หน้าแรก การเมือง วัดพลัง 2 บ้า...

วัดพลัง 2 บ้านใหญ่ ชิงเก้าอี้อบจ.เชียงราย

24.01.25 | 11:05 น.

วัดพลัง 2 บ้านใหญ่ ชิงเก้าอี้อบจ.เชียงราย

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้ว บรรยากาศสนามเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ก่อนการหย่อนบัตรเลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ยามนี้เป็นไปอย่างคึกคักเข้มข้น มีผู้สมัครนายก อบจ. 3 ราย และสมัครสมาชิกสภา อบจ. หรือ ส.อบจ. 36 เขต รวม 103 ราย การเลือกตั้งนายกและสมาชิก อบจ.เชียงราย ทั้ง 36 เขต บรรยากาศการแข่งขันที่เข้มข้น เป็นการเลือกตั้งนายก อบจ. ซึ่งมีผู้สมัคร 3 รายคือ หมายเลข 1 นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ หมายเลข 2 นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช และหมายเลข 3 น.ส.จิราพร หมื่นไชยวงศ์

แต่โฟกัสในสนามจับไปที่คู่ชิงเบอร์ใหญ่ นายก-นก อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.สมัยที่ผ่านมา กับ สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายก อบจ. ภรรยายงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานสภา บ้านใหญ่แม่จัน ซึ่งลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทย ส่วน จิราพร หมื่นไชยวงศ์ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ที่มีฐานเสียงสนับสนุนไม่มากนัก

สำหรับ นายก-นก อทิตาธร จากตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ถือเป็นบ้านใหญ่ในทางการเมืองของจังหวัดเชียงราย ที่มีเครือข่ายทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น เป็นบุตรสาว “เสี่ยโป้ย สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์” อดีต ส.ส. 6 สมัย ที่มีสัมพันธ์แนบแน่นกับ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี นายใหญ่พรรคเพื่อไทยมาก่อน โดยเสี่ยโป้ยเป็น ส.ส.พรรคนี้มายาวนานตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคประชาชน มาจนถึงพรรคเพื่อไทย

แต่ต่อมาย้ายไปซบค่ายสีน้ำเงิน-พรรคภูมิใจไทย ในปี 2554 และสอบตกในการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2566 “รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์” หลานชาย “เสี่ยโป้ย” ย้ายจากพรรคเพื่อไทยเข้าค่ายน้ำเงินก็สอบตกเช่นกัน แม้จะสอบตกแต่ยังมีฐานเสียงอยู่ในมือที่ช่วยเหลืออทิตาธรได้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกัน นายก-นก เองยังมีลูกทีมเป็นกลุ่ม ส.อบจ.ชุดเดิมค่อนข้างมาก

Advertisement

ลงสนามเพื่อป้องกันแชมป์ นายก-นก อาศัยแผนงานจากการทำงานที่ผ่านมา 13 นโยบาย มาตกผลึกเป็น 7 นโยบายเรือธง 4 กระจาย 3 ศูนย์ เป็นนโยบายหลักในการหาเสียง มีตั้งแต่การกระจายเครื่องจักรกลไปสู่พื้นที่เกษตร, พัฒนาเส้นทาง แหล่งน้ำและป้องกันแก้ไขสาธารณภัย, ส่งเสริมอาชีพและรายได้ สร้างนักขายออนไลน์ประจำตำบล เยาวชน วัยกลางคน ผู้สูงอายุในสโลแกน “อยู่ที่ไหนก็ขายได้” จากสวนสู่ครัว จากบ้านสู่ผู้ซื้อ, ส่งเสริมการศึกษาอยู่ที่ไหนก็เรียนได้, ส่งเสริมสุขภาพ “อยู่ที่ไหนก็ใกล้หมอ” สุขภาพดีได้ด้วยโฮงยาใกล้บ้าน PLUS สร้างสุขภาพพบหมอออนไลน์และระบบรักษาพยาบาลทางไกล, ส่งเสริมการท่องเที่ยว เที่ยวเชียงรายได้ทั้งปี มีดีทุกอำเภอ มหกรรมไม้ดอกกระจายทุกอำเภอ ยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวทุกอำเภอ และด้านความปลอดภัยโดยมีศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติแบบเบ็ดเสร็จ อยู่ที่ไหนก็ปลอดภัยได้ ฯลฯ

