หน้าแรก การเมือง มทภ.1 ชี้ ชาย...

มทภ.1 ชี้ ชายแดน เมียนมา-กัมพูชา ต่างกัน แต่มีปัญหา แก๊งคอล-ยาเสพติด คล้ายกัน ลุยสกัดลักเข้าเมือง

8.02.25 | 18:08 น.

มทภ.1 ชี้ ชายแดน เมียนมา-กัมพูชา ต่างกัน แต่มีปัญหา แก๊งคอล-ยาเสพติด คล้ายกัน เสริมกำลังทางน้ำ สกัดลักลอบเข้าเมือง

เมื่อวันที่ 8 ก.พ.68 พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์ปฏิบัติการทางน้ำ จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สำหรับวันนี้ตนเองได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการทหารบกให้มาตรวจเยี่ยมตามนโยบายของรัฐบาลเกี่ยวกับเรื่องการกระทำผิดตามแนวชายแดน การป้องกันการสกัดกั้นยาเสพติด รวมทั้งการป้องกันไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองต่างๆ ซึ่งกองกำลังสุรสีห์ได้ดำเนินการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมบูรณาการระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี และส่วนต่างๆ รวมทั้งหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมป่าไม้ สตม.และส่วนอื่นๆ เพื่อร่วมกันหาแนวทาง รูปแบบ ในการที่จะป้องกันงานภารกิจต่างๆ ที่ได้รับมอบหมาย

สำหรับศูนย์ปฏิบัติการทางน้ำนั้นเป็นส่วนหนึ่งในมาตรการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้นก็ใช้รูปแบบในการพัฒนาการต่างๆ นอกจากในส่วนของการเดินทางทางบก ทั้งเดินเท้า รถยนต์ ก็มีการใช้สภาพพื้นที่ที่เกื้อกูล มีทั้งเขื่อนวชิราลงกรณ ในการที่จะอ้อมผ่านจุดตรวจจุดสกัดที่เราตั้งไว้ตามเส้นทางหลัก เพื่อเข้าไปยังพื้นที่ตอนในต่อไป

โดยศูนย์ปฏิบัติการทางน้ำมีบทบาทที่สำคัญในการช่วยสกัดกั้นจับกุม ซึ่งจากผลงานที่เกิดขึ้นนั้นได้จำนวนผู้ต้องหา 200 กว่ารายแล้ว ในห้วงตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งนอกเหนือจากการสกัดกั้นในจุดอื่น ทั้งนี้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนหน่วยงานต่างๆ กรมเจ้าท่า เขื่อนวชิราลงกรณ และกองกำลังสุรสีห์ ซึ่งเป็นหน่วยหลักในการปฏิบัติงานในส่วนนี้ และงานต่างๆ เหล่านี้นั้นก็ต้องระมัดระวังเพราะทางน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลากลางคืน ตนเองได้เน้นย้ำตลอดเวลาว่าต้องมีเครื่องอุปกรณ์ป้องกัน ทั้งในส่วนของการป้องกันตนเอง การป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งจะเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ต่างๆ ให้มากขึ้น ให้มีความสามารถที่จะสกัดกั้นในอนาคตต่อไป

เมื่อถามว่า เป็นห่วงพื้นที่ใดเป็นพิเศษหรือไม่นั้น พล.ท.อมฤตกล่าวว่า เป็นห่วงทุกพื้นที่ตลอดแนวชายแดน 5 อำเภอก็ติดชายแดน แต่สิ่งที่เป็นห่วงหลักๆ ก็คือสังขละบุรีและทองผาภูมิ ซึ่งเป็นสองอำเภอหลักที่ค่อนข้างจะมีการกระทำผิดกฎหมายในการลักลอบเข้าเมือง รวมถึงแนวทางนโยบายของการจัดตั้ง นบ.ยส.17 โดยหน่วยบัญชาการสกัดกั้นป้องกันยาเสพติด สารเคมีและสารตั้งต้นตามแนวชายแดนตะวันตก ซึ่งมีการจัดตั้งใหม่ ตามมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยพรุ่งนี้ตนเองก็จะมาประชุมหารือในเรื่องนี้ด้วย โดยที่ผ่านมาได้มีการตั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 ไปแล้ว สำหรับของ นบ.ยส.24 นบ.ยส.35

