‘ภูษิต’พลัง เนวิ(น)เกเตอร์
ปะทะ‘การุณ’อดีตส.ส.
ป้องนายก อบจ.บุรีรัมย์
บุรีรัมย์ เป็นอีกสนามเลือกตั้งการเมืองท้องถิ่นที่น่าจับตามองไม่แพ้ที่อื่น ซึ่งประกอบไปด้วย 23 อำเภอ 189 ตำบล สำหรับการเลือกตั้งองค์การบริการส่วนจังหวัด (อบจ.) จ.บุรีรัมย์ เป็นที่ทราบกันว่ามีบ้านใหญ่ทางการเมืองอย่างกลุ่มเพื่อนเนวิน หรือหันไปใช้คำว่ากลุ่ม “ฅนบุรีรัมย์” ซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีนายใหญ่อย่าง นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด จะโดดเด่นแผ่บารมีไปถึงการเมืองระดับชาติ ถึงแม้หน้าฉากของนายเนวินจะหันหลังให้กับการเมืองไปแล้วก็ตาม แต่ใครก็รู้ว่านี่คือตัวพ่อ นักวิเคราะห์มองว่าที่ผ่านมาผลงานของ “นายเนวิน ชิดชอบ” ได้ประจักษ์ในวงการเมืองทุกระดับอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะการโหวตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในช่วงที่ผ่านมา ส.ว.สีน้ำเงินเข้าไปนั่งในสภาถึงกว่า 150 เสียง ยิ่งเป็นการตอกย้ำอำนาจ ที่มีข้อต่อรองทางการเมืองอยู่ในมือได้อย่างเหนือชั้น แบบใครมาค้านไม่ได้เพราะทุกพรรคการเมืองรู้กติกาการโหวต ส.ว.เหมือนกันทุกพรรคแต่พลิ้วไม่พอ แต่การเมืองระดับท้องถิ่นในจังหวัดบุรีรัมย์ ในส่วนของเทศบาล หรือ อบต.ใน 23 อำเภอเป็นเทศบาลเมือง 2 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลตำบล 59 แห่ง อบต. 146 แห่ง และ อบจ. 1 แห่ง รวมเป็น 209 แห่ง
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งระดับ อบต.และเทศบาลทั้งหมด กลุ่มบ้านใหญ่ “เนวิ(น)เกเตอร์” ไม่สามารถควบคุมได้ทุกพื้นที่ เพราะกระแสเสื้อแดงยังฝังรากลึกอยู่ในหลายพื้นที่ เช่น อ.พุทไธสง, นาโพธิ์, คูเมือง, หนองกี่, โนนสุวรรณ หลายเขตเลือกตั้งต้องพ่ายให้กับผู้สมัครของคนเสื้อแดง ส่วนพรรคสีส้ม ยังไม่มีใครมาแจ้งเกิดได้ในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
แต่สำหรับการเลือกตั้ง อบจ.ตั้งแต่ปี 2542 หรือกว่า 25 ปีที่ผ่านมา นายก อบจ.จะเป็นคนของบ้านใหญ่มาโดยตลอด ส่วนสมาชิกสภาจังหวัด (ส.อบจ.) ยังมีคนเสื้อแดงแลบออกมาหลายเขตเลือกตั้ง ส่วนการเมืองระดับประเทศหรือการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) กลุ่มฅนบุรีรัมย์ควบคุมได้ทั้งหมด ถึงแม้จะเฉียดฉิวกับพรรคเสื้อแดงไป 1 เขตเลือกตั้ง ที่คะแนนห่างกันเพียง 215 คะแนน ก็ตาม
สำหรับการสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้ ได้เริ่มรับสมัครพร้อมกันทั่วประเทศคือวันที่ 23-27 ธันวาคมที่ผ่านมา ในวันแรกของการเปิดรับสมัคร นายการุณ ใสงาม ในวัย 72 ปี อดีต ส.ส.ปี 2526, 2529 และปี 2538 และเคยได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ว.เมื่อปี 2543 ซึ่งเป็นการเลือกตั้ง ส.ว.ครั้งแรก ได้มาสมัครพร้อมกับผู้สมัคร ส.จ.ครบทุกเขตเลือกตั้ง นำนโยบายปราบโกงล้างไพ่การเมืองบุรีรัมย์ทั้งหมด ตั้งกองทุนช่วยเหลือประชาชนใน 4 ปี จะได้ถึง 2,400 ล้านบาท ได้เบอร์ 1 และ น.ส.พิมพ์ชนก รัตนบรรณกิจ เบอร์ 2, นายณัฐกิตติ์ ล้อประสิทธิ์ เบอร์ 3

