‘พริษฐ์’ มั่นใจ เมืองจันทน์ฯ ส้มขายดี ปลุก 1 ก.พ.ตั้งรัฐบาลพรรคส้มในจันทบุรี เหยียบคันเร่งการเปลี่ยนแปลง ด้าน ‘วิโรจน์’เปรียบชาวสวนทุเรียนถูกกระชากสร้อยวันละ 2 สลึง เหตุหน้าแล้งต้องซื้อน้ำวันละ 2 หมื่น ช้างเหยียบคนตายทุก 40 วัน ชวนกานายกอบจ.ด้วยความหวัง ไม่เชื่อวลี ‘จันทบุรีดีอยู่แล้ว’
เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ลานเอ็กซ์ตรีม สนามสามเหลี่ยมทุ่งนาเชย อ.เมือง จันทบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่ปรึกษาประธานคณะก้าวหน้า พร้อมด้วย ส.ส.พรรคประชาชน อาทิ รองหัวหน้าพรรคประชาชน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน น.ส.ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยนายมานะ ชนะสิทธิ์ ผู้สมัครนายก อบจ.พรรคประชาชน เบอร์ 1 พรรคประชาชนหาเสียง

โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าจันทบุรีเป็นเมืองผลไม้ ระหว่างเดินทางจาก กทม.ตนเปิดโทรศัพท์หาข้อมูลว่าผลไม้ที่ขายดีที่สุดในจันทบุรีคืออะไร 3 อันดับแรก น่าจะเป็น ทุเรียน ลำไย เงาะ แต่วันนี้เห็นพี่น้องมาแล้ว คิดว่าผลไม้ที่ขายดีที่สุดน่าจะเป็นส้มมากมากกว่า และขายดีนานมาแล้วย้อนไปตั้งแต่ปี 62 และปี 66 ที่ส.ส.พรรคส้มชนะยกจังหวัดทั้ง 3 คน
แต่ในระบอบประชาธิปไตย เราต้องไม่มองประชาชนเป็นของตาย แม้จะชนะเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะชนะรอบนี้ และไม่ได้หมายความว่าชนะมา 20-30 ปีแล้วจะชนะพรรคส้มเสมอไป พี่น้องที่ลังเลใจขอให้ถามใจตัวเองว่าเลือกพรรคส้ม 2 ครั้งที่ผ่านมาคุ้มค่าหรือไม่ ส.ส.พรรคส้มทำงานได้คุ้มค่าหรือไม่ แม้พวกเราพรรคส้มยังไม่เคยมีโอกาสเข้าไปมีอำนาจบริหาร แต่ตนยืนยันว่าการกาพรรคส้มคือการเหยียบคันเร่งให้กับการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่าง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม การมีอยู่ของพรรคส้มและ ส.ส.ที่เกี่ยวข้องมีส่วนในการช่วยเร่งรัดการเปลี่ยนแปลง ให้คู่รักทุกคู่ทุกเพศมีสิทธิ์สมรสอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน รวมทั้งการปลดล็อกสุราก้าวหน้า และร่างกฎหมายไม่ตีเด็ก เป็นต้น
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า การเหยียบคันเร่งพวกตนไม่ได้เป็นเด็กวัยรุ่นใจร้อน แต่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของจันทบุรีที่เกินมาตรฐานมา 4 วันทำให้เห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง ท้องถิ่นของบ 1,000 ล้านบาทเพื่อแก้ปัญหาไฟป่า แต่รัฐบาลอนุมัติแค่ 120 ล้านบาทเท่านั้น หลายเงื่อนไขรัฐบาลทำได้โดยไม่ต้องรอ ทั้งในเรื่องการอนุมัติงบกลางเพื่อแก้ปัญหานี้ อยากฝากชาว จ.จันทบุรี โอกาสในการเปลี่ยนจังหวัดของท่านมาถึงแล้ว วันที่ 1 ก.พ. ปากกาด้ามละ 10 บาทในมือท่านจะมีมูลค่าถึง 3,000 ล้านบาท เพราะปากกาในมือท่านจะเป็นตัวกำหนดว่านายก อบจ. และส.อบจ จะผลักดันนโยบายและการใช้งบ 700 ล้านบาทใน 4 ปีข้างหน้าอย่างไร วันเสาร์ที่ 1 ก.พ.นี้ จึงไม่ใช่เวลาโยนปากกาทิ้ง แต่เป็นเวลาที่หยิบปากการขึ้นมาขีดเขียนอนาคตไปด้วยกัน และเพื่อใช้ปากกาตั้งรัฐบาลพรรคส้มในจันทบุรีไปด้วยกัน

ด้านนายวิโรจน์ ปราศรัยความตอนหนึ่งว่า ตนบอกกับพรรคว่า การเลือกตั้งท้องถิ่น หากเราต้องการได้ใจคนจันทบุรีต้องแสดงความตั้งใจที่อยากจะทำให้จังหวัดจันทบุรีดีขึ้นกว่านี้จริงๆ แกนนำพรรคคนอื่นๆ อาจจะหมุนเวียนกันไปที่จังหวัดอื่น แต่ตนขอปักหลักอยู่ที่นี่ ตนไม่ได้สู้กับใครแต่สู้กับวลีหนึ่งที่ระบุว่า “จันทบุรีดีอยู่แล้ว” ในช่วงฤดูแล้งที่ชาวสวนทุเรียนขาดน้ำต้องซื้อน้ำวันละ 20,000 บาท เหมือนถูกกระชากสร้อยวันละ 2 สลึง ปัญหาช้างป่า ที่บุกรุกสวนทุเรียนทำให้ชาวสวนสิ้นเนื้อประดาตัว ทุก 40 วันมีผู้ถูกช้างเหยียบเสียชีวิต1 คน นี่หรือจันทบุรีที่ดีอยู่แล้วไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ไม่ต้องเดินหน้าไม่ต้องแก้ปัญหาแล้ว
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ส่วนแรงงานชาวสวนลำไยขาดแคลนต้องไปขึ้นทะเบียนแรงงาน ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเกือบ 6,000 บาท ล่าสุดปัญหาการนำทุเรียนไปจุ่มเบสิค เยลโล่ทู ที่จีนระงับการนำเข้าทุเรียน ทุเรียนไม่ใช่แค่ผลไม้แต่คือชีวิตความหวังอนาคตของคนจันทบุรี แต่ตนไม่เห็นการทำงานของ อบจ. ที่กระตือรือร้นประสานงานกับ ส.ส. ในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงใจจริงจังเลย 1 ก.พ. ที่จะถึงหลายคนกำลังจะกาด้วยความกลัวแต่ตนยืนยันว่าได้เวลากาด้วยความหวังแล้ว

