หน้าแรก การเมือง ศึกสายเลือดเม...

ศึกสายเลือดเมืองชาละวัน น้า-หลาน ‘ภัทรประสิทธิ์’ ชักธงรบ ท้าชิงเก้าอี้นายก อบจ.พิจิตร

27.01.25 | 10:35 น.

ศึกสายเลือดเมืองชาละวัน น้า-หลาน ‘ภัทรประสิทธิ์’ ชักธงรบ ท้าชิงเก้าอี้นายก อบจ.พิจิตร

สนามเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร เป็นอีกจังหวัดที่น่าจับตาอย่างมาก เพราะเป็นการแข่งขันกันเองระหว่างผู้สมัครในครอบครัวเดียวกันของบ้านใหญ่ภัทรประสิทธิ์

แต่เดิมตระกูลภัทรประสิทธิ์เน้นการเลือกตั้งสนามใหญ่ โดยครองที่นั่ง ส..เขตมายาวนาน ตั้งแต่ครั้งยังสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่เสียพื้นที่ไปหนึ่งสมัยให้พรรคพลังประชารัฐ จนย้ายเข้าค่ายสีน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย กระทั่งในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 ที่พรรคภูมิใจไทยคว้าที่นั่งทั้ง 3 เขต โดย 2 เขตเป็นของบ้านใหญ่ ภัทรประสิทธิ์ อีกที่นั่งเป็นของลูกยอด ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ลูกชายเสธหนั่น สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีผู้ล่วงลับ

ส่วนสนามการเมืองท้องถิ่นเจ้าสัวประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ ประมุขแห่งตระกูลภัทรประสิทธิ์ อดีตเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย และวินัย ภัทรประสิทธิ์..พิจิตรหลายสมัย จัดทัพส่งผู้กำกับกบ...กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องลงสนามเลือกตั้งปี 2563 ในนามบ้านสีเขียว และสามารถล้มแชมป์เก่า 6 สมัยชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ที่นั่งบริหารมายาวนานกว่า 20 ปี ด้วยคะแนนถล่มทลาย ยึดที่นั่งท้องถิ่นมาเป็นของภัทรประสิทธิ์ ได้เป็นผลสำเร็จ

Advertisement

แต่ผู้กำกับกบนั่งบริหารงานไม่ทันครบ 4 ปี กลุ่มบ้านสีเขียวเกิดอาการบ้านแตก เกิดศึกภายในมีปากเสียงกันรุนแรงหลายเรื่อง เป็นเหตุให้ประดิษฐ์และผู้กำกับกบไม่มองหน้ากันจวบจนทุกวันนี้

ยังผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ เจ้าสัวประดิษฐ์ประกาศชัดเจนจะไม่สนับสนุนลูกพี่ลูกน้องเหมือนครั้งที่ผ่านมาอีกเด็ดขาด ส่วนผู้กำกับกบไม่สนใจหันไปรวบรวมกลุ่มคน และกลุ่มสมาชิกสภา อบจ.พิจิตร กว่า 50-60 เปอร์เซ็นต์ ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.อีกสมัย

ส่วนเจ้าสัวบ้านใหญ่ภัทรประสิทธิ์กลับส่งหลานชายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา นักธุรกิจคนรุ่นใหม่ ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลเพ็ญสุภา ผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ซึ่งเป็นลูกพี่สาวลงสนามท้าชิงเก้าอี้จากน้ากบ เปิดตำนานศึกสายเลือดของบ้านใหญ่เมืองพิจิตรขึ้นเป็นครั้งแรก

การเลือกตั้งนายก อบจ.พิจิตร มีผู้สมัครรวม 4 ราย คือ หมายเลข 1 ...กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ อดีตนายก อบจ.สมัยล่าสุด หมายเลข 2 นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา หมายเลข 3 นายประชา โพธิ์ศรี และหมายเลข 4 นายสุขเสริม ไพบูลย์ศิริ โฟกัสการแข่งขันจับไปที่ คู่อาหลานกฤษฎากฤษฏ์ 

เทียบฟอร์มคู่ชิงที่ถูกจับจ้อง ผู้กำกับกบ...กฤษฎา นอกจากมีลูกทีม ส.อบจ.เดิมและฐานเสียงเดิมที่เคยสนับสนุนแล้ว ยังมีนักการเมืองรุ่นใหญ่เมืองชาละวัน ทั้งไพฑูรย์ แก้วทอง อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีหลายสมัย, สุณีย์ เหลืองวิจิตร อดีตเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีนาวิน บุญเสรฐ อดีต ส..พิจิตร เขต 3 และอีกหลายฝ่ายที่เป็นคู่ปรับเก่าของเจ้าสัวแทคทีมกันช่วยผู้กำกับกบเพื่อหวังเอาชนะหลานชายประดิษฐ์

ผู้กำกับกบ ออกหาเสียงโดยใช้ฐานเสียงเดิมที่เคยสนับสนุน ชูนโยบายการพัฒนาแหล่งน้ำทางด้านการเกษตร เนื่องจากจังหวัดพิจิตรเป็นเมืองเกษตรกรรม มีพื้นที่กว่า 400,000 ไร่ เพื่อให้ชาวนาทำนาได้มากขึ้นจากปีละ 1 ครั้ง เป็นอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ขณะเดียวกันจะพัฒนาทางด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตประชาชนด้วย

