หน้าแรก การเมือง ศึกสามเส้า อบ...

ศึกสามเส้า อบจ.สุราษฎร์ ‘กำนันศักดิ์-ป้าโส-หมอมุดสัง’ชิงดำ

22.01.25 | 11:23 น.

ศึกสามเส้า อบจ.สุราษฎร์
‘กำนันศักดิ์-ป้าโส-หมอมุดสัง’ชิงดำ


สนามเลือกตั้งเมืองร้อยเกาะ จ.สุราษฎร์ธานี มี 36 เขตเลือกตั้งใน 19 อำเภอ มีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มากถึง 6 คน และสมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภา อบจ.อีก 98 คน ซึ่งตำแหน่งนายก อบจ.เจ้าของที่นั่งเดิม คือ กำนันศักดิ์ หรือ พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ครั้งนี้ลงสนามอีกครั้งเพื่อป้องกันแชมป์ในนามกลุ่มคนรักสุราษฎร์ หากส่องโปรไฟล์ผู้สมัครทั้ง 6 ราย คือ หมายเลข 1 นายสมพล สิงหพล อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขต 4 พรรคอนาคตใหม่ หมายเลข 2 นายพงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว อดีตนายก อบจ.คนล่าสุด หมายเลข 3 นายวิเชียร จันทร์บัว หมายเลข 4 นางโสภา กาญจนะ หรือป้าโส จากกลุ่มพลังสุราษฎร์ เป็นอดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี หมายเลข 5 นพ.จิรชาติ เรืองวัชรินทร์ หมอจิ หรือหมอมุดสัง จากพรรคประชาชน เป็นอดีตนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) สุราษฎร์ธานี หมายเลข 6 นายกฤษณ์ บุญประสพ ผู้สมัครอิสระ มีศักดิ์เป็นหลานชาย ป้าโส โสภา กาญจนะ

ในภาพรวมประเมินว่า เวทีนี้นับเป็นศึกสามเส้าของ 3 เบอร์ใหญ่ ระหว่าง กำนันศักดิ์ ป้าโส และหมอมุดสัง ทำให้การเลือกตั้งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก กำนันศักดิ์ พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว ในวัย 55 ปี เจ้าของเก้าอี้เดิมขวัญใจรากหญ้า สมัยที่ผ่านมาเคยสร้างประวัติศาสตร์คว่ำผู้สมัครจากบ้านใหญ่ “ชุมพล กาญจนะ” อดีต ส.ส.หลายสมัย ด้วยคะแนนทิ้งห่างกว่า 70,000 คะแนนมาแล้ว รอบนี้ขอโอกาสนั่งบริหารต่ออีกสมัย ภายใต้ทีมผู้บริหารชุดเดิม พร้อมดึงอดีตคู่แข่งในสนามเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา “นายกไข่ มนตรี เพชรขุ้ม” อดีตนายก อบจ.สุราษฎร์ธานี อีกหนึ่งขวัญใจชาวสุราษฎร์มาเสริมทีมในตำแหน่งที่ปรึกษานายก อบจ. โดยชูนโยบาย 7’s model สุราษฎร์สมาร์ท สุขภาพดี โรงเรียนดี กีฬาดี ท่องเที่ยวดี เกษตรกรรมดี สิ่งแวดล้อมดี บริการดี

ลงสนามรอบนี้ กำนันศักดิ์ เจอศึกหนัก เพราะ ส.อบจ.ร่วมทีมหลายคนถูกคู่แข่งดึงตัวไป แถมโดนเตะสกัด ปล่อยข่าวทำผลงานไม่ได้ตามที่หาเสียง บริหารงบประมาณไม่โปร่งใส กำนันศักดิ์ยืนยันว่ายังไม่เคยถูกหน่วยงานตรวจสอบตัดสินความผิด และไม่สนคำข่าวลือ ยังคงเดินหน้าลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงตามกลยุทธ์เดิมเพราะมั่นใจว่า 224,746 คะแนน ก็เคยได้มาแล้ว รอบนี้ย่อมต้องทำได้อีกครั้ง

