อ.พรสันต์ ชี้คดี พิรงรอง สะท้อนปัญหากฎหมาย ต้องเอาประโยชน์สาธารณะมาพิเคราะห์ด้วย
วันที่ 8 กุมภาพันธ์ รศ.พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณี ศาลอาญาคดีทุจริต มีคำพิพากษาจำคุก ดร.พิรงรอง รามสูต กสทช.ในความผิดตามมาตรา 157 ว่า ข้อเท็จจริงในคดีจะเป็นเช่นไรคงต้องรออ่านรายละเอียดในคำพิพากษาฉบับเต็ม
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นผมคิดว่ากรณีคดีของ อ.พิรงรอง สะท้อนถึงปัญหาทางด้านการบังคับใช้กฎหมายหลายด้านที่พึงต้องทำความเข้าใจและขบคิดกันให้ลึกซึ้งมากกว่าที่เป็นในปัจจุบัน
1. พิพาทที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความถี่ฯ เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็น “หน้าที่ของรัฐ” อันนำไปสู่การให้มี กสทช. เข้ามากำกับดูแล “เพื่อป้องกันมิให้มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรมหรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกินความจําเป็น” (สิทธิเสรีภาพของประชาชน)
นั่นหมายความว่า การตีความและบังคับใช้กฎหมายในกรณีดังกล่าวจึงพึงต้องเข้าใจใน “ธรรมชาติของคดี” ด้วยว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ ดังนั้น ประเด็นว่าด้วยประโยชน์สาธารณะจึงต้องนำมาพิเคราะห์ชั่งน้ำหนักตามที่รัฐธรรมนูญมุ่งหมายไว้ในคดีด้วย มิฉะนั้นแล้ว ประชาชนในสังคมส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรม
2. ความเข้าใจต่อ “หลักไม่มีกฎหมาย ไม่มีอำนาจ” ที่ใช้กับกรณีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐว่าใช้กับกรณีใด มีวัตถุประสงค์เช่นไร มีขอบเขตครอบคลุมมากน้อยเพียงใดกับกรณีข้อพิพาทที่กำลังพิจารณา (การดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐ ณ ขณะนั้นๆ: ในกรณี อ.พิรงรอง คือ การเข้าไปพิจารณาถึงสถานะทางกฎหมายของหนังสือแจ้งเตือน) มีข้อยกเว้นหรือไม่ (ในทางกฎหมายปกครองบางกรณีมีหลักความเป็นอิสระของอำนาจทางปกครองที่ฝ่ายนิติบัญญัติต้องเคารพเป็นข้อยกเว้นอย่างยิ่ง)
3. กลไกการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยที่อาจไม่เป็นระบบหรือผ่านการขบคิดมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากพอหรือไม่อย่างไร ซึ่งส่วนหนึ่งน่าจะเป็นผลมาจากการตราตัวบทกฎหมายมากมาย แต่ไม่มีการถกเถียงอภิปรายกันอย่างชัดเจนว่า ควรใช้กลไกการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายเฉพาะเรื่องสืบเนื่องมากจากธรรมชาติของคดีที่มีลักษณะเฉพาะตัว หรือสามารถไปใช้กลไกลการตรวจสอบและการบังคับใช้กฎหมายปกติทั่วไปได้ จนนำไปสู่การบังคับใช้กฎหมายไขว้ระบบกันไปมา อันอาจไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์และธรรมชาติของกฎหมายแต่ละฉบับอย่างที่ควรจะเป็น
.
จริงๆ มีอีกหลายประเด็นในทางกฎหมายที่น่าจะนำมาพูดคุยอภิปรายกันอย่างเป็นระบบและลึกซึ้งเพื่อป้องกันมิให้ปัญหาหากเกิดกรณีการฟ้องร้องในคดีทำนองเดียวกันที่จะอาจเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เบื้องต้นนี้รออ่านคำพิพากษาฉบับเต็มครับ

