หน้าแรก การเมือง เศรษฐา ยินดีว...

เศรษฐา ยินดีวันประวัติศาสตร์ ‘สมรสเท่าเทียม’ เชื่อไทยจุดหมายนทท. LGBTQIAN+ ทั่วโลก

23.01.25 | 13:38 น.

เศรษฐา ยินดีวันประวัติศาสตร์ ‘สมรสเท่าเทียม’ เชื่อไทยจุดหมายนทท. LGBTQIAN+ ทั่วโลก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 มกราคม ที่ศูนย์การค้าพารากอน นฤมิตไพรด์ พร้อมคณะทำงานสมรสเท่าเทียมภาคประชาชน, มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ, ภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันผลักดันพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม ร่วมกับกรุงเทพมหานคร, สำนักนายกรัฐมนตรี, กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย, กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กระทรวงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) พร้อมพันธมิตรภาคประชาสังคมและภาคเอกชน อาทิ บริษัท สยาม พิวรรธน์ จำกัด และบริษัท Match Group (MTCH) ร่วมร่วมกันจัดงาน “วันสมรสเท่าเทียม” (Marriage Equality Day) จดทะเบียนสมรสคู่รัก LGBTQIAN+ วันแรก

โดยงานในเริ่มต้นด้วยขบวนแห่ ขันหมากกลองยาว “สมรสเท่าเทียม” นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และตัวแทนคณะรัฐมนตรี อิงฟ้า วราหะ,ชาล็อต ออสติน คู้จิ้นสุดฮอต ร่วมขบวนนำบรรดาคู่รัก LGBTQIAN+ ตั้งแต่ลานกิจกรรมพาร์คพารากอนขึ้นมาสู่ชั้น 5 ของศูนย์การค้า

Advertisement

จากนั้นเวลา 11.30 น. นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ผลักดันกฎหมายสมรสเท่าเทียม กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “วันสมรสเท่าเทียม (Marriage Equality Day) ว่า วันนี้ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ไทยจารึกไว้ จากการเดินทางมา 20 ปี เพื่อให้ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความรัก โดยไม่จำกัดเพศสภาพ สามารถเชิดหน้าชูตาในสังคมได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี เมื่อสักครู่เอกอัครราชทูตท่านหนึ่งบอกกับตนเองว่า ไม่ต้องเตรียมสคริปต์ เพราะมาจากใจ มีหลายเรื่องที่อยากจะพูด แต่การมีสคริปต์ก็เพื่อเตือนความจำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนเองและพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด

“ขอเน้นเรื่องเท่าเทียม ไม่ใช่เหนือกว่าคนอื่น การใช้เวลานานขนาดนี้ อาจจะเกิดจากความไม่เข้าใจและอาจมีการเรียกร้องสิทธิ์ให้เหนือกว่าความเท่าเทียมเป็นสิ่งพื้นฐานของทุกคน ทุกคนควรมีความเท่าเทียมเรื่องเพศสภาพ ตนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ตั้งแต่ก่อนเข้าการเมือง ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้เป็นเหตุผลหลักไม่แพ้เรื่องเศรษฐกิจ ที่พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญมาโดยตลอด ตนเองไม่อยากใช้คำว่าชุบมือเปิบกับความสำเร็จที่พวกเราได้เดินทางมาไกล เพราะมีหลายพรรคการเมืองหลายรัฐบาลที่พยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง”

“ความรักที่มีต่อกันไม่ต้องแอบอีกแล้ว สามารถเชิดหน้าชูตา เป็นอย่างที่เราอยากเป็น อยู่อย่างที่เราอยากอยู่ แสดงออกอย่างที่เราอยากแสดงออกได้อย่างเต็มตัว ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการเข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศหนึ่ง ท่านประกาศชัดเจนว่ามี 2 เพศเท่านั้นในประเทศท่าน คงไม่ใช่ความเหมาะสมที่ตนจะมากล่าวขัดแย้งกับประเด็นนี้ ขอใช้คำว่าเรามีประชากร 68 ล้านคนถึงแม้ขนาดเศรษฐกิจไม่ได้ใหญ่เท่าเขา ภายใต้การนำของนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เชื่อว่าเราหัวใจใหญ่กว่า เรายอมรับกับคนที่อยากจะเป็น เราให้เกียรติ ให้เวที ให้พื้นที่พวกเขา อย่างที่พวกเขาสมควรที่ได้รับ แม้จะเป็นการรอคอยนานกว่า 20 ปี”

นายเศรษฐา กล่าวอีกว่า เมื่อครู่นี้ตนเองได้เจอคู่สมรสอายุ 63 ปี กับ 78 ปี อยากจะขอได้แสดงความยินดี และขอโทษในเวลาเดียวกันว่า “Better late than never สายกว่ายังดีกว่าไม่มา” ประเทศไทยมีสมรสเท่าเทียมเป็นที่แรกๆ ของเอเชีย เราอาจเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชื่อว่าชาว LGBTQIAN+ จากทั่วโลกจะหลั่งไหลเข้ามาสร้างเศรษฐกิจสีรุ้งให้กับประเทศไทย

นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องในโอกาส กฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้วันนี้ว่า ตนเชื่อว่าทุกคนในที่นี้รู้สึกเช่นเดียวกันบรรยากาศและสถานที่อบอวล ไปด้วยความสุขความรัก ความรักที่เท่าเทียม และความรักที่มีสิทธิ์ที่จะเลือก และเป็นความรักที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

“ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลขอแสดงความยินดีกับทุกคน และองค์กรผู้ทำงานด้านความเท่าเทียมข้าราชการนักการเมือง ภาคประชาชนผู้ที่เดินหน้าผลักดันกฎหมายฉบับนี้ให้สำเร็จแน่นอนว่าความสำเร็จของกฎหมายฉบับประวัติศาสตร์นี้ นอกจากความมุ่งมั่นของรัฐบาลแล้วสิ่งที่สำคัญคือแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนไม่ว่า จะเป็นภาคประชาชนที่แข็งแกร่ง ภาคเอกชนที่พร้อมสนับสนุนจากรัฐบาล และราชการที่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พร้อมด้วยพรรคการเมืองที่ทำงานร่วมกันอย่างหนักจนกฎหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบอย่างถล่มทลาย และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนชาวไทยที่หัวใจเปิดกว้างการมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมฉบับนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน และจะเป็นก้าวสำคัญของการเดินไปสู่สังคม ที่เปิดกว้างยอมรับความหลากหลายลดการเลือกปฏิบัติต่อผู้มีความหลากหลายทางเพศ นอกจากนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมไม่ใช่แค่การให้สิทธิ์ แต่หมายถึงว่าคู่รักมีสิทธิ์ที่จะดูแลกันตามกฎหมายได้อย่างการทำพินัยกรรม การรับมรดก การเข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการสิทธิของสังคม เช่นเดียวกับคู่รักทุกเพศ นอกจากความเท่าเทียมแล้วสิ่งนี้จะเป็นหลักประกันให้กับทุกคน ให้การปลดปล่อยศักยภาพเพื่อสร้างความฝัน กับชีวิตของตนเองอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี”

“ขอเรียนว่า เมื่อเราก้าวผ่านมาตรฐานสำคัญไปอีกขั้น การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุดรัฐบาลที่นำโดยการทำงานของนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พร้อมสนับสนุนอำนวยความสะดวกต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความเท่าเทียมผ่านการรับฟัง อย่างรอบด้านและครบถ้วน และจะเป็นการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ทิ้งใครไปข้างหลัง และจะเดินไปข้างหน้าพร้อมกันสุดท้ายนี้กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเป็นก้าวสำคัญ ที่จะสามารถร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศสภาพ เชื้อชาติ ศาสนา หรือความเชื่อทางการเมืองทำให้ทุกตารางนิ้วในประเทศไทย เป็นพื้นที่สำหรับทุกเพศและทุกคน” นางสาวจิราพร กล่าว

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนครั้งนี้ ขอแสดงความยินดีกับทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม สำหรับรัฐบาลความเท่าเทียมคือโอกาส นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลนี้หยิบยื่นให้ เราได้ประกาศตัวแล้วทางด้านกฎหมายและศีลธรรม การจดทะเบียนสมรสเท่าเทียมทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายหมดแล้ว ในนามของรัฐบาลไทย ยินดีกับทุกท่าน หากประเทศไหนปิดกั้น ประเทศนี้เปิดรับทุกคน

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า กทม. เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆในการผลักดัน แต่หลังจากนี้จะรับไม้ต่อ แล้วทำหน้าที่ให้ดีที่สุด วันนี้มิติที่สำคัญคงไม่ใช่แค่เรื่องสมรสเท่าเทียม แต่แสดงถึงจิตวิญญาณของเรา ที่เราโอบกอดไปด้วยกัน ไม่ว่าจะคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ความเชื่อ ศาสนา วัฒนธรรม เชื้อชาติ

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมถึงภาพรวมการจดทะเบียนสมรสในพื้นที่ทั้ง 50 เขต ว่า จากที่ได้รับรายงานพบว่าเรียบร้อยดี เพราะเป็นการจดทะเบียนสมรสทั่วไปแต่วันนี้ที่มีการจัดงานเหมือนกลับเป็นการแสดงสัญลักษณ์หลังจากนี้ทุกคู่รักก็สามารถไปจดทะเบียนสมรสได้ที่สำนักงานเขต และจากการสอบถามคู่รักที่มาจดทะเบียนสมรสที่สยามพารากอน ก็บอกว่าสะดวกและเรียบร้อย

“เป็นมิติที่แสดงถึงว่าเราโอบกอดคนที่มีความหลากหลาย ไม่ใช่เฉพาะทางเพศสภาพ แต่ความเชื่อ ศาสนา และเชื้อชาติต่างๆ นี่คือจุดแข็งของสังคมไทยและที่กรุงเทพฯ ว่าคนที่มาเมืองไทยและมากรุงเทพฯ จะรู้สึกว่าปลอดภัยไม่ถูกเหยียดหยาม หรือมีความแตกต่างอะไร ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ดีเป็นจุดแข็งของเรา อีกทั้งยังสอดคล้องกับนโยบาย กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน”

นางสาวอรรณว์ ชุมาพร ประธานและผู้ก่อตั้ง บริษัท นฤมิตไพรด์ จำกัด กล่าวว่า กลับขับเคลื่อนเรื่องสมรสเท่าเทียมใช้เวลากว่า 20 ปี ก่อนวันนี้จะมาถึง เต็มไปด้วยอุปสรรค บางคู่รักถูกมองเป็นตัวประหลาด ถูกไล่ออกจากบ้าน และวันนี้เปรียบเสมือนวันแห่งความสำเร็จ เป็นวันแห่งชัยชนะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน จะเป็นการจดทะเบียนสมรสนอกสำนักงานเขต โดยมีสำนักงานเขตปทุมวันมาบริการนอกสถานที่ มีคู่รักแจ้งจดทะเบียน 193 คู่ ณ เวลา 12.30 น.มาจดทะเบียนสมรสแล้ว 70 คู่ ขณะที่สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง ณ เวลา 10.00 น. มีคู่รักจดทะเบียนสมรสแล้ว 140 คู่