หน้าแรก การเมือง เปิดสมรรถนะ ...

เปิดสมรรถนะ AT-6 TH เครื่องบินโจมตีป้ายแดง ‘ทัพฟ้า’

26.01.25 | 20:13 น.
เปิดสมรรถนะ  AT-6 TH เครื่องบินโจมตีป้ายแดง’ทัพฟ้า ‘ ภารกิจลาดตระเวน สอดแนม โจมตี และบรรเทาสาธารณภัย
ภารกิจปกป้องแนวชายแดนและน่านฟ้าไทยในพื้นที่ภาคเหนือ กองทัพอากาศ(ทอ.) ได้เพิ่มเขี้ยวเล็บใหม่ คือ เครื่องบินโจมตีเบา บิ๊กไก่ วูล์ฟเวอรีน (Wolverine) จำนวน 8 ลำจากสหรัฐอเมริกา  วงเงิน 4.6 พันล้านบาท  จากบริษัท Textron Aviation Defense LLC สหรัฐอเมริกา  เป็นโครงการผูกพันงบประมาณ 5 ปี ระหว่างปี 64-68  พร้อมอุปกรณ์อะไหล่ ระบบสนับสนุนการฝึกอบรม และอุปกรณ์อื่นๆ
โดยที่  AT-6 TH  ถูกบรรจุให้เข้าประจำการที่ฝูงบิน 411 กองบิน 41 (บน.41) จ.เชียงใหม่ เบื้องต้นส่งมอบแล้ว 4 ลำ อยู่ในขั้นตอนจัดส่งลำเลียงทางเรือ 1 ลำ  และอยู่ระหว่างจัดสร้าง 3 ลำ และส่งมอบทั้ง8 หมดครบในห้วงเม.ย.68
พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)
ขณะที่ ทอ.ได้ส่งนักบิน จำนวน 8 คน เข้ารับการฝึกบินกับเครื่องบินโจมตีเบา  AT-6 TH   ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักบินทั้ง 8 คน ได้สำเร็จหลักสูตรครูการบินและนักบินลองเครื่อง AT-6 TH คเป็นที่เรียบร้อย รอแค่เครื่องมาประจำการครบก็พร้อมปฏิบัติหน้าที่ทันที
สำหรับ  AT-6 TH  ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับภารกิจ ได้แก่  การบินสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support) ,ผู้ควบคุมอากาศยานหน้า (Forward Air Control-Airborne) ,การลาดตระเวนรบติดอาวุธ (Armed Reconnaissance) ,การโจมตีทางอากาศ (Air Strike) ,การเฝ้าระวัง การข่าวกรองและการลาดตระเวน (Surveillance and Reconnaissance : ISR) ,การบินค้นหาช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ (Combat Search and Rescue) ,การสนับสนุนการบรรเทาสาธารณภัย (Disaster Area Imagery) ,การถ่ายภาพภัยพิบัติ (Disaster Area Imagery) ,การสนับสนุนปฏิบัติการบินควบคุมไฟป่า และบูรณาการความร่วมมือในการสนับสนุนการป้องกันประเทศ และรักษาผลประโยชน์แห่งชาติกับหน่วยงานอื่น ๆ
‘บิ๊กไก่’พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) อธิบายสมรรถนะและภารกิจว่า  AT-6 THเป็นเครื่องบินที่ ทอ.จัดหาจากสหรัฐอเมริกา ตามโครงการช่วยเหลือทางการทหาร หรือ 333 ในการใช้ระบบ AERONet กล้องที่ติดตั้งมา ทอ.จะนำมาพัฒนาต่อยอดต่อไป ส่วนของการสร้างงานจากโครงการ AT-6 TH ได้จ้างคนไทยในการประกอบเครื่องดังกล่าว ส่งผลให้ตัวโครงการนอกจากเพิ่มความพร้อมในการป้องกันประเทศด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยของเทคโนโลยีการบิน (Avionics) ที่เทียบเท่าเครื่องบินยุค 4.5 แม้จะเป็นเครื่องใบพัดแต่การสร้างบุคลากรที่มีความพร้อมในอนาคตเครื่องบินดังกล่าวจึงมีความเหมาะสม
‘สำหรับคุณสมบัติที่เหมาะสมนั้น เข้ากับพื้นที่ภูมิประเทศของภาคเหนือที่เป็นป่าและภูเขา ผ่านการลาดตระเวนและรับมือภัยคุกคาม เพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ผ่านการบินถ่ายภาพด้วยระยะเวลาที่นานและความเงียบ โดยมีระบบกล้องที่เชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ทั้งนี้ภารกิจของกองทัพอากาศมีอยู่สามมิติหลัก ได้แก่ มิติทางอากาศ มิติไซเบอร์ และมิติอวกาศ ซึ่งในมิติทางอากาศ AT-6TH ตอบโจทย์สมบูรณ์ ทำให้เราพัฒนากำลังพล-นักบิน-เจ้าหน้าที่สนับสนับสนุนการบิน รวมทั้งอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ’ ผบ.ทอ.ระบุ
