หน้าแรก การเมือง กัณวีร์ จี้รบ...

กัณวีร์ จี้รบ.เร่งหามาตรการป้องค้ามนุษย์ก่อนตกไปอยู่เทียร์3-มท.4 ปูด เจดีย์สามองค์ขอใช้ไฟเพิ่ม หวั่นทำผิดกม.

6.02.25 | 13:40 น.

กัณวีร์ ถาม มท.ประเมินกระทบหรือยัง หลังตัดไฟ น้ำมัน เน็ต จี้เร่งหามาตรการป้องค้ามนุษย์ก่อนจากตกไปอยู่ที่ เทียร์ 3 ด้าน ธีรรัตน์ ยัน รบ.ทำแล้ว ปูด กาญจนบุรี ขอใช้ไฟเพิ่ม หวั่นเสี่ยงทำผิด กม.

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายกัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม (ปธ.) ที่สอบถาม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงมาตรการรับมือที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติตัดไฟ ตัดน้ำมัน และตัดสัญญาณโทรคมนาคม ที่ประเทศไทยส่งไปยังประเทศเมียนมาเมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากนายอนุทิน ติดภารกิจจึงมอบ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย มาตอบกระทู้แทน

โดยนายกัณวีร์ กล่าวว่า จากกรณีดังกล่าวเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้รับข้อมูลมาว่ามีประชาชนจากประเทศเมียนมาเข้ามาที่ประเทศไทยเพื่อตุนเสบียงต่างๆ เช่น น้ำมัน เพื่อนำไปใช้กับเครื่องปั่นไฟในประเทศเขา อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลาระหว่างที่จะมีมติดังกล่าวออกมาและมีการโยนกันไปมาระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น ได้สร้างความเสียหายไปกว่า 2.8 พันล้านบาท หรือกว่า 1 หมื่นคน จึงขอถามว่าหลังจากมีมติตัดสิ่งต่างๆ แล้วนั้น ได้มีการประเมินหรือไม่กับสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น มีผลกระทบอย่างไรบ้าง รวมถึงจะสามารถป้องกันแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติได้อย่างไรบ้าง

นายกัณวีร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ สามารถบอกได้หรือไม่ว่าการที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายอนุทินไปคุยกับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ไปพูดคุยกันเรื่องอะไรบ้าง เกี่ยวข้องกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ อย่างไรบ้าง ทั้งนี้ ตนมีความกังวลเรื่องเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาเพราะประเทศเราถือเป็นประเทศทางผ่าน และบริเวณชายแดนถือเป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดผ่านศูนย์สั่งการชายแดนที่อยู่รอบประเทศไทย จึงอยากทราบว่าท่านมีมาตรการป้องกัน ปราบปรามและเยียวยาเหยื่อการค้ามนุษย์อย่างไร มีศักยภาพเพียงพอและเตรียมความพร้อมไว้หรือไม่

นายกัณวีร์ กล่าวด้วยว่า บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แถวชเวก๊กโก ผาลู เคเคพาร์ก พญาตองซู ที่เขาเจริญเช่นนี้เพราะผ่านประเทศไทยทั้งนั้น ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจชายแดน เราต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เราจะปิดไม่ได้ แต่ต้องให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องท่าข้ามให้ดี จึงอยากสอบถามว่าท่านมีมาตรการใดหรือไม่ ในการที่จะแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดน ชายฝั่งทะเล เกาะแก่งเตรียมความพร้อมที่จะป้องกัน ปราบปราม ต่อต้านและเยียวยาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มีการสั่งไปบ้างแล้วหรือไม่

Advertisement

”เสียงร้องโหยหวนของประชาชนทั่วโลกยังดังก้องอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ รวมถึงเสียงร้องโหยหวนของเหยื่อกระบวนการค้ามนุษย์ที่อยู่ในประเทศเมียนมาอีกมากมายเป็นหมื่นๆ คน ฉะนั้น ผมอยากรัฐบาลเอาจริงเอาจังในเรื่องการช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ และประเทศไทยเราจะต้องไม่ใช่ประเทศทางผ่านของกระบวนการต่างๆ อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้ามนุษย์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งถือว่าใหญ่กว่าความร่วมมือของประเทศไทยกับประเทศจีน จึงอยากให้รัฐบาลไทยพิจารณาเอาความร่วมมือระหว่างประเทศในเวทีระหว่างประเทศในการต่อสู้และต่อกลอนกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์เหล่านี้ โดยปัจจุบันสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนแปลงนโยบายค่อนข้างเฉียบขาดในเรื่องนี้ เราจึงควรเอาโอกาสนี้ในการแสวงหาความร่วมมือทั้งสองฝ่าย ซึ่งจะถือว่าสามารถแก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงกระบวนการค้ามนุษย์ได้ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยพิจารณาเรื่องนี้เป็นการด่วน เพราะจากที่เราอยู่ในเทียร์ 2 อาจจะตกไปอยู่ในเทียร์ 3 ได้” นายกัณวีร์ กล่าว

