัน

จากนั้นผู้สื่อข่าวพยามถามนายทักษิณ หลังลงจากเวทีปราศรัยว่า เมื่อสักครู่รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ แต่นายทักษิณไม่ได้ตอบคำถาม โดยได้หันไปทักทายประชาชนและขึ้นรถออกไปทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่การ์ดของนายทักษิณเข้าระงับเหตุการณ์ ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พยัคฆภูมิพิสัยมารับผู้หญิงคนดังกล่าวออกไปจากบริเวณเวทีปราศรัย ผู้สื่อข่าวตามไปสอบถามหญิงคนก่อเหตุได้คำตอบว่า ชื่อว่าอ้วน มาจาก อ.วาปีปทุม​ ครอบครัวตนแตกสลาย พินาศฉิบหายมาตั้งแต่ปี 2552 แล้ว เพราะตนเป็นเสื้อแดง คนที่ไม่ชอบเสื้อแดง จึงไม่มาอุดหนุนเลย ขอให้เยียวยามา เพราะค้าขายไม่ดี คนเสื้อเหลืองก็ไม่มาซื้อ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงถามว่า เดินทางมาอย่างไร หญิงคนดังกล่าวจึงตอบว่า ไม่มีรถ ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับว่า รู้สึกอย่างไรถึงได้โยนของขึ้นไปบนเวที ป้าอ้วนกล่าวว่า “โมโหมาก ตนไม่ได้ตั้งใจจะทำ แต่นั่งฟังแล้วพอนึกถึงก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ และนานๆ เขามาเหยียบบ้านเราที ต้องจัด” จากนั้นตำรวจได้ปลอบใจว่า เหตุการณ์มันหลายปีมาแล้ว ป้าอ้วนจึงตอบกลับว่า “หลายปีแต่มันไม่ดีขึ้น มาที่นี่ 200 ก็ไม่ได้ บอกเรามาเกิน”

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาขึ้นรถและบอกว่าจะเอาไปส่งที่บ้าน