ส่องนโยบายคู่แข่ง “สลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช” เน้น 5 นโยบายหลัก TONY Brand ผลักดันสินค้าและบริการเชียงรายสู่แบรนด์ระดับโลก ส่งเสริมสินค้าเกษตรปลอดภัย และเทศกาลนานาชาติ, จัดตั้งศูนย์โดรนการเกษตรประจำตำบล 124 ตำบล พร้อม “1 ตำบล 1 นักบินโดรน” ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และแก้ปัญหาไฟป่า, จัดตั้งศูนย์บาดาลการเกษตรทุกตำบล เพื่อให้มีแหล่งน้ำเพียงพอและประหยัดพลังงาน, พัฒนาถนนเศรษฐกิจวัฒนธรรมรอบสถานีรถไฟ 18 แห่ง ส่งเสริมการค้าชุมชน และจัดระบบขนส่ง EV Cars เชื่อมโยงสถานีรถไฟ อ.เมือง-มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง-อ.แม่จัน-อ.แม่สาย และ อ.เชียงแสน, สร้างทุ่งนาสนามกอล์ฟ และ Homestay Agrotourism พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬาและสร้าง Homestay ทุกตำบล

เทียบฟอร์มผู้สมัครทั้งสองราย คอการเมืองมองว่าสนามเชียงรายแข่งขันกันดุเดือด ในเรื่องคะแนนเสียง หากมองย้อนกลับไปในอดีต สมัย “สลักจฤฎดิ์” ได้รับเลือกตั้งในปี 2555 ในนามพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนถล่มทลาย เมื่อเทียบกับ นายก-นก อทิตาธรที่ชนะการเลือกตั้งสมัยที่ผ่านมายังไกลกันโข เพราะ นายก-นก ชนะ น้องยิ้ม “วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์” มาแบบสูสี ครั้งนั้น นายก-นก ได้ 239,622 คะแนน ขณะที่ ยิ้ม วิสาระดี ได้ 211,956 คะแนน

กระนั้นในอดีตกระแสพรรคเพื่อไทยฟีเวอร์ คะแนนของพรรคจึงล้นหลาม หากวัดขุมกำลังของทั้ง 2 ฝ่ายในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าสู้กันได้สูสีทีเดียว

โดย นายก-นก อทิตาธร นอกจากมีฐานคะแนนเสียงเดิมจากการเลือกตั้งสมัยที่ผ่านมาเป็นทุนเดิม ยังมีกลุ่ม ส.อบจ.ที่เคยเป็นฐานคะแนนของพรรคเพื่อไทยย้ายขั้วมาอยู่ทีมเดียวกันหลายคน ยังมีกระแสข่าวว่ามีกลุ่ม ส.อบจ.ค่ายส้ม พรรคประชาชน และกลุ่มคนเสื้อแดงอีกหลายกลุ่มย้ายข้างมาสนับสนุน

ยังไม่รวมฐานกำลังจาก “สามารถ แก้วมีชัย” อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและอดีตรองประธานสภา ผู้เคยสนับสนุน นายก-นก ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย ในนามพรรคเพื่อไทยในสมัยที่ผ่านมา แต่มีปัญหาขัดแย้งเกิดจาก “วิสาร เตชะธีราวัฒน์” ปาดหน้าลงพรรคเพื่อไทยส่งบุตรสาว “ยิ้ม วิสาระดี” เตชะธีราวัฒน์ ลงสมัคร ทำให้ “นายก-นก” ถูกปฏิเสธจึงต้องลงในนามอิสระแทน ส่งผลให้ “สามารถ แก้วมีชัย” ลาออกจากกรรมการบริหารพรรคมาช่วย นายก-นก จนได้รับการเลือกตั้ง และรอบนี้ สามารถยังคงเทเสียงให้นายก-นก อีกสมัย

