หน้าแรก การเมือง มาริษ แจงยังไ...

มาริษ แจงยังไม่ตั้ง JTC ชุดใหม่ เจรจาพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา ยันรบ.ไม่ทำอะไรโดยพลการ

27.01.25 | 11:43 น.

‘มาริษ’ แจง MOU44 ยังไม่ทิ้งการตั้ง JTC เตรียมเปิดเวทีรับฟังความเห็น 28 ม.ค.นี้ ยันรัฐบาลจะไม่ทำอะไรโดยพลการ ยึดหลักปฏิบัติ 3 ข้อ เพื่อประโยชน์ของประเทศ-ประชาชน ย้ำทุกอย่างรัฐสภาต้องให้ความเห็นชอบ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มกราคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานในที่ประชุมพิจารณาวาระกระทู้ถามเป็นหนังสือของ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา ส.ว. ถามเรื่องการเจรจาผลประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ไทย-กัมพูชา 26,000 ตรางกิโลเมตร ซึ่ง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี

นายมาริษชี้แจงว่า ปัจจุบันรัฐบาลยังไม่ได้ดำเนินการใดในพื้นที่อ้างสิทธิ ไทย-กัมพูชา และยังไม่ได้จัดตั้งคณะกรรมการร่วมเทคนิคไทยกัมพูชา หรือ JTC ของไทยชุดใหม่ ซึ่งจะเป็นกลไกหลักในการเจรจากับกัมพูชา โดยระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งกลไกดังกล่าว รัฐบาลพร้อมรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน และจะนำข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากสมาชิกวุฒิสภาที่ได้อภิปราย ไปประมวลรวบรวมประกอบการกำหนดท่าทีของไทยในการเจรจา เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

“ในเรื่องนี้รัฐบาลจะเจรจากับรัฐบาลกัมพูชาโดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และที่มีอยู่เพื่อใช้ในการเจรจาได้ ส่วนกรอบการเจรจาที่มีอยู่บนพื้นฐานของ MOU44 ซึ่งไปในทิศทางเดียวกันกับรัฐบาลทุกยุคที่มีก่อนหน้านี้ นับตั้งแต่ที่มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ เพราะรัฐบาลที่ผ่านมาเห็นว่าเป็นเครื่องมือในการเจรจาที่เหมาะสมและสมดุลในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติได้ครบถ้วนในมิติความมั่นคง ทั้งเรื่องการแบ่งเขตทางทะเล เศรษฐกิจ โดยคำนึงถึงอธิปไตยและผลประโยชน์สูงสุดของประเทศ” นายมาริษกล่าว

Advertisement

รมว.ต่างประเทศกล่าวว่า แนวทางที่รัฐบาลจะยึดหลักปฏิบัติ 3 ข้อคือ 1.ประชาชนต้องยอมรับได้ 2.รัฐสภาต้องสามารถให้ความเห็นชอบ และ 3.เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ยืนยันรัฐบาลจะไม่ดำเนินการใดโดยที่รัฐสภาไม่เห็นชอบ และจะเจรจาบนพื้นฐานตามที่ได้แจ้งไว้
ส่วน MOU44 เป็นเพียงกลไกที่กำหนดกรอบการเจรจาระหว่างประเทศ ระหว่างไทยและกัมพูชา ไม่ใช่การยอมรับการอ้างสิทธิของกัมพูชาแต่อย่างใด และไม่ส่งผลต่ออธิปไตยของประเทศไทยเหนือเกาะกูด เนื่องจากไทยมีอำนาจในอธิปไตยเหนือเกาะกูดโดยสมบูรณ์ และไทยได้ใช้อำนาจดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเสมอมา

นายมาริษกล่าวอีกว่า ส่วนสาระสำคัญของ MOU44 กำหนดให้การเจรจาแบ่งเขตและพัฒนาพื้นที่ควบคู่กันโดยแบ่งแยกไม่ได้ หักการเจรจาบรรลุข้อตกลงร่วมกัน รัฐบาลจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบข้อตกลงดังกล่าวก่อนที่จะดำเนินการให้มีผลผูกพัน

“รัฐบาลจะไม่ทำโดยพลการ ทุกสิ่งทุกอย่างรัฐสภาแห่งนี้จะต้องให้ความเห็นชอบ ระหว่างนี้รัฐบาลจะจัดเวทีเสวนาเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเสวนาครั้งต่อไปจะดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐบาลและคณะกรรมธิการที่เกี่ยวข้องของรัฐสภาในวันที่ 28 ม.ค.นี้” นายมาริษกล่าว