ด้าน น.ส.ธีรรัตน์ ชี้แจงว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่เคยที่จะหยุดทำงานและพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ส่วนที่เราตัดไฟไปแล้วเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา ทางการไฟฟ้าที่อยู่ในการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ดูแลเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทางการไฟฟ้าได้ให้ข้อมูลและชี้แจงว่ามีการทำสัญญาเป็นคู่สัญญากับผู้ซื้อไฟในบริษัทที่เป็นผู้รับสัมปทานจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศเมียนมา ที่เรามีสัญญากับเขา แต่จุดที่เราสามารถยกเลิกสัญญาได้คือการผิดสัญญา อาจเป็นการไม่จ่ายค่าไฟ การค้างชำระต่างๆ และประเด็นที่สำคัญคือเป็นภัยต่อความมั่นคง จึงเป็นที่มาว่าเมื่อเราได้รับข้อมูลว่าไฟที่ถูกนำจ่ายไปในจุดต่างๆ นั้นอาจจะถูกไปสนับสนุนเรื่องที่ผิดกฎหมาย เราจึงได้ตรวจสอบ แต่เมื่อประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาจึงมีการส่งหนังสือจากกระทรวงมหาดไทย ไปถึงหน่วยงานความมั่นคงต่างๆ เพราะสิ่งที่นายกัณวีร์สงสัยคือการเกิดความเสียหายขึ้นมาตั้งแต่เรายังไม่ได้สั่งตัดไฟ ย้ำว่าเราได้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงพยาบาล บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ โรงเรียน ศาสนสถาน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เขาจะได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การกระทำการใดๆ ต้องเป็นไปอย่างรอบคอบที่สุด และเป็นไปด้วยการคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมมากที่สุด ฉะนั้น เราทำงานขับเคลื่อนมาโดยตลอดและเป็นความห่วงใยขั้นสูงสุดของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่าต้องเร่งจัดการในเรื่องนี้ อย่าไปปัดความรับผิดชอบว่าจะเป็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือของกระทรวงใด หน้าที่ของใคร แต่วันนี้เราต้องมานั่งประชุมเพื่อหาทางออกร่วมกัน จึงเป็นมติที่ประชุมสมช.ออกมา ทั้งนี้ หลังจากที่ตัดไฟไปแล้วทางฝั่งประเทศเมียนมามีความวุ่นวายที่จะต้องเร่งหาน้ำมันเพื่อจะมีไฟใช้ต่อ และก่อนหน้านี้ต้องยอมรับว่าเราเป็นห่วงกลุ่มเปราะบาง หรือผู้ป่วยที่มีอาการหนักที่อยู่ในโรงพยาบาลว่า หากเราตัดไฟไปเลยจะเกิดผลกระทบกับพวกเขาทันที ฉะนั้นเราจึงแจ้งโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยหนักไปก่อนเพื่อให้ได้นำผู้ป่วยหนักเหล่านั้นเข้ามารักษาในฝั่งไทย ซึ่งเรายินดีต้อนรับและเตรียมบุคลากรทางการแพทย์เอาไว้แล้ว

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวมถึงสมช. และหน่วยงานความมั่นคง ได้ลงพื้นที่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ทำให้เห็นรายละเอียดของปัญหาและตอบโจทย์ความกังวล ขณะเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ก็เดินทางไปเยือนประเทศจีน ซึ่งจะได้พูดคุยกับนายสี จิ้นผิง ต่อประเด็นการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย ส่วนคำถามที่ว่ามีมาตรการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดแถบชายแดนอย่างไรนั้น เรามีศูนย์สั่งการ และมีมาตรการในการเน้นย้ำเรื่องการป้องกันปัญหายาเสพติดรวมถึงการค้ามนุษย์ ซึ่งการทำงานแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ฉะนั้น เราจึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องประเมินเรื่องของการป้องกันที่จะทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์มากที่สุด โดยรับนโยบายจากทางส่วนกลางเพื่อทำให้รู้ว่าเป็นวาระที่สำคัญมาก

“ในส่วนของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ตามชายแดนได้ทำงานกันอย่างเต็มกำลัง แต่เราก็ไม่ละเลยในจุดที่เราได้รับข้อมูลมาว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งรู้เห็น เรารับข้อมูลไว้ทั้งหมด และจะสืบสวนเพื่อให้ฝ่ายมั่นคงปราบปรามให้หมดไปให้ได้ ต้องเป็นวาระป้องกันอย่างเร่งด่วนให้ได้ ส่วนความมั่นคงรัฐบาลจีน ส่งผู้ช่วยรัฐมนตรีลงพื้นที่จึงเห็นความจำเป็น การตัดไฟที่เกิดขึ้น เพื่อให้ต่างชาติรับทราบว่าประเทศไทยจริงใจ จริงจัง และตั้งใจในการแก้ปัญหา โดยไม่นิ่งนอนใจรวมถึงต้องตัดการสนับสนุนการทำผิดกฎหมายด้วย” น.ส.ธีรรัตน์ กล่าว

น.ส.ธีรรัตน์ กล่าวด้วยว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการทุกจังหวัดให้ดูแลไม่ใช่เฉพาะจังหวัดพื้นที่ชายแดนเท่านั้น โดยให้ทุกจังหวัด ไม่สนับสนุนผู้ทำผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ โดยมีการประชุมทุกสัปดาห์เพื่อพิจารณาข้อมูล ทั้งนี้ มีข้อมูลจากพื้นที่เจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ที่พบว่ามีการขอใช้ไฟฟ้าเพิ่ม จึงถือเป็นความเสี่ยงถูกใช้เป็นฐานกำลังผลิตยาเสพติด ทำสิ่งผิดกฎหมาย