
⦁….ยิ่งใกล้ 1 ก.พ.ที่เป็นวันลงคะแนนเลือก “นายก อบจ.” ทั่วประเทศ เนื้อหาการหาเสียงยิ่งดุเด็ดเผ็ดมัน ที่เอาเป็นเอาตายสุด เป็น “ทักษิณ ชินวัตร” ที่ชัดเจนมาก มองข้ามช็อตไปถึงเลือกตั้งทั่วไปอีกกว่า 2 ปีข้างหน้า ด้วยการอาศัยเวทีท้องถิ่นอุ่นเครื่องลีลาการปราศรัย ส่วนความมั่นใจในชัยชนะที่มีอยู่เต็มเปี่ยมระดับกล้าประกาศว่าทุกจังหวัดที่ส่งในนาม “พรรคเพื่อไทย” จะชนะทั้งหมดนั้น เกิดจากความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการฐานเสียง “ระบบบ้านใหญ่” และการผนึกกำลังของ “เครือข่ายความร่วมมือ”
⦁….ที่มันหยดติ๋ง เป็นการแสดงท่าทีต่อขบวนการต่อต้านที่ดูคล้ายกระเหี้ยนกระหือรือในการรุกถล่ม ที่ “ทักษิณ” ทำให้เห็นชัดๆ ว่า “ไม่ให้ราคา” ไม่ว่าจะเป็น “นักจัดตั้งม็อบในตำนานคนไหน” ไม่เพียงใช้คำแรงทำนอง “แค่เสียงหมาเห่าข้างทาง” ยังทำเหมือนมองข้ามหัว “อยากทำอะไรก็ทำไป” ทั้งที่ประเด็นที่นักจัดตั้งมวลชนเหล่านี้พยายามยกขึ้นมาจุดกระแส หากเป็นเมื่อก่อน ต้องถือว่าเป็น “ความอ่อนไหว” ที่ต้องตั้งหลักรับมืออย่างระมัดระวัง
⦁….แม้จะตอกย้ำว่า “ผู้นำตัวจริงคือลูกสาว” แต่ภาพที่ “เพื่อไทย” พยายามสื่อให้รับรู้คือ “ชัยชนะเกิดขึ้นได้ด้วยทักษิณ” ล่าสุด “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ยืนยัน “ทุกจังหวัดที่ทักษิณขึ้นเวทีหาเสียง เพื่อไทยจะชนะทั้งหมด” เพราะมีแต่ “ทักษิณ” ที่จะกอบกู้ความหวังของทุกคนทุกฝ่ายที่กังวลว่า “การเมืองสีส้มจะยึดครองคะแนนนิยมจากประชาชน” ท่าทีที่ห้าวหาญถึงลูกถึงคนที่ใครต่อใครหยิบมาใช้เป็นประเด็นโจมตี ในอีกมุมหนึ่งคือ “การทำให้เห็นว่าใครเจ๋งจริง”
⦁….แม้เป็นที่รู้กันว่า “โอกาสชนะมีน้อย” แต่ “พรรคประชาชน” ไม่เคยแสดงอาการย่นย่อให้เห็น มีแต่รวมพลังทุกรุ่นให้เห็น “การทำงานการเมืองคุณภาพ” ด้วยการแยกแยะชัดเจนว่าบทบาทแต่ละ “ตำแหน่งนักการเมืองของประชาชน” ควรจะเป็นอย่างไร เน้นที่การให้ความรู้ผู้คน ชวนมาพัฒนา “อำนาจประชาชน” ให้แข็งแกร่ง อาศัย “วาระเลือกนายก อบจ.ครั้งใหญ่” กระจายความรู้เหล่านั้นเต็มโลกออนไลน์ สร้างคอนเทนต์เป็น “ต้นทุน” เพื่อ “เลือกตั้งทั่วไปเที่ยวหน้า”
⦁….เพื่อให้ “สภาผู้แทนราษฎร” เป็นเวทีของ “พรรคประชาชน” อย่างสมบูรณ์แบบ ความพยายามที่จะลากรัฐบาลเข้ามาเล่นในเวทีนี้จึงเป็นไปอย่างเข้มข้น ไม่ใช่แค่ “รังสิมันต์ โรม” จะรุกเร้าไม่หยุดให้ “นายกฯ
แพทองธาร ชินวัตร” มาตอบกระทู้ โดยย้ำเหตุผลต้อง “ให้ความสำคัญกับเวทีของผู้แทนประชาชน” ยังมีในสมัยประชุมนี้จะ “ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ” เพื่อโชว์การใช้ “สภา” ตรวจสอบการทำงาน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีต่อระบบมากกว่า “ลากการตรวจสอบไปเล่นกันในท้องถนน”
⦁….เมื่อทั้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “อลงกรณ์ พลบุตร” หยิบ “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” กับ “การพนันออนไลน์บนดิน” ซึ่งเป็น “หมุดหมายในการหารายได้มากู้วิกฤตประเทศ” ของรัฐบาล ขึ้นมาชำแหละ ทั้งที่ “ประชาธิปัตย์” เป็น “พรรคร่วมรัฐบาล” และเมื่อเคลื่อนไปพร้อมกับ “ม็อบที่จะลงถนน” ซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญดั้งเดิมของพรรคการเมืองนี้ คำถามถึง เสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาล จึงเกิดขึ้น คนที่จะตอบเป็น “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” แต่คนที่น่าจับตาในท่าทีคือ “ชวน หลีกภัย”
⦁….ทั้ง “ที่ดินอัลไพน์” ที่ “ชาดา ไทยเศรษฐ์” แสดงเองทั้งที่ยังมองไม่เห็นความจำเป็น เพราะการให้ข้อมูลความตกต่ำของประเทศโดย “ขุนพลเพื่อไทย” ว่า “เนื่องมาจากการยึดอำนาจ” เป็นภาพสะท้อนการรุกใส่กันของ “พรรคร่วม” ยิ่ง “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ซึ่งควรจะหยุดแล้ว กลับฮึกเหิมขึ้นมา การเคลื่อนของ “มวยระดับนี้” ทำให้ทุกฝ่ายต้องเหลียวมอง ว่ามี “ข้อมูลใหม่” อะไรหรือไม่
ชโลทร



ปลุกการเรียนรู้ – พล.อ.มนิต ศิริรัตนากูล จเรสำนักงานปฏิบัติภารกิจรักษาความมั่นคงภายในกองทัพบก (สง.ปรมน.ทบ.) ให้เกียรติเยี่ยมชมบูธกิจกรรมของ บมจ.วิริยะประกันภัย ภายในกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ 2568 โดยมีพิศเพลิน วิริยะพันธุ์ ผช.ผจก.ฝ่ายสื่อสารองค์กร ต้อนรับ ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
