หน้าแรก การเมือง ฮือฮา ที่มารา...

ฮือฮา ที่มารายได้ ส.ว.หมอเกศ แขวนป้าย(หมอ) รับ 2.1 แสน ย้อนสธ.เคยเตือน มีโทษหนัก

24.01.25 | 15:54 น.

ฮือฮา ที่มารายได้ ส.ว.หมอเกศ แขวนป้าย(หมอ) รับ 2.1 แสน ย้อนสธ.เคยเตือน มีโทษหนัก

วันที่ 24 มกราคม สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกรณีเข้ารับตำแหน่ง จำนวน 31 ราย และกรณีพ้นจากตำแหน่ง จำนวน 8 ราย โดยมีรายชื่อที่น่าสนใจคือ น.ส.เกศกมล เปลี่ยนสมัย หรือ “หมอเกศ” กรณีเข้ารับตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 แจ้งสถานภาพสมรสกับนายอนุสรณ์ หนังสือ ซึ่งจดทะเบียนเมื่อ 21 สิงหาคม 2550 และบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งไม่เปิดเผยชื่อและอายุรวม 4 คน แจ้งมีทรัพย์สินรวม 126,804,479 บาท มีหนี้สินรวม 43,211, 671 บาท

แบ่งเป็นทรัพย์สินของ น.ส.เกศกมล 86,815,845 บาท ประกอบด้วยเงินฝาก 22 บัญชี รวม 1,329,669 บาท เงินให้กู้ยืม 800,000 บาท แก่ น.ส.วีณา ผาติวุฒิ ยอดหนี้เหลือเต็มจำนวน มีที่ดิน 41 แปลงใน จ.เพชรบุรีและนนทบุรี รวมมูลค่า 54,898,870 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างจำนวน 12 หลัง เป็นบ้านและตึกแถวรวมมูลค่า 22, 550,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 5,508,367 บาท โดยเป็นเงินประกันชีวิตและการผ่อนชำระที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินอื่น 1,728,938 บาท

น.ส.เกศกมล แจ้งว่า มีหนี้สิน 23,708,290 บาท แบ่งเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 146,503 บาท เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 6 บัญชี รวม 6,517,286 บาท หนี้สินที่มีหลักฐานเป็นหนังสือ 17,044,500 บาท เป็นสัญญาเงินกู้รวม 5 ฉบับ คือ 1.นางสุทินี แขวงทรัพย์ ทำสัญญา 15 มิ.ย 61 จำนวน 9 ล้านบาท 2.นายชัยยศ ยรรยงเวโรจน์ โดยนายธนะชัย ยศสินศักดิ์(แทน) ทำสัญญาเงินกู้ 24 พ.ค 62 จำนวน 3.5 ล้านบาท ยอดหนี้คงเหลือ 3,544,500 บาท 3.นายปิยะ แก้วทิพยเนตร ทำสัญญาเงินกู้ 16 พ.ค 67 จำนวน 1.5 ล้านบาท 4.นางชุติมาบุญประดิษฐ์ ทำสัญญาเงินกู้ 21 พ.ค. 67 จำนวน 1.5 ล้านบาท 5.นายชัยยศ ยรรยงเวโรจน์ โดยนายวิชา แสงหิรัญ (แทน)ทำสัญญาเงินกู้ 6 ธ.ค 61 จำนวน 1.5 ล้านบาท

นอกจากนี้ น.ส.เกศกมล แจ้งว่ามีรายได้ รวม 782,800 บาท เป็นรายได้จากการแขวนป้าย (หมอ) 210,000 บาท รายได้จากเงินเดือน สว. 567,800 บาท รายได้จากค่าเช่าที่ต่อปี 5,000 บาท และมีรายจ่าย รวม 476,800 บาท แบ่งเป็น ค่าโทรศัพท์ 52,800 บาท ค่าไฟฟ้า 250,000 บาท ค่าน้ำประปา 12,000 บาท ค่าเล่าเรียนบุตร 78,000 บาท ค่าผ่อนชำระที่ดิน 84,000 บาท

Advertisement

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่ารายได้จากการแขวนป้าย (หมอ)210,000 บาทนั้น มีที่มาจากใด

