หน้าแรก การเมือง ศึกชิง 47 นาย...

ศึกชิง 47 นายกอบจ. พลังการเมืองท้องถิ่น ชี้ชะตาอนาคตปท.

26.01.25 | 13:41 น.

นับถอยหลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 47 จังหวัด และสมาชิก อบจ.ทั้ง 76 จังหวัด ในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ภายหลังนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ปฏิบัติหน้าที่ครบวาระ 4 ปี เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2567

การเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ครั้งนี้ แม้จะเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ได้เชื่อมโยงกับการเมืองภาพใหญ่ เพราะมีทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง เปิดหน้าส่งผู้สมัคร รวมทั้งส่งแกนนำระดับขุนพลและผู้นำจิตวิญญาณของพรรคขึ้นเวทีปราศรัยในฐานะผู้ช่วยหาเสียงกันอย่างเข้มข้น

หากจำแนกแยกแยะผู้สมัครทั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ. สามารถแบ่งได้เป็นสังกัดพรรคการเมืองที่เปิดหน้าชัด ได้แก่ พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาชน (ปชน.) สังกัดกลุ่มการเมือง ได้แก่ กลุ่มการเมืองที่เชื่อมโยงกับพรรคสีน้ำเงิน และกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ของแต่ละพื้นที่

การเลือกตั้ง อบจ.วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นความท้าทายผ่านตัวชี้วัดตามบทบาท ภารกิจของแต่ละฝ่าย โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีความท้าทายในการจัดการเลือกตั้งให้ออกมา “สุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย” ตามสโลแกนของสำนักงาน กกต. รวมทั้งยอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ. ตามที่ “อิทธิพร บุญประคอง” ประธาน กกต. ตั้งเป้าตัวเลขผู้มาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 เทียบเคียงกับตัวเลขผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง อบจ.เมื่อปี 2563 ที่ 62.86%

ความท้าทายของพรรคและกลุ่มการเมือง คือ ชัยชนะในเก้าอี้นายก อบจ.ทั้ง 47 จังหวัด และที่นั่งสมาชิก อบจ.ในแต่ละจังหวัด ว่าทั้งพรรคการเมือง กลุ่มการเมือง และการเมืองบ้านใหญ่ จะได้รับความไว้วางไว้จากประชาชนเลือกผู้สมัครผ่านสังกัดต่างๆ เข้าป้ายมาได้กี่ที่นั่ง

Advertisement

โดยพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรค พท. ส่งผู้สมัครนายก อบจ.ในนามพรรค 14 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ นครพนม มหาสารคาม สกลนคร ศรีสะเกษ บึงกาฬ หนองคาย มุกดาหาร และนครราชสีมา เช่นเดียวกับสมาชิก อบจ.ในหลายจังหวัดที่หันมาสวมเสื้อพรรค พท. หวังอาศัยกระแสของพรรคในฐานะรัฐบาลหนุนส่งเข้าป้ายชนะเลือกตั้ง

ส่วนค่ายสีส้มอย่างพรรค ปชน. ได้ “ศรายุทธิ์ ใจหลัก” เลขาธิการพรรค เฟ้นตัวผู้สมัครระดับมีแสงและมีกระแสในพื้นที่ ลงชิงชัยทั้ง 17 จังหวัด ครบทุกภาค ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด นครนายก นนทบุรี ปราจีนบุรี พังงา ภูเก็ต มุกดาหาร ระยอง ลำพูน สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่

ขณะที่กลุ่มการเมืองเครือข่ายสีน้ำเงิน จะเน้นส่งผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมของตัวเองและเรตติ้งของพรรคในพื้นที่นั้นๆ ลงชิงชัย อาทิ นครพนม มหาสารคาม ศรีสะเกษ บึงกาฬ บุรีรัมย์ พิจิตร ลพบุรี พัทลุง พังงา สตูล

โดยกลยุทธ์การหาเสียงเพื่อช่วงชิงที่นั่ง อบจ.ของแต่ละพรรคและกลุ่มการเมือง ต่างใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายต่อการชิงคะแนนเสียงที่จะมีผลต่อชัยชนะของแต่ละจังหวัด พรรค พท.มี “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง เป็นแม่ทัพใหญ่นำขึ้นเวทีปราศรัยชูจุดแข็งใช้ความเป็นรัฐบาลของพรรค พท.ที่เชื่อมกับผู้บริหารท้องถิ่นมาร่วมขับเคลื่อนนโยบายสำคัญๆ ของรัฐบาล อาทิ โครงการเติมเงิน 1 หมื่นบาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต นโยบายบ้านเพื่อคนไทย รวมทั้งชูกระแสและผลงานความสำเร็จสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ในยุคที่ “ทักษิณ” ดำรงตำแหน่งนายกฯ

ขณะที่พรรค ปชน.ส่งระดับแกนนำ ทั้ง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ชัยธวัช ตุลาธน 2 อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมกับ ส.ส.แกนนำพรรคที่เชี่ยวชาญการปราศรัย อาทิ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ “ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดาวกระจาย ลงพื้นที่ปราศรัยขอคะแนนเสียงในจังหวัดเป้าหมายตามที่แกนนำและนักวิชาการวิเคราะห์ว่า ผู้สมัครพรรค ปชน.มีลุ้นเข้าป้ายบวก-ลบ 5 จังหวัด

ส่วนกลุ่มการเมืองสีน้ำเงิน จะให้ผู้สมัครที่เป็นทั้งอดีตนายก อบจ.และผู้สมัครที่มีฐานเสียงนักการเมืองสนับสนุน ทั้ง ส.จ. เทศบาล และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เครือข่ายของกลไกกระทรวงมหาดไทยร่วมสนับสนุนในแต่ละพื้นที่ที่มีผู้สมัครกลุ่มสีน้ำเงิน

สําหรับทิศทางและผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่จะเกิดขึ้นที่สะท้อนผ่านบทวิเคราะห์ ผ่านเสวนาโต๊ะกลมหัวข้อ “เลือกตั้ง อบจ. ชี้ชะตาอนาคตประเทศ” ที่เครือมติชนจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งมีตัวแทนจากทุกกลุ่มการเมือง ได้แก่ “สาธิต ปิตุเตชะ” อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข “รงค์ บุญสวยขวัญ” อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) “พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์” อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท. และ “ชำนาญ จันทร์เรือง” หนึ่งในคณะกรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีต ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ต่างสะท้อนออกมาตรงกันว่า ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายพื้นที่ ดังที่ “ชำนาญ” เชื่อว่า พรรค ปชน.จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงในสนามเลือกตั้ง อบจ.ได้ และคาดว่าจะมีลุ้นคว้านายก อบจ.ได้ 5 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครนายก ตราด และสมุทรสงคราม นอกจากนี้ ทั้ง 4 ตัวแทนในวงเสวนา มีบทสรุปที่สะท้อนตรงกันว่า ผลการเลือกตั้งนายก อบจ.และสมาชิก อบจ.ในครั้งนี้จะส่งผลและมีนัยสำคัญต่อการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2570

ที่แต่ละพรรค และกลุ่มการเมืองจะต้องถอดบทเรียนผลแพ้-ชนะ การเลือกตั้ง อบจ. ซึ่งจะมีส่วนชี้ชะตาอนาคตทางการเมืองของแต่ละพรรคได้เช่นกัน