จับตาชิงนายกอบจ. ‘เมืองลำพูน’ศึกรอบใหม่ค่ายเพื่อไทย-พรรคส้ม
ลำพูนเป็นจังหวัดเล็กๆ มีพื้นที่ 8 อำเภอ มี ส.ส. 2 เขต ส่วนการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีสมาชิกสภา อบจ.หรือ ส.อบจ. 24 เขต มีงบบริหารประมาณ 400 ล้านบาท ในการเลือกตั้งวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ มีผู้สมัครนายก อบจ. 2 ราย คือ หมายเลข 1 นายวีระเดช ภู่พิสิฐ จากพรรคประชาชน และหมายเลข 2 นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ อดีตนายก อบจ.ลงสมัครในนามพรรคเพื่อไทยมีผู้สมัคร ส.อบจ. 24 เขต รวม 59 คน
“ลำพูน” เมืองบุญหลวงล้านนา วันนี้ก้าวสู่สมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ. ที่มี 2 บ้านใหญ่ลงชิงชัยแบบเดินหน้าท้าชนไม่มีการถอย ระหว่าง “เสี่ยโอน-อนุสรณ์ วงศ์วรรณ” และ “โกเฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ” เป็นอีกสนามแข่งขันที่เสมือนสงครามตัวแทนระหว่าง 2 พรรคฝั่งประชาธิปไตย พรรคแดงกับพรรคส้มโดยไม่มีพรรคอื่นมาร่วมแบ่งแต้ม
บรรยากาศตั้งแต่วันรับสมัครช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทั้งเสี่ยโอน และโกเฮง ต่างเปิดตัวลงสนามพร้อมลูกทีมลงชิงเก้าอี้ ส.อบจ.ครบทุกเขต หลังการสมัครแยกย้ายกันจัดขบวนรถแห่หาเสียงไปทั่วจังหวัดหวังชิงพื้นที่หาเสียง เข้าถึงประชาชนให้มากที่สุด
เรียกว่าประชาชนอยู่ไหน ผู้สมัครจะไปถึงที่ รับฟังทุกปัญหาทุกเรื่องราวพร้อมรับแนวทางการแก้ไข โชว์นโยบายบริหารงานครบทุกด้านเพื่อเอาชนะใจชาวบ้านก่อนตัดสินใจให้คะแนน
หากเทียบกระแสของทั้ง 2 ผู้สมัคร เปรียบได้ดังเด็กหนุ่มไฟแรงท้าสู้ผู้เฒ่าเก๋าเกมที่ครองพื้นที่มายาวนาน อีกทั้งยังเป็นการวัดกระแสสองพรรคด้วย เพราะในสนามใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนต่างมีที่นั่ง ส.ส.เขต พรรคละ 1 ที่นั่ง
ชาวบ้านประเมินว่า เลือกตั้งรอบนี้มีแนวโน้มพรรคส้มจะถูกกินรวบหรือไม่ เพราะบ้านใหญ่ฝั่งเพื่อไทยระดมนักการเมืองท้องถิ่นรุ่นเก๋าๆ ลายครามเข้ามาช่วย ส่วนฝั่งคนรุ่นใหม่มาชูกระแสการเปลี่ยนแปลงหวังจูงใจให้ลำพูนเปลี่ยนโฉมไปสู่ทิศทางดีขึ้นกว่าเดิม
ส่องโปรไฟล์ของคู่ชิงสนามนี้ “โกเฮง-วีระเดช ภู่พิสิฐ” เป็นตัวแทนจากบ้านใหญ่เมืองหละปูน เป็นลูกชายของ “ประเสริฐ ภู่พิสิฐ” อดีตนายก อบจ.ลำพูน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคก้าวไกล ที่ผ่านมาโกเฮงเป็นแม่งานใหญ่ของพรรคในพื้นที่ลำพูน ที่ดูแลสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงเวลาเหมาะสมจึงต้องเปิดหน้าท้าชน เปรียบดังม้าหนุ่มกำลังคึกอยากลองสนาม
ในการหาเสียง โกเฮงชูนโยบายเน้นเปลี่ยนคนทำงานบริหาร จ.ลำพูน ในรูปแบบใหม่ที่ทันสมัยด้วยแนวคิดใหม่ๆ เทคโนโลยีทันสมัยเข้าถึงคน เข้าถึงการพัฒนา และรวดเร็วทุกด้าน อาทิ การให้ความสำคัญด้านการศึกษา มอบทุน 5 ล้านบาทช่วยเหลือเด็กยากจนเรียนดี ปรับปรุงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เปิดสนามกีฬาใช้งานได้ตลอด 24 ชั่วโมง พัฒนาสวนสาธารณะ เพิ่มสถานที่ออกกำลังกาย เปิดให้ประชาชนชมการประชุมสภาอย่างเปิดเผยผ่านระบบออนไลน์ถ่ายทอดสด ใช้งบประมาณปีละกว่า 400 ล้านบาท หรือรวม 4 ปีราว 1,600 ล้านบาท อย่างคุ้มค่า ประชาชนเข้าถึงงบประมาณและได้ประโยชน์จากภาษีมากที่สุดจากการบริหารงานอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา
ด้วยสไตล์ของ “โกเฮง” แม้ยังไม่ดุดัน พูดน้อย นโยบายพรรคยังสื่อสารเข้าถึงประชาชนกลุ่มคนรุ่นเก่าได้ยาก แต่มีแกนนำพรรคทั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชัยธวัช ตุลาธน ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง และ หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง เปิดปราศรัยใหญ่อย่างต่อเนื่อง ส่วนขุมกำลังสนับสนุน “โกเฮง” เข้าสู่เส้นชัย ส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มคนทำงาน คนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นลำพูนเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนการบริหารจากคนรุ่นเก่ามาเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งนายก อบจ.และทีม ส.อบจ.ส่วนใหญ่เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ ที่ก้าวลงสนามด้วยใจมุ่งมั่น ขอโอกาสทำงาน รอบนี้พรรคส้มขอปักธงในสนาม อบจ.ตามรอบ การเลือกตั้ง ส.ส.ลำพูนเมื่อปีที่ผ่านมา
ฝั่ง “เสี่ยโอน-อนุสรณ์ วงศ์วรรณ” อดีตนายก อบจ.ลำพูน สมัยที่ผ่านมา ดีกรีไม่ธรรมดา ผ่านสนามระดับชาติ มีประสบการณ์ทางการเมือง และบริหารงานระดับชาติหลายตำแหน่ง ทั้งเป็นอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง และอดีต รมช.หลายกระทรวง วันนี้ลงสนามอีกครั้งหวังรักษาเก้าอี้อีกสมัย เปรียบม้าเจนสนามยังฮึดสู้จะวิ่งต่อไป
“เสี่ยโอน” ชูนโยบายขอสานต่อสิ่งที่ทำไว้อีกสมัย วันนี้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านร้านตลาด ชุมชน มีขุมกำลังสำคัญ ทั้ง ส.ส.พรรค อดีต ส.อบจ. นักการเมืองท้องถิ่น แนวร่วมทางการเมืองหลายกลุ่มมาช่วย หวังรุมกินโต๊ะแบบเบ็ดเสร็จ แม้อายุมากแต่ก็มากด้วยประสบการณ์ แต่กระแสในพื้นที่ มีประชาชนบางส่วนอยากเห็นผลงานที่เด่นชัดจาก 4 ปีที่ผ่านมา ส่วนฐานเสียงยังคงเป็นเสื้อแดง และคนรุ่นเก่าที่ยังพร้อมให้การสนับสนุน
ศึกชิงเก้าอี้ อบจ.ครั้งนี้ ทั้งคู่ต่างมี ส.ส.เขตสนับสนุน ทั้ง “วิทวิสิทธิ์ ปันสวนปลูก” ส.ส.เขต 1 พรรคส้ม และ “รังสรรค์ มณีรัตน์” ส.ส.เขต 2 ฝั่งพรรคเพื่อไทย ขยันลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครพรรคตนเองอย่างต่อเนื่อง แต่สถิติสำคัญของตำแหน่ง นายก อบจ.ลำพูน หากย้อนไปดูทำเนียบนายก อบจ.ลำพูน จากอดีตถึงปัจจุบัน เหมือนสมบัติผลัดกันชม เพราะไม่เคยมีใครสามารถรักษาตำแหน่งได้เกิน 2 สมัย
หากเทียบความได้เปรียบเสียเปรียบของคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ที่มีขุมกำลังพอๆ กัน สนามประลองฝีเท้าระหว่างม้าแก่กับม้าหนุ่ม ม้าแก่มากประสบการณ์ แม้อาจช้าไปบ้างแต่ยังมองทางปรุโปร่งเห็นเส้นชัย แต่ม้าหนุ่มวิ่งเร็วมาแรงแต่ไม่ชินทางชินสนาม อาจหลุดจากลู่ได้เช่นกัน ชาวบ้านบอกว่าคู่นี้ราคาต่อรอง 55:45 แพ้หรือชนะกันไม่มากนัก ส่วนจะออกฝั่งไหนต้องดูการตัดสินใจของประชาชนอีกที เพราะอาจมีตัวแปรสำคัญเข้ามาแทรก ที่สุดแล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้ คงต้องไปลุ้นกันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้