ขณะที่ก่อนหน้านี้ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ออกมาเตือนคลินิกทุกแห่ง ห้ามรับจ้างแพทย์มาแขวนป้ายเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ชี้ทั้งเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการ และผิดกฎหมาย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำ และปรับ อีกทั้ง อาจจะมีคำสั่งให้ปิดสถานพยาบาลอีกด้วย

โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2565 นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ในสมัยนั้น เปิดเผยว่า แพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ถือเป็นบุคลากรของสถานพยาบาลเอกชน ทั้งโรงพยาบาล และคลินิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแล กำกับ การดำเนินงานของสถานพยาบาลให้เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ อาทิ การควบคุมดูแลให้แพทย์ผู้ให้บริการประกอบวิชาชีพตามมาตรฐาน ควบคุมมิให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ประกอบวิชาชีพ มาประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล รวมถึง ดูแล ความสะอาด เรียบร้อยของสถานพยาบาล หากขาดแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลไปแล้วก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อมาตรฐานการบริการ หรือผู้รับบริการ

โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรม สบส.ก็ได้มีการกวดขัน ตรวจตรา และดำเนินการการกับคลินิกที่ถูกร้องเรียน ซึ่งพบว่าส่วนใหญ่มักจะไม่มีแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอยู่ประจำที่คลินิกในขณะที่เกิดเหตุ แต่ก็มีในบางกรณี ที่คลินิกจ้างแพทย์ให้มาเป็นผู้ดำเนินการ โดยนำเพียงชื่อของแพทย์มาแขวนป้ายแต่ไม่มีแพทย์ผู้ดำเนินการอยู่ประจำที่คลินิกแต่อย่างใด

ซึ่งการกระทำดังกล่าวย่อมทำให้เกิดอันตรายต่อประชาชนที่เข้ามารับบริการทางการแพทย์ ทั้งในด้านสุขภาพ ร่างกาย หรือในบางครั้งอาจรุนแรงถึงชีวิต อีกทั้งยังเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายสถานพยาบาล

โดยกรม สบส.จะจัดทีมพนักงานเจ้าหน้าที่ เฝ้าระวัง ตรวจตรา สื่อของสถานพยาบาลเอกชนที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียล เพื่อป้องกันมิให้มีการเชิญชวน หรือรับสมัครแพทย์ให้แขวนป้ายเป็นผู้ดำเนินการ หากพบแห่งใดมีการรับจ้างแพทย์มาแขวนป้ายก็จะดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษรุนแรงถึงขั้นจำและปรับ

อีกทั้ง กรม สบส.อาจจะมีคำสั่งทางปกครองสั่งปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรือถาวรอีกด้วย

ด้าน ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวต่อว่า กรม สบส.ขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบกิจการคลินิกทุกแห่ง จัดให้มีแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลอยู่ประจำที่คลินิกตลอดระยะเวลาทำการ หากไม่ปฏิบัติตามแล้วผู้ประกอบกิจการ ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ซึ่งมีความผิดทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุก หรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนแพทย์ที่ยินยอมให้คลินิกนำชื่อมาแขวนป้ายก็จะมีการดำเนินคดีด้านจริยธรรมทางการแพทย์ โดยแพทยสภา จึงขอให้แพทย์ผู้ดำเนินการทุกท่านปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เหมาะสม มีการปฏิบัติงานอยู่ที่คลินิกตลอดระยะเวลาทำการ เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุไม่คาดคิดต่อประชาชนในการรับบริการทางการแพทย์

และสำหรับแพทย์รายใหม่ที่ต้องการจะเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาลก็ขอให้ยื่นเรื่องขออนุญาตจากผู้รับอนุญาต หากสถานพยาบาลตั้งอยู่ ในกรุงเทพฯ ก็ให้ยื่นเรื่องกับศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ กรม สบส. แต่หากอยู่ต่างจังหวัดก็ให้ยื่นเรื่องกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในพื้นที่

โดยในกรณีของคลินิกแพทย์หนึ่งท่านจะสามารถเป็นผู้ดำเนินการได้ไม่เกิน 2 แห่ง โดยวัน เวลาปฏิบัติงานต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน และจะต้องเผื่อระยะเวลาเดินทางด้วย ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็น หรือมีเบาะแสการกระทำผิดมาตรฐานทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิก สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน กรม สบส. 1426