09.00 INDEX จับตา ชวลิต ยงใจยุทธ จับตา ประสงค์ สุ่นศิริ

26.02.16 | 08:42 น.

มิใช่ “ครั้งแรก” ที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ออกมา “เตือน” น้อง-น้อง ในฐานะ “ทหารรุ่นพี่”
เตือนให้ “สำเหนียก” ให้รับรู้ในเรื่อง “เวลา”

แม้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มิใช่ “นักฟิสิกส์” เหมือนกับ สตีเฟน ฮอว์กินส์ แห่งอังกฤษ
เจ้าของ “ประวัติย่อแห่งกาลเวลา”

แต่อย่าลืมเป็นอันขาดว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ดำรงอยู่บนสถานะแห่ง “วท.บ.(ทบ.)
เพราะว่าเป็น “จปร. 1”

จปร. 1 อันเป็นหลักสูตรใหม่ซึ่งถอดแบบจากโรงเรียนนายร้อยเวสปอยต์แห่งสหรัฐอเมริกา
เตือน”ครั้งแรก”อาจเพื่อให้ “สำเหนียก”

พอออกมาเตือน “ย้ำ” เป็นคำรบ 2 น้ำเสียงอันเข้มแข็งและจริงจังจากบ้านซอยปิ่นประภาคม
จึงเท่ากับเป็นการเตือนให้ “ตระหนัก”

Advertisement

นายทหารตามหลักสูตรใหม่อัน ม.จ.คัสตาวัส จักรพันธุ์ มีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการจัดทำและวางระบบ
ให้ความสำคัญกับ “ระบบเกียรติศักดิ์”

อย่างที่เรียกในภาษาดั้งเดิมว่า Honor System

ที่ปรากฏผ่าน”จดหมายเปิดผนึก”ท่อนหนึ่งว่า “ในฐานะนายทหารรุ่นพี่ ขอร้องคสช.ไตร่ตรองปัญหาประเทศ
“เมื่อได้ทำหน้าที่รักษาความสงบของบ้านเมืองแล้วก็ควรเสียสละอำนาจ

“ส่งต่อภาระหน้าที่ให้กับคณะกรรมการกลางที่จะมาจากภาคส่วนต่างๆร่วมกันบริหารจัดการให้มีการเลือกตั้งทั่วไปภายในปี 2559 เพื่อให้ได้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง”
จึง “หนักแน่น” และ “จริงจัง”

หลายคนอาจมองบทบาท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เหมือนบทบาทของ “ทหารแก่” ที่เลอะเทอะ ไม่มี”พลัง”อำนาจใด
เพราะว่าอายุมากกว่า 80 ปีแล้ว

แม้จะเคยเป็น “นายกรัฐมนตรี” แม้จะเคยเป็น “ผู้บัญชาการทหารสูงสุด” แม้จะเคยเป็น “ผู้บัญชาการทหารบก”
แต่ก็ดำรงอยู่อย่าง “ตีนลอย”

หากเทียบกับ “ฐานกำลัง”ซึ่ง “คสช.”สะสมอยู่ขณะนี้จากยุค พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาถึงยุค พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาถึงยุค พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาถึงยุค พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร และอยู่ในกำมือของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช

มีความแตกต่าง
อำนาจที่เป็น “ฐานกำลัง” ให้กับคสช.อยู่ในขณะนี้จึงหนักแน่น แข็งแกร่งเหมือนกับ “ฐานกำลัง”ที่รสช.เคยมีในรัฐประหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 และส่งมอบให้ พล.อ.สุจินดา คราประยูร เข้าสืบทอดในเดือนเมษายน 2535

เดือนเมษายน 2535 จึงเท่ากับเป็นด้าน “รุ่งโรจน์”

ขณะเดียวกัน พลันที่เข้าสู่เดือนพฤษภาคม 2535 อำนาจของ”รสช.”ก็เกิดการพลิกผัน แปรเปลี่ยน
พลิกจาก”หน้ามือ” เป็น”หลังมือ”

สถานการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2535 นอกจาก พล.ต.จำลอง ศรีเมือง จะเป็น”กองหน้า”

หากบทบาทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ก็ทรง”ความหมาย”

ขณะเดียวกัน บทบาทของ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ที่ร่วมกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อย่างแนบแน่น ก็ยิ่งทรง”ความหมาย”

ณ วันนี้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อาจไม่เคลื่อนไหวอะไร

แต่เชื่อหรือไม่ว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อยู่เฉยๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่า น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อยู่เฉยๆ

ตรงกันข้าม มากด้วย”กัมมันตะ”