Advertisement

ส่วนผู้ท้าชิงเบอร์ใหญ่ ป้าโส โสภา กาญจนะ ในวัย 76 ปี เคยผลักดันให้น้องชาย สุรินทร์ บุญประสพ หรือน้าสุรินทร์ อดีตนายกเทศมนตรีตำบลเวียงสระ ลงสนามเพื่อทวงคืนเก้าอี้นายก อบจ. แต่ประเมินสถานการณ์แล้วน่าจะสู้ไม่ไหวและอาจพ่ายซ้ำรอบสอง ป้าโสจึงตัดสินใจส่งตัวเอง ประกาศท้าชนแชมป์เก่าทวงศักดิ์ศรีคืนบ้านใหญ่เมืองสุราษฎร์ ด้วยสถานะ “ตัวจริง” จากบ้านใหญ่ ที่มีทั้งตำแหน่งอดีตประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ทำงานกับกลุ่มสตรีทั้งจังหวัดกว่า 200,000 คน ทีมผู้บริหารรองนายก อบจ.ทั้ง “นิโรช นวลวัฒน์” พี่ชาย ส.ส.ธานินทร์ นวลวัฒน์ ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 7 “ธนาคม รื่นพานิช” อดีตประธานสภาเทศบาลนครเกาะสมุย ผู้นำมวลชนคนเกาะ “ยุทธพงษ์ ชมภูพล” น้องชาย ส.ส.พิชัย ชมภูพล ส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 6

อีกทั้งฐานเสียงทัพหลังจาก ส.ส.ถึง 5 เขต คือ มีน้องชาย “ประเสริฐ บุญประสพ” นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี, ลูกสาว ส.ส.จ๋า “วชิราภรณ์ กาญจนะ” ส.ส.เขต 3 ลูกสะใภ้ “ส.ส.ตุ๊ก กานสินี โอภาสรังสรรค์” ส.ส.เขต 1 และ “พิพิธ รัตนรักษ์” ส.ส.เขต 2 ยังไม่รวม ส.อบจ.ในทีมพื้นที่อีกหลายสิบคน ฉะนั้นในศึกครั้งนี้ ป้าโส มั่นใจยิ่งกว่าทุกครั้งว่าได้คะแนนเกินแสนห้า ที่ “ชุมพล กาญจนะ” เคยทำไว้เมื่อสมัยที่ผ่านมา ย่อมทะลุเป้าหมายได้เดินเข้าสภาในฐานะ นายก อบจ.หญิงคนแรกของจังหวัดสุราษฎร์อย่างแน่นอน

ฝั่งผู้สมัครพรรคประชาชน “หมอจิ หรือหมอมุดสัง จิรชาติ เรืองวัชรินทร์” วัยเพียง 51 ปี ถือเป็นผู้บริหารมือดีอีกคนของกระทรวงสาธารณสุข เพิ่งถอดเสื้อกาวน์ลาออกจากตำแหน่งนายแพทย์ สสจ.สุราษฎร์ธานี ทั้งๆ ที่ทำผลงานมากมาย สร้างความประทับใจชาวบ้านชุมชนต่างๆ ทั้งโครงการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน ไขมัน สามารถลดจำนวนผู้ป่วย และไม่เกิดผู้ป่วยรายใหม่ได้เป็นแห่งแรกของประเทศ, ออกแบบการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุแบบครบวงจร (SALE modal) เป็นต้นแบบกระทรวงสาธารณสุข โดยขอโอกาสเข้ามาบริหารงานท้องถิ่นจังหวัดสุราษฎร์ ตามเป้าหมายที่ใหญ่กว่าเดิม โดยมี “ศักดิ์วิชญ์ แก้วมีศรี” รองอ้อคนดังเกาะสมุย “คณิต อินทปัน” ทนายความ “มณทิรา จำปา” อดีต ส.อบจ.หลายสมัยและ “ดร.ประวีณ จุลภักดี” นักวิชาการ ร่วมทีมบริหาร เป็นทีมที่สดใหม่ชูสโลแกน “สุราษฎร์ธานี ดีกว่านี้ได้” ด้วยนโยบาย 5 เปลี่ยน เพื่อสร้างสังคมกตัญญู สู่คุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ, บำบัดผู้ติดสารเสพติด คืนคนดีสู่สังคม, โครงสร้างพื้นฐานตอบโจทย์ความต้องการตรงจุด และทันสมัย, เกษตรมูลค่าสูง ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ และยกระดับการศึกษาทันโลก

ส่วน ทนายแก้ว วิเชียร จันทร์บัว ลงสมัครในนามทีมสุราษฎร์ก้าวใหม่ ชูธงปลดแอกจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้พัฒนาอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส ไม่ฮั้ว ไม่คอร์รัปชั่น และทำหน้าที่ตามความต้องการของประชาชน

โดยภาพรวม ผู้สมัครแต่ละทีมต่างมีดี มีผลงาน และนโยบายบริหารที่โดดเด่น แต่ท้ายที่สุดขึ้นอยู่กับชาวสุราษฎร์ธานี ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงกว่า 800,000 คน จะตัดสินใจ เลือกใครมานั่งบริหาร