น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 (บน.41) ชี้แจงภารกิจเครื่องบินโจมตีเบา AT-6 TH
ขณะที่ ‘ผู้การหนึ่ง’ น.อ.ปรธร จีนะวัฒน์ ผู้บังคับการกองบิน 41 (บน.41) ชี้แจงเพิ่มว่า  AT-6 TH ดูจากภายนอกเหมือนเครื่องบินยุคสงครามโลก แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิด AT-6 TH คือเครื่องที่สร้างขึ้นมาใหม่ มีระบบที่ทันสมัย มีจอแสดงผลแบบ Multi-Function พร้อมบูรณาการระบบนาทางและการปลดอาวุธเข้าด้วยกัน ห้องนักบินดิจิทัล โดยติดตั้งกล้องความละเอียดสูงสาหรับการลาดตระเวน ค้นหา ตรวจจับ ติดตาม และกาหนดเป้าหมายในความสูงปานกลางทางานได้ทั้งเวลากลางวันและกลางคืน มีระบบเลเซอร์ที่สามารถชี้เป้าด้วยแสงเลเซอร์ได้ไกล 20 กิโลเมตร จากเพดานบิน ปานกลาง สาหรับชี้เป้าให้ความแม่นยากับระเบิดนาวิถี เป็นระบบเดียวที่ใช้กับกองทัพสหรัฐ
เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 TH ขณะฝึกช่วงสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือเมื่อปลายปี 2567 โโยบินเก็บภาพเส้นทางน้ำเพื่อมาวิเคราะห์ป้องกัน
ขณะเดียวกัน ยังมี Video Downlink (VDL) ที่สามารถส่งข้อมูล VDO ลงมายังภาคพื้นแบบ Realtime รวมทั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี มีการติดตั้งระบบ Datalink แบบ Link-TH ซึ่งเป็น Link มาตรฐานของ ทอ.ไทย ใช้สถาปัตยกรรมระบบภารกิจ (Mission System) แบบเดียวกับที่ติดตั้งบนเครื่องบินโจมตีแบบ A-10C Thunderbolt II โดยใช้ชุด Sensor ที่ปรับปรุงมาจากเครื่องบินลาดตระเวนหาข่าวแบบ MC-12W Liberty ประกอบด้วย 1. ระบบจัดการอาวุธ (Weapons Management) 2. โหมดการปลดอาวุธ (Weapons Delivery Modes) 3. การควบคุมการใช้งานกล้อง MX-15Di เป็นต้น
เครื่องบินโจมตีเบา AT-6 TH บินฝึกลาดตระเวน
‘AT-6 TH  บินได้ที่ความสูงประมาณ 30,000 ฟุต ด้วยความเร็ว 500 กม.ต่อชั่วโมง  บินได้ไกล 1,125 ไมล์ บินจากเชียงใหม่ไปหาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องแวะเติมน้ำมัน  ยังมีระบบกล้อง MX-15Di ที่ติดอยู่ด้านล่างของเครื่อง สามารถถ่ายภาพด้วยความร้อนได้ ซูมได้หลายระดับ สามารถฉายและทิ้งอาวุธด้วยเลเซอร์ได้ สามารถฉายเลเซอร์ให้กองกำลังภาคพื้นมองเห็น กองกำลังภาคพื้นชี้เลเซอร์ไปที่เป้าหมายทำให้ AT-6 TH  รู้เป้าเพื่อติดตามเป้าหมายได้ นอกจากนี้ยังสามารถบินได้เวลากลางคืน มีเกราะที่ป้องกันตนเอง มีตัวแจ้งเตือนจรวดภาคพื้นที่ยิงขึ้นมา  ระบบอาวุธสามารถติดได้ทั้งอาวุธนำวิถีและไม่นำวิถีทั้งระเบิดธรรมดา และระเบิด 500 ปอนด์ ติดกระบอกปืน 50 มม.ยิงรถถังได้ และขีปนาวุธ  AGM-114 เฮลล์ไฟร์ คือฝันร้ายของรถถัง ภารกิจเราสามารถปฏิบัติได้ สนับสนุนกองกำลังทางอากาศ และภาคพื้น’ น.อ.ปรธร ระบุ
ดังนั้น ต้องติดตามว่า AT-6 TH  Wolverine เมื่อเข้าประจำการครบทั้ง 8 ลำ จะมีขีดความสามารถ เพิ่มศักยภาพให้ ทอ. ดูแลพื้นที่ภาคเหนือและเสริมความมั่นคงชายแดนได้เข้มข้นแค่ไหน ..