ขณะที่กลุ่ม “ฅนบุรีรัมย์” ได้เข้าไปสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 24 ธันวาคม คือวันที่สองของการเปิดรับสมัคร และคาดว่าน่าจะมีการเตรียมการไว้แล้วก่อนหน้านี้ ผู้สมัคร ส.อบจ.ของกลุ่มคนบุรีรัมย์ มาสมัครกันครบ 42 เขตเลือกตั้ง ทุกคนล้วนแต่ได้เบอร์ 4 รวมถึง นายภูษิต เล็กอุดากร หลานนายเนวิน ชิดชอบ อดีตนายก อบจ.สมัยที่ผ่านมา เช่นเดียวกัน พร้อมสานต่อนโยบายเดิมที่ทำไปแล้วกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ คือนโยบายขับเคลื่อนบุรีรัมย์ 4.0 สู่มหานครแห่งความสุข สร้างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้เป็นเมืองกีฬาหลากหลาย พัฒนาแหล่งน้ำให้ประชาชนได้ดื่มน้ำสะอาด
สำหรับผู้สมัครเบอร์ 5 คือ นายประเสริฐ เลิศยโส ในวัย 81 ปี อดีต ส.ส.บุรีรัมย์ เมื่อปี 2518 สมัย หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช หลังจากนั้นกลายเป็นคนต่อสู้ทางการเมืองมาโดยตลอด คล้ายกับนายการุณ ใสงาม คือต่อต้านการเมืองกลุ่มบ้านใหญ่ และจะลงสมัครรับเลือกตั้งการเมืองแทบทุกระดับในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การโผล่มาสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ของนายประเสริฐ คอการเมืองมองว่าอาจจะเป็นเพียงสีสันของการเลือกตั้งเท่านั้น แต่ถูกตัดสิทธิการเลือกตั้งไปก่อนเพราะมีชื่อสมัครชิงนายกเทศมนตรีนครบุรีรัมย์ ถึงแม้จะเลือกตั้งไปแล้วก็ตาม แต่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองผู้ชนะคือคนของบ้านใหญ่ ทำให้นายประเสริฐถูกตัดสิทธิไปตามกฎหมายเลือกตั้ง
หลังปิดการสมัครรับเลือกตั้ง อบจ.โดยสรุปมีผู้สมัครนายก 5 คน ถูกตัดสิทธิ 1 คน เหลือผู้สมัครนายก อบจ. 4 คน ในจำนวนนี้ไม่มีพรรคประชาชน แต่ส่งสมาชิกพรรคมาสมัคร ส.อบจ.เพียง 9 เขตเลือกตั้งเท่านั้น โดยรวมมีผู้สมัคร ส.อบจ.ทั้งหมด 182 คน รวม 187 คน
คอการเมืองวิเคราะห์การเลือกตั้งในครั้งนี้ว่า ผู้สมัครเบอร์ 1 นายการุณ ใสงาม ถึงแม้จะเป็นตัวตึง ขาเก๋าทางการเมืองระดับชาติ เป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองกับกลุ่มบ้านใหญ่ชัดเจน แต่ยังขาดสมุนเดินสาย และไม่ได้ทำการเมืองมานาน โอกาสที่จะชนะเลือกตั้งในครั้งนี้ยังยาก เรียกได้ว่าถ้าชนะต้องหืดขึ้นคอ ส่วนผู้สมัครเบอร์ 2 น.ส.พิมพ์ชนก รัตนบรรณกิจ และผู้สมัครเบอร์ 3 คือนายณัฐกิตติ์ ล้อประสิทธิ์ ทั้งสองโนเนมทางการเมือง เชื่อว่าเป็นเพียงมวยชกก่อนเวลา เพื่อรอให้คู่เอกอย่างนายภูษิต เล็กอุดากร เข้าไปสมัครต่อเพื่อให้ได้เบอร์ 4 เช่นเดียวกับผู้สมัคร ส.อบจ.เท่านั้น
เท่ากับว่าผู้สมัครนายก อบจ.กลุ่มบ้านใหญ่ มีคู่แข่งคือนายการุณ ใสงาม เพียงคนเดียว โอกาสที่นายการุณจะเอาชนะกลุ่ม “ฅนบุรีรัมย์” ที่มีนายเนวิน ชิดชอบ อยู่เบื้องหลัง ยังมีโอกาสน้อยกว่า หากไม่มีกระแสที่โดดเด่นเหมือนกับพรรคก้าวไกล ครั้งชนะการเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบปาร์ตี้ลิสต์ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเอาชนะบ้านใหญ่เจ้าถิ่นอย่างเหลือเชื่อ ประกอบกับความพร้อมที่แตกต่างกันระหว่างนายการุณ กับนายภูษิต ทั้ง “กระสุน” สำรองมีไม่เท่ากัน ผู้สนับสนุนที่ต่างกัน รวมถึงฐานเสียงทางการเมืองที่ยังห่างกันหลายขุม แต่กลุ่มคนบ้านใหญ่จะประมาทไม่ได้เลย ทั้งนี้ จะต้องรอผลการเลือกตั้ง อบจ.บุรีรัมย์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

