หน้าแรก การเมือง ป.ป.ช.ย่องตรว...

ป.ป.ช.ย่องตรวจเก็บค่าเข้า อช.อุทยานเจ้าไหม ยันไม่ได้มาจับผิด จนท.รับ มีเรือนำเที่ยวลักไก่ไม่ยอมจ่าย

6.02.25 | 15:47 น.

ป.ป.ช. ลุยติดตามจัดเก็บค่าอุทยาน หาดเจ้าไหม-ถ้ำมรกต ป้องปรามไม่ให้รั่วไหล จนท.รับ มีเรือนำเที่ยวลักไก่ไม่จ่าย ด้าน “รองอธิบดีอุทยาน” เผย เตรียมใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ คาดเริ่มปี 69

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นำคณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ช. และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พื้นที่ถ้ำมรกต และเกาะกระดาน อำเภอกันตังจังหวัดตรัง เพื่อติดตามความคืบหน้าเก็บการจัดเก็บรายได้ของอุทยานแห่งชาติ ซึ่งจุดแรกไปดูการจัดเก็บรายได้หน้าถ้ำมรกต โดยใช้เรือเป็นด่านลอยจัดเก็บค่าเข้าสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่ พบว่าเป็นการขายบัตรและจัดเก็บเงินสด ไม่มีการจัดเก็บแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-ticket และยังไม่สามารถชำระเงินผ่านการสแกน QR code ได้เนื่องจากไม่มีระเบียบรองรับ

ซึ่งเจ้าหน้าที่อุทยานที่ทำหน้าที่จัดเก็บรายได้ยอมรับว่าหากมีระบบ e-ticket หรือระบบสแกน QR code ชำระเงินจะสะดวกและเกิดความปลอดภัยในการจัดเก็บเงินค่าเข้า เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวไม่นิยมพกเงินสด ขณะนี้มีการจัดเก็บโดยถือกล่องพลาสติกสำหรับใส่เงินสด  เก็บรายได้วันละ 50,000 บาท ราคานักท่องเที่ยวที่จัดเก็บโดยนักท่องเที่ยวคนไทย จัดเก็บอยู่ที่ 40 บาท แต่เด็กจัดเก็บ 20 บาท และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เด็ก เก็บ 100 บาท ผู้ใหญ่จัดเก็บค่าเข้าอยู่ที่ 200 บาท โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีอุปสรรคในการจัดเก็บ เนื่องจากนักท่องเที่ยวมีการศึกษารายละเอียดมาก่อนหน้านี้แล้ว ยกเว้นกรณีมีคลื่นลม สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย จะเป็นปัญหาเพราะเป็นการจัดเก็บบนพื้นน้ำทะเล

สำหรับค่าเข้าชมในการจัดเก็บจะมีการตรวจสอบจำนวนนักท่องเที่ยว เมื่อเรือท่องเที่ยวมาจอด เจ้าหน้าที่ก็จะขึ้นไปบนเรือนับจำนวนนักท่องเที่ยวและจัดเก็บค่าเข้าสถานที่เป็นรายบุคคล จะไม่มีการจัดเก็บผ่านไกด์นำเที่ยวเหมือนจุดอื่นๆ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจัดเก็บไม่ครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะจอดเรือลอยลำรอจัดเก็บตลอดทั้งวัน จากนั้นจะมีการนำเงินมารวมกับจุดจัดเก็บบนพื้นที่เกาะกระดาน ก่อนนำส่งรายได้ที่สำนักงานอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม

Advertisement

ด้านเลขาธิการ ป.ป.ช.มองว่า การจัดเก็บแบบใช้คิวอาร์โค้ด กรมอุทยานฯสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องแก้ไขกฎหมาย เพียงแต่ต้องใช้ระบบวิธีบริหารจัดการ ซึ่ง ป.ป.ช.เคยเสนอมาตรการไปยังคณะรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีได้เสนอไปยังหน่วยงานให้ดำเนินการตามที่ ป.ป.ช.เสนอ เพียงแต่ยังติดอุปสรรคในเรื่องเทคโนโลยี และงบประมาณ ขณะนี้หน่วยงานกำลังดำเนินการ ซึ่งการใช้ QR code ในการเก็บรายได้ทำให้สะดวก ทั้งต่อนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องมานั่งนับเงินและเก็บสด

เมื่อถามว่า จะมีระบบการตรวจสอบการจัดเก็บเงินในแต่ละจุดแบบภาคเอกชนที่มีหน่วยงานจะเป็นไปได้หรือไม่ เลขา ป.ป.ช.กล่าวว่า กรณีนี้มี สตง.ดำเนินการสุ่มตรวจอยู่แล้ว ซึ่ง ป.ป.ช.จะประสานให้สุ่มตรวจเป็นประจำทุกปีต่อไป

