หน้าแรก การเมือง ส.ส.ปชน. แนะร...

ส.ส.ปชน. แนะรบ.ใช้กม.ที่มีอยู่ แก้ฝุ่นได้ก่อน ไม่ต้องรอร่างอากาศสะอาดเสร็จ

24.01.25 | 15:16 น.

ส.ส.ปชน. ชูจุดเด่นร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จัดตั้งกองทุน โดยมีรายได้จากค่าปรับผู้ก่อมลพิษ มีแนวทางปฏิบัติชัดแก้ปัญหาฝุ่นข้ามแดน พร้อมบทลงโทษที่ชัดเจน

เมื่อเวลา 12.40 น. วันที่ 24 มกราคม ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาด ในฐานะหนึ่งในเจ้าของร่างกฎหมายที่เข้าสู่การพิจารณา ซึ่งจนถึงปัจจุบันพิจารณามาแล้ว 1 ปี กล่าวว่า สาเหตุที่ใช้ระยะเวลาพิจารณาศึกษานานโดยมีการยกร่างขึ้นฉบับใหม่ จากการหยิบยกเนื้อหามาจาก 7 ร่างที่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการ เพื่อให้ร่างกฎหมายมีประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดการปัญหาฝุ่น โดยหยิบยกจุดเด่นร่างกฎหมายที่มีการกำหนดเกี่ยวกับกองทุนอากาศสะอาด ที่กำหนดให้ผู้ที่ก่อมลพิษจะต้องจ่ายค่าปรับและค่าธรรมเนียมที่จะเข้าสู่กองทุน และนำไปแก้ไขปัญหาอากาศสะอาด ในกรณีที่งบรายจ่ายประจำหรืองบกลางไม่สามารถนำมาใช้ได้ทันท่วงที

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาฝุ่นข้ามแดนนั้น แม้ปัจจุบันจะมีกฎหมายห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ แต่กฎหมายฉบับนี้จะเป็นคู่มือการทำงานให้รัฐบาลได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในการจัดการสินค้าที่ก่อให้เกิดมลพิษจากประเทศอื่น ซึ่งผู้ประกอบการเป็นคนไทยและนำเข้ามา นอกจากนี้เรื่องบทลงโทษจะมีความชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง มีอำนาจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เกี่ยวกับกองทุนมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ นอกจากจะมีบทลงโทษที่ชัดเจนแล้ว ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการสนับสนุนจากกองทุน

“ปัจจุบันบทลงโทษอาจยังไม่ชัดเจนมากนัก ในกฎหมายอื่น เพราะฉะนั้นบทลงโทษในร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาด จะชัดเจนยิ่งขึ้นแน่นอน หลังจากที่จัดร่างพ.ร.บ.ฯทำเสร็จสิ้น” นายภัทรพงษ์กล่าว

ฝุ่น
นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ ส.ส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายอากาศสะอาด

นายภัทรพงษ์ กล่าวด้วยว่า ในการจัดทำร่างพ.ร.บ.อากาศสะอาดส่วนใหญ่ กมธ.ฯเห็นไปในทิศทางเดียวกัน หากมีประเด็นใดที่เห็นต่างจะมีอนุกมธ.ฯ เชิญหน่วยงานมาศึกษาข้อเท็จจริง เพื่อนำความเห็นมาเสนอต่อที่ประชุมชุดใหญ่ หลังจากนี้หากมีประเด็นที่เห็นต่างก็จะมีการลงมติ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนเนื้อหาสาระตั้งแต่มาตราที่ 1-100 ทั้งนี้ ในส่วนของคณะกรรมการตามร่างพ.ร.บ.ฯ ว่ามีตั้งแต่คณะกรรมการระดับชาติ คณะกรรมการกำกับ คณะกรรมการจังหวัดจะดูแลปัญหาภายในจังหวัดรวมไปถึงท้องถิ่น กลไกการสั่งงานจะเริ่มตั้งแต่คณะกรรมการส่วนบนลงล่าง

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหาปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ของรัฐบาลในปัจจุบันสามารถหยิบยกกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันมาดำเนินการแก้ไขได้โดยไม่จำเป็นต้องรอร่างกฎหมายที่กำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้ และขอให้ประชาชนเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจากค่าฝุ่นที่สูงขึ้นในขณะนี้ดวย

Advertisement

ขณะที่ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกมธ.ฯกล่าวว่า ในการประชุมกมธ.ฯวันนี้ (24 ม.ค.) จะมีการลงมติเรื่อง คณะกรรมการจังหวัด ว่าจะกำหนดให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัก (นายก อบจ.) ที่ประชาชนเลือกตั้งมาเป็นประธาน