หน้าแรก การเมือง ส.ว.แฉ ทุนจีน...

ส.ว.แฉ ทุนจีนรุกป่าจันทบุรี ปลูกทุเรียน เกือบ 2 พันไร่ ตะลึง มีตร.ไทยเทา หนุนหลัง

7.02.25 | 17:08 น.

กลุ่มทุนจีน รุกป่าสงวน ตัดไม้บนเขาทำสวนทุเรียน ชาวบ้านร้องมีตำรวจหนุนหลัง

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี รองประธานกรรมาธิการกฎหมายและยุติธรรม นายจำลอง อนันตสุข เลขานุการคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา รองเลขาธิการคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ วุฒิสภา พร้อมนายชาญชัย กิจศักดาภาพ หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดจันทบุรี ได้ร่วมเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน กรณีกลุ่มทุนจีนบุกรุกป่าทำสวนทุเรียนในท้องที่จังหวัดจันทบุรี โดยขบวนดังกล่าวได้เข้าบุกรุกขุดดินและตัดไม้บนเขาในท้องที่อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี

นายชีวะภาพกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้พบว่าตั้งแต่ปลายปี พ.ศ.2567 ต่อเนื่องมาจนถึงต้นปี พ.ศ.2568 ได้รับเรื่องร้องเรียน แจ้งเบาะแส ขอให้ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมาย กรณีการบุกรุก แผ้วถาง ยึดถือครอบครอง เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ โดยมิได้รับอนุญาต มาอย่างต่อเนื่อง จากการที่ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ดำเนินการตรวจสอบในหลายพื้นที่ ก็พบว่าบางส่วนมีการอ้างเอกสารสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดิน บางส่วนอ้างหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ ของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งจะต้องทำการตรวจสอบอย่างรอบคอบ รัดกุม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง มาใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

Advertisement

และในส่วนที่พบการกระทำผิดกฎหมาย และได้มีการดำเนินคดีไปแล้ว จำนวนหลายคดี ก็คือในพื้นที่ป่าไม้ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ รวมทั้งพื้นที่ที่มีการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล ในรูปแบบแปลงรวม หรือนโยบาย คทช.

ประธานกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กล่าวว่า ซึ่งจากการตรวจสอบและการสืบสวน พบว่ามีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับนักการเมืองและอดีตนักการเมืองท้องที่ รวมทั้งกลุ่มทุนที่มีทั้งกลุ่มทุนภายในประเทศ และกลุ่มทุนจากต่างประเทศ ที่ต้องการมากว้านซื้อที่ดินที่มีทำเลสวย ทำเลเหมาะต่อการปลูกพืชเกษตรเชิงเดี่ยว นั่นก็คือการทำสวนทุเรียนเป็นจำนวนมาก และค่อนข้างมีเนื้อที่เป็นแปลงขนาดใหญ่ ซึ่งมีคดีรายใหญ่พื้นที่นับพันไร่ที่น่าสนใจมาจากกลุ่มทุนจีนร่วมกับคนไทย ซึ่งจะประสานทางคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมาธิการยุติธรรมและกฎหมาย วุฒิสภา ได้พิจารณาติดตาม การดำเนินการทางกระบวนการยุติธรรม ที่ต่อเนื่องภายหลังจากที่ได้มีการแจ้งความกล่าวโทษไปแล้ว จำนวน 2 คดีประกอบด้วย

1.เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ เนื้อที่ 105 ไร่ 3 งาน 40 ตารางวา ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง ท้องที่บ้านเขาฆ้อง หมู่ 5 ตำบลพวา อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี มีการปรับไถพื้นที่ ขุดสระน้ำ ตัดไม้หวงห้ามออกจากพื้นที่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเตรียมพื้นที่สำหรับการปลูกทุเรียน จึงได้จัดทำบันทึกและนำเรื่องราวไปแจ้งความกล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ตาม ปจว.ข้อ 9 ลงวันที่ 26 ธันวาคม 2567 เวลา 19.45 น. เลขรับแจ้งที่ 300/2567 ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 11 ประกอบมาตรา 73 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี วรรค 2 และบทสันนิษฐานตามมาตรา 55 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 วรรค 2 และต้องชดใช้ค่าเสียหาย ตามมาตรา 26/4 ซึ่งจากการคำนวณค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายพื้นที่ป่าไม้ ในคดีนี้รวมค่าเสียหายทั้งสิ้น 5,899,619 บาท

นานชีวะภาพกล่าวว่า และ 2.เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 คณะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่ เนื้อที่ 1,848 ไร่ 3 งาน 4 ตารางวา ซึ่งอยู่ภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าจันตาแป๊ะ และป่าเขาวังแจง เนื้อที่ 1,785 ไร่ 3 งาน 30 ตารางวา และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนซ่อง เนื้อที่ 62 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา ในท้องที่บ้านสุขใจ หมู่ 7 ตำบลขุนซ่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี และท้องที่บ้านชำตาเรือง หมู่ 7 ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ได้รวบรวมเรื่องราวนำไปแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี ตาม ปจว.ข้อ 2 วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลา 20.26 น. เลขรับแจ้งที่ 19/2568 ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี วรรค 2 บทสันนิษฐานตามมาตรา 55 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 วรรค 2 และวรรค 3 ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย ตามมาตรา 26/4

นายชีวะภาพกล่าวว่า จากการขยายผลการตรวจสอบพบว่าขบวนการกลุ่มบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับการบุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินในเขตป่าแบบผิดกฎหมายประกอบด้วย กลุ่มข้าราชการตำรวจในพื้นที่ และบางแปลงคดีมีกลุ่มนายทุนชาวจีนมีส่วนสนับสนุนด้วย โดยช่วงวันที่ 28 มกราคม 2568 ที่ผ่านมามีการตรวจยึดคดีแปลงใหญ่พื้นที่เกือบ 1,800 ไร่ ในท้องที่อำเภอแก่งหางแมว และอำเภอคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี ซึ่งมีเบาะแสว่าเป็นของกลุ่มทุนจีนและคนไทยต้องการพื้นที่ไปทำสวนทุเรียน แบบแปลงใหญ่ซึ่งกรณีแบบนี้น่าเป็นห่วงและทางคณะกรรมาธิการทั้ง 3 คณะจึงรับเรื่องดังกล่าวไว้เป็นกรณีศึกษา โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะที่มีการระบุว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้น ทางกรรมาธิการกฎหมายและยุติธรรม วุฒิสภา จะรับไปศึกษาข้อเท็จจริง รวมถึงการติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีให้สัมฤทธิผลครบถ้วน เพื่อหยุดยั้งขบวนการดังกล่าว และต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนในท้องที่จังหวัดจันทบุรี ที่มีส่วนในการดูแลทรัพยากรป่าไม้ ที่ได้แจ้งเรื่องร้องเรียนมายังคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา

“พื้นที่ที่มีการบุกรุกทั้งหมด เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถออกเอกสารทำกินได้ ไม่มีร่องรอยการทำกินมาก่อนหน้านี้ โดยประชาชนที่มาร้องเรียน ระบุว่า พื้นที่ที่มีการแผ้วถางไปนั้น มีกลุ่มทุนจีนอยู่เบื้องหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกสวนทุเรียน ชาวบ้านในพื้นที่พยายามร้องเรียนหน่วยงานระดับท้องถิ่น แต่ก็ไม่มีใครขยับ จึงมีการร้องเรียนไปยังวุฒิสภา โดยหลังจากนี้จะมีการขยายผล เพื่อหาตัวการที่แท้จริงมารับโทษ” ประธานคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อมวุฒิสภากล่าว