Advertisement

ส่วนอุปกรณ์ที่จะเตรียมเสนอขอกับรัฐบาลนั้นอาจจะมีในเรื่องเรือเครื่องยนต์ที่จะต้องเพิ่มเติม และส่วนสนับสนุนต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องน้ำมันที่ประกอบเพราะเรือจะต้องใส่ ยามาลูป หรือน้ำมันเครื่อง ที่เป็นเหมือนกับรถจักรยานยนต์ที่ต้องใส่สารเข้าไป ซึ่งแตกต่างกับยานพาหนะอื่นๆ รวมทั้งเครื่องให้แสงสว่างและอุปกรณ์ที่ตรวจจับเวลากลางคืน เพราะเมื่อไปกับเรือแล้วเราไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ก็ต้องเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ปฏิบัติงานต่อไป

สำหรับในพื้นที่บ้านวังกะที่เกิดการยิงปะทะกันนั้น เราก็จำเป็นต้องใช้งานด้านการข่าวเป็นหลักเพื่อระมัดระวังในการป้องกันตนเองในการที่จะเข้าปฏิบัติงานหากเกิดการปะทะต่างๆ เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ ดังนั้นจะต้องมีในเรื่องของอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่กองทัพบกสนับสนุนให้เพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็ต้องมีการพัฒนาศูนย์ปฏิบัติการทางน้ำให้ดีขึ้นให้ถาวร สามารถที่จะทนต่อสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะศูนย์ปฏิบัติการทางน้ำต้องอยู่ต่อไป ค่อยๆ พัฒนาเสริมสร้างตรงนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้มีความสามารถที่จะดูแลกำลังพลที่อยู่ตรงนี้ด้วย

เมื่อถามว่า กองทัพภาคที่ 1 ต้องรับผิดชอบทั้งฝั่งตะวันตกและทางตะวันออก ซึ่งบริบทปัญหาที่แตกต่างกัน แต่มีจุดร่วมกัน คือปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ผู้บัญชาการทหารบกได้สั่งการอย่างไรบ้าง แม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวว่า สิ่งแรกที่เราได้คือ ป้องกันไม่ให้คนไทยถูกหลอกลวงข้ามไปฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเราเอง เพื่อไม่ให้เป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ต่างๆ สอง จะต้องประชาสัมพันธ์ออกสื่อออกอะไรต่างๆ เพื่อให้ได้รับทราบ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องสแกมเมอร์ การหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตต่างๆ ตรงนี้ก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์ และให้ข้อเท็จจริงให้ผู้ที่จะหลงเชื่อได้รู้ว่าสิ่งที่จริงมันคืออะไร ไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เอาข้อมูลจากคนที่เผชิญเหตุแล้วสามารถช่วยเหลือกลับมาได้ นำข้อมูลตรงนั้นมาเผยแพร่ มาให้ปากคำว่าชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไร เพื่อให้สาธารณะได้รับทราบ เพื่อให้ผู้คนที่ยังไม่ได้รับทราบได้รับทราบ จะระวังตัวมากยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เป็นเหยื่อ

“สังเกตไหมว่าถ้าเราดูจากกองกำลังบูรพา กองกำลังสุรสีห์ ลักษณะการกระทำผิดอะไรต่างๆ จะมีเหมือนกัน ภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือยาเสพติดคล้ายกัน เพียงแต่ตรงไหนจะหนักกว่า จะน้อยกว่า แตกต่างกัน ส่วนที่สองต้องมาปรับในเรื่องของหลักปฏิบัติ แต่สภาพพื้นที่แตกต่างกัน ในส่วนพื้นที่กองกำลังบูรพาจะเป็นที่โล่ง เรียบ สามารถลักลอบข้ามได้ทุกที่ ส่วนพื้นที่กองกำลังสุรสีห์ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง มีภูเขาช่องทางกำกับที่ไม่มากนัก แต่ก็มีทั้งศูนย์บริการทางน้ำที่เพิ่มเติมขึ้นมา สุดท้ายแล้วก็ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย อย่างสมัยโควิดก็สามารถจับกุมได้มากมายทั้งสองฝั่ง และในส่วนของคอลเซ็นเตอร์ก็มี ไม่ใช่ว่าไม่มี อย่างฝั่งกองกำลังบูรพา จ.สระแก้ว ที่อยู่ตรงข้าม จ.ปอยเปต ประเทศกัมพูชา ที่มีปัญหาเรื่องคอลเซ็นเตอร์ เช่น ที่ตึก 25 ชั้น และมีบ่อนการพนันใหญ่”