ฝั่ง “สลักจฤฎดิ์” ถือว่ามีความได้เปรียบ เพราะลงสนามในนามพรรคเพื่อไทย ได้รับการสนับสนุนจากนายใหญ่ ทักษิณ เดินทางมาช่วยหาเสียงเปิดปราศรัยอย่างเอิกเกริก แน่นอนว่าฐานเสียงหลักมาจาก ส.ส.พรรคเพื่อไทย เครือข่ายคนเสื้อแดงสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่คะแนนบางส่วนอาจถูกแชร์ไปให้ นายก-นก ที่เคยอยู่ขั้วเดียวกัน ทั้งคนเสื้อแดงบางส่วนก็แตกคิวกันย้ายมาหนุนขั้วแชมป์เก่าด้วย

หากคาดหวังไปที่กลุ่มฐานเสียงเพื่อไทยเชียงราย ก็ไม่ง่ายนัก เพราะก่อนหน้านี้ทั้งฝั่ง “พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน” ส.ส.พรรคเพื่อไทยและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบัน และฝั่ง “เตชะธีราวัฒน์” ก็ไม่ค่อยลงรอยกับ ตระกูลติยะไพรัช มากนัก คะแนนส่วนของเพื่อไทยเชียงราย จึงยังไม่ชัดเจนว่าจะเทให้สลักจฤฎดิ์เต็มที่หรือไม่ ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้คงไม่ง่ายสำหรับพรรคเพื่อไทยที่จะได้คะแนนถล่มทลายอีกแล้ว

แต่ นายใหญ่ทักษิณ ยังหมายมั่นยึดคืนเก้าอี้กลับมาอยู่ฝั่งเพื่อไทยให้ได้ เพราะการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้ มิใช่เพียงการชิงอำนาจบริหารท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังหมายถึงคะแนนเสียงที่ปูทางไปสู่การเลือกตั้งระดับประเทศในอนาคต เพราะการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเสียเก้าอี้ ส.ส.เดิมให้กับพรรคก้าวไกลไปหลายเขต โดยเฉพาะพื้นที่สำคัญ เขต 1 ตัวเมืองเชียงรายด้วย ครั้งนี้ นายใหญ่ทักษิณจึงต้องขึ้นมากำกับเอง เพื่อช่วยเหลือสลักจฤฎดิ์เต็มกำลัง ทั้งการเปิดปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ อ.เทิง อ.เชียงของ และ อ.แม่จัน และยังมีกำหนดปราศรัยใหญ่รอบสุดท้ายก่อนลงคะแนนในวันที่ 29 มกราคม

หากประเมินความได้เปรียบเสียเปรียบของทั้ง 2 ฝ่าย กลับต้องจับตาไปที่ฐานเสียงของตระกูล “จงสุทธานามณี” ค่ายเพื่อไทยเชียงราย เป็นอีกหนึ่ง “ตัวแปร” สำคัญ เพราะ “วันชัย จงสุทธานามณี” เป็นนายกเทศมนตรีนครเชียงราย คุมเสียงพื้นที่เขตอำเภอเมืองเชียงราย และในอดีต “รัตนา จงสุทธานามณี” ภรรยาก็เคยดำรงตำแหน่งนายก อบจ.เชียงรายในปี 2551 ได้คะแนนสูงถึง 263,973 คะแนน แต่สายสัมพันธ์ระหว่าง 2 ตระกูลนี้มีปัญหามาตลอด เป็นที่ทราบกันดีว่ารัตนาและสลักจฤฎดิ์มีคดีฟ้องร้องกันหลายคดี แถมคดีที่สลักจฤฎดิ์ถูกรัตนาฟ้องกลับ ยังเป็นเหตุให้สลักจฤฎดิ์ต้องเว้นวรรคทางการเมืองไปหลายปี กว่าจะกลับมาลงสนามรอบนี้ได้

คนเชียงรายต่างจับตาว่ารอบนี้ตระกูล “จงสุทธานามณี”จะเทใจไปให้ “แชมป์เก่า” หรือ “ผู้ท้าชิง” เพราะหากฝั่งใดได้คะแนนส่วนนี้มาเสริมก็เชื่อว่า เก้าอี้ “นายก อบจ.เชียงราย” คงไม่ไกลเกินเอื้อม

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่างบ้านใหญ่เชียงราย และยังเป็นศักดิ์ศรีของพรรคเพื่อไทย ที่จะวัดบารมีนายใหญ่ “ทักษิณ” ยังมีมากพอกำหนดชะตาพรรคเพื่อไทยใน จ.เชียงรายอีกด้วย