แดง-ส้ม-น้ำเงิน งัดกลยุทธ์ ชิงแต้ม สู้ศึกอบจ. 47 จังหวัด

25.01.25 | 14:11 น.

ศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) 47 จังหวัด และสมาชิกอบจ.ทั้ง 76 จังหวัด ที่จะชิงชัยกันในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ระหว่าง เวลา 08.00 – 17.00 น.

ที่หลายฝ่ายพุ่งเป้า คงไม่พ้นการชิงชัยกันของพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคประชาชน (ปชน.) กลุ่มการเมืองที่เชื่อมโยงกับพรรคสีน้ำเงิน และกลุ่มการเมืองบ้านใหญ่ของแต่ละพื้นที่ ที่มีผลแพ้-ชนะเป็นเดิมพัน

พรรคพท. เฟ้นขุนพลส่งผู้สมัครนายกอบจ. ในนามพรรค 14 จังหวัด ได้แก่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน เชียงราย เชียงใหม่ นครพนม มหาสารคาม สกลนคร ศรีสะเกษ บึงกาฬ หนองคาย มุกดาหาร และนครราชสีมา

อาศัยกระแสของ “โทนี่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยหาเสียงพรรคพท. ในฐานะผู้นำจิตวิญญาณพรรคพท. และความเป็นแกนนำรัฐบาล หนุนส่งเข้าป้ายชนะเลือกตั้ง

ซึ่งพรรคสีแดง อย่าง พรรคพท. วางกลยุทธ์หาเสียง โดยมี “ทักษิณ ชินวัตร” เป็นแม่ทัพหลวง พร้อมด้วยทีมปราศรัยอย่าง “เดอะเต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ปรึกษาของนายกฯ และอดีตเลขาธิการกลุ่มนปช.

Advertisement

โดยมีแกนนำพรรคพท. แบ่งความรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ ภาคอีสานมี “รมต.เดือน” มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ตั้งเป้านำ “อนุชิต หงษาดี” คว้าเก้าอี้นายกอบจ. จ.นครพนม

เหนือคู่แข่งอย่าง “ขวัญ” ศุภพานี โพธิ์สุ ผู้สมัครนายกฯอบจ. นครพนม ในทีมกลุ่มนครพนมร่วมใจ ลูกสาว “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรองประธานสภาฯ คนที่ 2 แม้จะไม่สมัครในนามพรรค

แต่คอการเมืองเป็นอันรู้กันว่า มีเงาของพรรคสีน้ำเงินเป็นแบ๊กอัพอยู่เบื้องหลัง

ยุทธศาสตร์การหาเสียงชิงแต้มของพรรคพท. นอกจากจะมี “ทักษิณ” แกนนำ และส.ส.ของพรรค ร่วมเป็นทัพหลวง ในแต่ละจังหวัดที่ “ทักษิณ” ขึ้นปราศรัยแล้ว

พรรคพท. ยังวางขุนพลเป็น “ทัพย่อย” ลงเก็บคะแนนระดับอำเภอ ในพื้นที่เป้าหมายของพรรคด้วย อย่าง จ.สุพรรณบุรี วางตัว “เสด็จพี่” พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคพท.

“วรชัย เหมะ” อดีตส.ส.สมุทรปราการ พรรคพท. “พายัพ ปั้นเกตุ” ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี กระจายลงพื้นที่เก็บแต้ม ทั้งในส่วนกลุ่มคนเสื้อแดง และแฟนคลับที่ยังชื่นชมในตัวและผลงานของ “อดีตนากฯทักษิณ”

โดยมี “สาโรจน์ หงษ์ชูเวช” ผู้อำนวยการพรรค และ “บอย” สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรค ร่วมกันดูแลพื้นที่ในภาพรวม

พื้นที่เป้าหมายพรรคพท. ตั้งเป้าว่าจะแพ้ไม่ได้นอกจากพื้นที่ภาคอีสาน ในหลายจังหวัด อาทิ นครพนม มหาสารคาม หนองคาย สกลนคร นครราชสีมา แล้ว

จังหวัดสู้รบสำคัญ อย่าง จ.เชียงใหม่ ที่ถือเป็นบ้านเกิดของ “ทักษิณ” และอีกหนึ่งเมืองหลวงคนเสื้อแดง “ทักษิณ” วางโปรแกรมจัดเวทีปราศรัยถึงสองครั้งเพื่อไปตอกย้ำในฐานเสียงและคะแนนของพรรคพท. ให้ชัวร์

โดยเฉพาะ จ.เชียงราย ที่ยังต้องออกแรงในช่วงโค้งสุดท้ายอีกครั้ง

ส่วนพลพรรคพลังสีส้ม อย่าง พรรคประชาชน(ปชน.) ที่เฟ้นขุนพลลงชิงชัย นายกอบจ. ใน 17 จังหวัด ครบทุกภาค ได้แก่ จันทบุรี ชลบุรี ตราด นครนายก นนทบุรี ปราจีนบุรี พังงา ภูเก็ต มุกดาหาร ระยอง ลำพูน สงขลา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่

งัดกลยุทธ์หาเสียง ด้วยการส่งแกนนำ ทั้ง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” “ชัยธวัช ตุลาธน” 2 อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค ปชน. พร้อมกับส.ส.แกนนำพรรค ที่เชี่ยวชาญการปราศรัยและมีแฟนคลับสีส้มติดตาม อาทิ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ

“ศิริกัญญา ตันสกุล” ส.ส.บัญชีรายชื่อ ดาวกระจาย ลงพื้นที่ปราศรัยขอคะแนนเสียง ในจังหวัดเป้าหมาย ตามที่แกนนำวิเคราะห์ว่า ผู้สมัครนายกอบจ.พรรคปชน. มีลุ้นเข้าป้ายบวก-ลบ 5 จังหวัด

ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นครนายก ตราด และ สมุทรสงคราม

ขณะที่กลุ่มการเมืองเครือข่ายสีน้ำเงิน จะโฟกัสให้ผู้สมัครที่มีคะแนนนิยมของตัวเอง และพื้นที่มีส.ส.และเรตติ้งของพรรคดี ผนึกกำลังกับเครือข่ายระดับท้องถิ่น ตรึงคะแนนไม่ให้แตกไปให้คู่แข่ง

อย่างในพื้นที่ จ.นครพนม มหาสารคาม ศรีสะเกษ บึงกาฬ บุรีรัมย์ พิจิตร ลพบุรี พัทลุง พังงา สตูล

ส่วนพรรคไหน กลุ่มการเมืองใด ทั้งสีแดง สีส้ม สีน้ำเงิน รวมทั้งกลุ่มบ้านใหญ่ ใครจะเข้าป้ายคว้าชัย ศึกเลือกตั้งนายกอบจ.

หลังปิดหีบนับคะแนน ช่วงค่ำๆวันที่ 1 ก.พ. เป็นอันได้รู้กัน