ขณะเดียวกัน ก็พยายามสอบถามกรณีนักท่องเที่ยวไม่มีเงินสด สามารถโอนจ่ายผ่านเจ้าหน้าที่และให้เจ้าหน้าที่ชำระเป็นเงินสดแทนได้หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าหากมีความจำเป็นก็สามารถดำเนินการได้ แต่จะมีปัญหาเนื่องจากเคยมีกรณีร้องเรียนและมีการตรวจสอบ อาจส่งผลปัญหาเรื่องเส้นทางการเงิน ซึ่งจะเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่โดยตรง

จากนั้น ป.ป.ช.ลงพื้นที่ติดตามการจัดเก็บรายได้ พื้นที่เกาะกระดาน โดยได้สอบถามวิธีการจัดเก็บกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณซุ้มจัดเก็บรายได้ พบว่าการจัดเก็บมีลักษณะเช่นเดียวกัน มีการขายบัตร ใช้กล่องพลาสติกสำหรับเก็บเงินรายได้

โดยเจ้าหน้าที่ยอมรับว่าการจัดเก็บรายได้กับบัตรค่าเข้าชมก็จะนำมาเปรียบเทียบกันซึ่งจะสัมพันธ์กับรายได้ที่จัดเก็บ แต่ก็ยอมรับว่ามีเรือนำเที่ยวที่ลักไก่ ไม่ผ่านจุดชำระเงิน ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะมากับกรุ๊ปทัวร์ หรือพักรีสอร์ต โดยจะมีเจ้าหน้าที่ตระเวรตรวจตรา หากพบไม่ชำระ ก็จะให้ชำระให้ถูกต้อง

ด้านนายปทุม พงศกรเฟื่องฟู หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ให้สัมภาษณ์ว่า สำหรับการจัดเก็บค่าเข้าอุทยานหาดเจ้าไหมจะมีจุดจัดเก็บอยู่ 5 จุด คือที่สำนักงานท่าเรือปากเมง เกาะกระดาน หน้าถ้ำมรกต และหาดหยงหลิง ส่วนเกาะกระดานเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาก็จะมาเทียบเรือที่โป๊ะ และนักท่องเที่ยวจะเดินมาชำระค่าธรรมเนียมตรงบริเวณทางขึ้นอุทยาน ราคาคนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท / ส่วนชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท ทั้งนี้สามารถชำระที่สำนักงานและท่าเรือปากเมง จากนั้นจะโชว์ค่าบัตรธรรมเนียมได้ที่เกาะกระดาน จะไม่ให้เกิดการจัดเก็บที่ซ้ำซ้อน

ส่วนกรณีถ้ำมรกตที่มีเจ้าหน้าที่ล่องเรือจัดเก็บค่าธรรมเนียมนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะได้รับแจ้งค่าธรรมเนียมจากบริษัททัวร์ จากนั้นจะออกไปรอและนับจำนวนนักท่องเที่ยว ว่าตรงกับจำนวนที่บริษัทจ่ายมาหรือไม่ ยอมรับว่าอาจจะมีพลาดบ้าง เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ใช้เรือยางออกไปแค่ลำเดียว ถ้าเรือมาพร้อมกันหลายลำ บางครั้งการสื่อสารอาจมีอุปสรรค ประกอบกับสภาพอากาศคลื่นลม หากเจ้าหน้าที่มาช้า ก็จะไม่ทันนักท่องเที่ยวที่ออกเรือไปก่อนแล้ว ขณะเดียวกันก็พบกรณีเรือจากรีสอร์ต หากพบก็จะสามารถจัดเก็บได้ และมีเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าชำระค่าธรรมเนียมแล้วหรือยัง

นายปทุมยังกล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ e-ticket มีการดำเนินการไปในอุทยานแห่งชาติ 5 แห่งแล้ว แต่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมยังไม่ได้ดำเนินการ ส่วนที่หลังจากนี้จะใช้ระบบสแกนหรือโอนเข้าบัญชีก็ขึ้นอยู่กับกรมอุทยานจะไปดำเนินการ ซึ่งจะต้องมีการปรับแก้ระเบียบก่อน ว่าจะดำเนินการได้อย่างไร แต่ตอนนี้ยังคงรับเงินสดอย่างเดียว