ด้านผู้ท้าชิงกฤษฏ์ เพ็ญสุภา ถือเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ มีประสบการณ์ในการบริหารตลาดสี่มุมเมือง ทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลเพ็ญสุภาผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ตลาดผักผลไม้ที่เป็นศูนย์กลางค้าส่งแห่งใหญ่ย่านปทุมธานี ก่อนชิมลางสนามเลือกตั้ง ประดิษฐ์ส่งหลานชายไปเรียนรู้งานในตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก่อนเปิดตัวเป็นผู้สมัครชิงนายก อบจ.พิจิตร

นอกจากได้รับการสนับสนุนจาก ประดิษฐ์วินัย ภัทรประสิทธิ์ แล้ว ประดิษฐ์ยังใช้ฐานเสียงเก่าสมัยยังเป็น ส..พิจิตร และฐานเสียงกลุ่มอดีตสมาชิกสภาจังหวัดที่มาอยู่ร่วมค่ายอีกทางหนึ่งด้วย

พร้อมกันนี้ กฤษฏ์ยังชูแคมเปญเป็นนายก อบจ. 24 ชม. ไม่ใช่นายกไปเช้าเย็นกลับพร้อมนโยบาย 5 ข้อหลัก พิจิตรเมืองเจริญ มอบเงินตำบลละ 1 ล้านผ่านการประชาคมความต้องการของชาวบ้าน โดยไม่ต้องผ่านองค์การบริหารส่วนตำบล, พิจิตรเมืองสมบูรณ์ ใช้คาราวานเครื่องจักรแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำท่วม ขุดลอกแหล่งน้ำให้เสร็จสิ้นในแต่ละพื้นที่ โดยไม่ต้องย้ายเครื่องจักร ให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย 

พิจิตรเมืองสุขภาพดี จะมีการพัฒนาขีดความสามารถของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ในความดูแลของ อบจ. ให้มีความพร้อมให้บริการผู้ป่วยถึงบ้าน โดยไม่ต้องให้ผู้ป่วยไปแออัดที่โรงพยาบาล, พิจิตรเมืองกีฬา สนับสนุนให้มีการเล่นกีฬา ต่อยอดจากทั้งสนามฟุตบอล สนามจักรยาน ซึ่งได้มาตรฐานระดับประเทศ ให้เกิดการแข่งขันกีฬาให้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นการดึงเม็ดเงินทางด้านเศรษฐกิจ ด้านกีฬาเข้าจังหวัดพิจิตร และนโยบายพิจิตรเมืองท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวเต็มอิ่มกับการเดินทางมาจังหวัดพิจิตร ใช้เวลาในจังหวัดพิจิตรให้มากขึ้น มีการต่อยอดการพัฒนาบึงสีไฟให้เป็นบึงสีไฟไลฟ์ปาร์ก ต่อยอดสร้างอควาเรียมสัตว์น้ำ พิพิธภัณฑ์ รวมถึงสวนสาธารณะเพิ่มเติม

ส่วนผู้สมัครอีกสองรายประชา โพธิ์ศรีลงสมัครอิสระ กลุ่มประชาชนคนพิจิตร แต่สวมเสื้อส้ม โดยชูสโลแกน ก้าวหน้า ก้าวไกล เพื่ออนาคตใหม่ของประชาชน ชูนโยบายบริหารด้านต่างๆ อาทิ ขุดสระทำแก้มลิงป้องกันน้ำท่วม และกักน้ำใช้ในฤดูแล้ง, สร้างตลาดกลางส่งเสริมผลผลิตพืชผักทางการเกษตร, นำสายไฟฟ้าและสายสื่อสารลงดิน, ยกระดับอนามัยชุมชน มีศูนย์ดูแลผู้สูงอายุไร้ญาติ, สร้างมหาวิทยาลัยพิจิตร 

ส่วนสุขเสริม ไพบูลย์ศิริเป็นอดีตรองนายก อบจ.พิจิตร ทีมบริหารเดิมของผู้กำกับกบ ลงสมัครรับเลือกตั้งโดยไม่มีการหาเสียงแต่อย่างใด ทำให้ชาวบ้านงงว่าจะลงทำไมสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ต่างบอกว่า เลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่น่ากลัวมากที่สุดเท่าที่แข่งขันกันมาในสนามการเมืองท้องถิ่น เนื่องจากเป็นการแข่งขันของคนตระกูลเดียวกัน และต่างฝ่ายต่างประกาศ แพ้ไม่ได้เพราะเป็นทั้งการสู้เพื่อศักดิ์ศรีและวัดบารมี ว่าศึกรอบนี้ใครจะได้อำนาจบริหารไปครอง และย่อมส่งผลต่อการเลือกตั้ง ส..สมัยหน้าอีกด้วย

แต่ศึกสายเลือดรอบนี้ ระหว่างน้าหลาน ใครจะเข้าวิน ต้องติดตามการแข่งขันในวันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้