จับตาสนามเลือกตั้งนายก อบจ.หนองคาย ดุเดือด เมื่อแชมป์เก่า 5 สมัยอย่าง นายยุทธนา ศรีตะบุตร ผู้สมัครหมายเลข 1 รอบนี้ลงสมัครในนาม “กลุ่มรักหนองคาย” คร่ำหวอดวงการการเมืองท้องถิ่นมายาวนาน 20 ปี รวมถึงสมัยล่าสุดที่เพิ่งจะหมดวาระไป แม้ไม่ได้ลงในนามสังกัดพรรคการเมืองใด แต่ฐานเสียงเก่ายังแน่นปึ้กในทุกพื้นที่ ครั้งนี้ลงชิงเก้าอี้อีก 1 สมัย
ในนามเพื่อไทย ส่ง “เสี่ยแอร์” นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นักธุรกิจชื่อดัง ประกอบกิจการหลายประเภททั้งนำเข้า-ส่งออกจำหน่ายปลาสวยงามส่งทั่วโลก เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.หนองคาย หมายเลข 2 ผนึกกำลังนายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำทัพเลาะริมน้ำโขงหวังตีคืนฐานเสียง มีคิวปราศรัยไปเมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา ย้ำพื้นที่นี้เพื่อไทยต้องได้ ขอลงชิงชัยกับนายยุทธนา ที่จวบจนปัจจุบันตลอด 20 ปี ยังไม่มีใครโค่นแชมป์ลง
ขณะที่พรรคประชาชน ที่ตอนแรกจะส่ง นายอุรุยศ เอียสกุล นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย เข้าร่วมชิงชัยอีกคน ก็ได้ถอนตัวก่อนถึงวันรับสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากสุขภาพของคนในครอบครัว ทำให้มีผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ. 3 คน ดังนี้ หมายเลข 1 นายยุทธนา ศรีตะบุตร หมายเลข 2 นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก หมายเลข 3 นายณรงค์ชัย หล้าวงศา ส่วน ส.อบจ.หนองคาย มีทั้งหมด 30 เขต

สำหรับ นายณรงค์ชัย หล้าวงศา หรือชื่อเดิม นายกฤศภณ หล้าวงศา อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลหนองคาย ซึ่งในการเลือกตั้งนายก อบจ.หนองคาย ครั้งที่ผ่านมาลงในนามพรรคก้าวหน้า (พรรคประชาชน) ได้คะแนนในการเลือกตั้งกว่า 5 หมื่นคะแนน เป็นอันดับที่ 3 ในจำนวนผู้สมัคร 4 คน ครั้งนี้ลงในนามผู้สมัครอิสระ ที่ลงครั้งนี้หลายคนมองว่าเพื่อตัดคะแนนผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมานั้นหากไม่มีนายณรงค์ชัยลงสมัคร ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทยอาจจะได้รับการเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.หนองคาย ไปแล้ว

บรรยากาศการชิงเก้าอี้นายก อบจ.หนองคาย ถูกมองว่า เป็นการแข่งขันกันระหว่างนายยุทธนา กับนายวุฒิไกร มีการหาเสียงขอคะแนนกันอย่างเข้มข้น แต่ละทีมระดมสรรพกำลังอย่างเต็มที่
โดยนโยบายในการหาเสียงของนายยุทธนา ได้เน้นย้ำให้ชาวบ้านเข้าใจการเมืองท้องถิ่น แยกออกจากการเมืองระดับชาติโดยเด็ดขาด ภายใต้สโลแกน มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ แล้วเราจะทำต่อ 3 ด้าน คือ การสร้างโอกาสเรื่องรถไฟความเร็วสูงเขตเศรษฐกิจพิเศษ สร้างโอกาสในทุกๆ ด้านแก่พี่น้องประชาชน เพื่อพี่น้องประชาชนได้รับโอกาสจากการเมืองท้องถิ่นอย่างแท้จริง “กลุ่มรักหนองคาย” จะเชื่อมนโยบายที่ประกาศไว้ ก่อให้เกิดความเป็นจริง เพื่อเป้าหมายสูงสุดนั่นคือการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับคนจังหวัดหนองคายต่อไป

ส่วน นายวุฒิไกร ผู้ท้าชิง ชูนโยบาย “หนองคายประตูสู่โอกาส” 3 ซ่อม 3 สร้าง เพื่อหนองคาย สร้างหนองคายให้พร้อมกับการเป็นประตูเชื่อมอินโดจีน ซึ่ง 3 ซ่อม ประกอบด้วย ซ่อมแรกคือซ่อมระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมอย่างมีประสิทธิภาพ ซ่อมที่ 2 คือซ่อมระบบสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนทุกช่วงวัย และซ่อมที่ 3 คือซ่อมคุณภาพชีวิตด้วยเมืองอัจฉริยะ (Smart Cities) ส่วนนโยบาย 3 สร้างนั้น ประกอบด้วย สร้างที่ 1 สร้างคุณภาพการศึกษาเพื่อสร้างโอกาสรายได้ที่แท้จริง “เรียนไป ได้งาน” สร้างที่ 2 คือสร้างศักยภาพเกษตรกรและเศรษฐกิจการเกษตร และสร้างที่ 3 คือสร้างการท่องเที่ยวเพื่อเชื่อมโยงวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชน
เมื่อเปรียบเทียบฐานกำลังระหว่างมีนายยุทธนา นายก อบจ.หนองคาย หลายสมัย ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอดีต ส.อบจ.หนองคายเป็นฐานกำลัง 14 คน มี ส.ส.เขต 1 จากพรรคพลังประชารัฐ ที่เคยเป็นรองนายก อบจ.หนองคาย เป็นฐานกำลังสำคัญ เห็นได้จากที่ผ่านมาสามารถล้มอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขตเลือกตั้งที่ 1 ได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ส่วนคู่ชิงจากพรรคเพื่อไทย มีอดีต ส.อบจ.หนองคาย เป็นฐานกำลัง 15 คน มี ส.ส.และอดีต ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 เขตให้การสนับสนุน ส่วนฐานเสียงภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย ทั้ง 2 คน มีฐานเสียงที่ใกล้เคียงกัน

ล่าสุด นายใหญ่ทักษิณ พร้อมแกนนำลงพื้นที่หนองคายช่วยนายวุฒิไกรหาเสียง โดยจัดปราศรัยใหญ่ที่ อ.โพนพิสัย และ อ.ท่าบ่อ มีผู้มารอต้อนรับและรับฟังการปราศรัยทั้ง 2 อำเภอรวมแล้วหลายหมื่นคน ถือเป็นการสร้างกระแสให้กับนายวุฒิไกรเป็นอย่างมาก
แม้ว่านายวุฒิไกรจะเปิดตัวช้า ซึ่งนายใหญ่ยังคาดหวังในการเลือกตั้งครั้งหน้า ให้ ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 เขต เหมือนการเลือกตั้งหลายครั้งก่อนหน้านี้ที่พรรคเพื่อไทยเอาใครลงก็ได้รับการเลือกตั้ง

ถือเป็นความท้าทายของทั้งคู่ในศึกการเลือกตั้งนายก อบจ.หนองคายครั้งนี้ แม้นายยุทธนาข้อได้เปรียบด้านประสบการณ์และฐานเสียงเก่าที่แน่นปึ้กในทุกพื้นที่ แต่ต้องเผชิญกับความคาดหวังที่สูงขึ้นจากประชาชน
ส่วนนายวุฒิไกรแม้จะไม่เคยเล่นการเมืองมาก่อน แต่มีโอกาสคว้าเก้าอี้ได้หากสามารถดึงดูดกลุ่มประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง
จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับชาวหนองคายที่จะเลือกผู้บริหารที่เหมาะสมในการพัฒนาจังหวัดใน 4 ปีข้างหน้า วันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะได้รู้ว่าแชมป์เก่าจะรักษาแชมป์ได้อีกสมัยหรือไม่
และงานนี้เป็นอีกหนึ่งสนามที่ “เพื่อไทย” ต้องลุ้น!