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ หาดเจ้าไหม แก้ปัญหาเรือที่จะไม่จ่ายค่าธรรมเนียมด้วยการทำโป๊ะลอยน้ำ เพื่อจัดเก็บค่าธรรมเนียม โดยได้มีการขออนุมัติงบแล้วและจะดำเนินการได้ อยู่ระหว่างการจัดซื้อที่กรมและนำมาติดตั้งที่นี่ภายในปีนี้ ต่อไปเรือก็จะมาเทียบที่โต๊ะจัดเก็บค่าธรรมเนียมนี้แล้วไปจอดเรือด้านนอก ซึ่งจะแก้ปัญหาได้มาก ทั้งนี้ ส่วนตัวก็เห็นด้วยที่จะเปลี่ยนเป็นระบบ e-ticket เพื่อความสะดวกกับเจ้าหน้าที่และบริษัททัวร์ อย่างไรก็ตาม บริเวณเกาะกระดานและหน้าถ้ำมรกต จัดเก็บรายได้ประมาณ 50,000 บาทต่อวัน

จากนั้น นายสาโรจน์ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ว่า เจตนาที่มาครั้งนี้ เพื่อติดตามมาตรการต่างๆ ที่ ป.ป.ช.เคยแจ้งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ทราบ และ ครม.เคยมีมติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการ ซึ่งการลงพื้นที่จังหวัดตรังนั้น เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะและมีประเด็นเคลือบแคลงสงสัยจากสังคม เนื่องจากหลังช่วงการระบาด covid-19 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก แต่มีการจัดเก็บรายได้ถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่

นายสาโรจน์กล่าวว่า ยืนยันว่าเราไม่ได้มาจับผิด มาเพื่อให้เห็นการดำเนินการที่แท้จริง อย่างไรก็ตามระบบจัดเก็บรายได้ที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น eticket ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความพร้อม แต่บางพื้นที่อาจมีข้อจำกัดซึ่งจะเป็นจุดทำให้เกิดข้อสงสัยว่าจะจัดเก็บรายได้ได้ครบถ้วนหรือไม่

นายสาโรจน์กล่าวต่อว่า ดังนั้นสิ่งต่างๆ ที่เราพบเห็น ก็จะรวบรวมและเสนอแนะหลักฐานเพิ่มเติมไป โดยเฉพาะในส่วนมาตรการที่จะตอบข้อสงสัยของสังคมได้ คือระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ทุกมิติ และหน่วยงานต้นสังกัดสามารถตอบสังคมได้ชัดเจน อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับข้อจำกัด อาทิ เทคโนโลยี และงบประมาณ และเชื่อว่าหลังจากนี้หน่วยงานจะไปดำเนินการเพื่อให้มีประสิทธิภาพ ยืนยันว่าเรามาลงพื้นที่ด้วยเจตนาดี

เมื่อถามว่าในส่วนข้อจำกัดในการทำระบบอิเล็กทรอนิกส์ จะแก้ไขอย่างไร นายสาโรจน์กล่าวว่า ป.ป.ช.มองว่าในเรื่องของระเบียบ หน่วยงานสามารถบริหารจัดการได้

ด้านนายชิดชนก สุขมงคล รองอธิบดีกรมอุทยาน สัตว์ป่า และพืชพันธุ์ กล่าวว่า กรมอุทยานเป็นหน่วยงานราชการ ดังนั้นเรื่องการจัดเก็บรายได้มีระเบียบที่กรมกำหนดไว้ และออกแนวทางปฏิบัติให้กับเจ้าหน้าที่ แต่ด้วยบริบทที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและต้องการความชัดเจนถูกต้องมากขึ้น เพราะสังคมให้ความสนใจ จึงมองว่าควรต้องไปปรับปรุงกฎเกณฑ์เพื่อให้เกิดการจัดเก็บเงินและส่งเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายชิดชนกกล่าวว่า ส่วนแนวทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากเราทำสำเร็จ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกินปี’69 ในพื้นที่นำร่อง และในปี’70 จะครอบคลุม 133 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเงินทุกอย่างจะเข้าสู่ระบบงบประมาณเลย ทำให้ปัญหาหมดไป

เมื่อถามว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนการเปลี่ยนแปลงระบบจะตรวจสอบอย่างไร นายชิดชนกกล่าวว่า กรมมีคำสั่งให้ตั้งคณะติดตามการจัดเก็บรายได้จากส่วนกลาง ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายมหาวิทยาลัย ที่มีความรู้บริหารจัดการอุทยานและตนเป็นประธานคณะนี้ ก็จะคอยติดตาม ส่วนที่ผ่านมาพบการทุจิรตบ้างนั้นยังไม่มีเป็นทางการ แต่เมื่อทราบข่าวจากทางสื่อมวลชน ก็จะใช้คณะกรรมการระดับพื้นที่หากมีพื้นที่ไหนสุ่มเสี่ยงก็จะเข้าไปตรวจสอบ