อนุทิน รับลูกข้อสั่งการนายกฯ ให้มหาดไทย ศึกษาผลกระทบยกเลิกขายเหล้า บ่าย 2 ถึง 5 โมงเย็น มอง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ-คนมีงานทำ แต่ต้องคุมเข้มการขายไม่ให้เด็ก-เยาวชนเข้าถึงได้ ชี้ควรเพิ่มบทลงโทษ เมาแล้วขับ ให้รุนแรงขึ้น
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงนายกรัฐมนตรีสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเพิ่มเติมข้อเรียกร้องของภาคธุรกิจให้ยกเลิก การขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วงเวลา 14.00 ถึง 17.00 น. และวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ว่า นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไปพิจารณาศึกษาในเรื่องดังกล่าว ซึ่งหากเราจะกระตุ้นเรื่องการท่องเที่ยวต้องดูว่าช่วงเวลา 14.00 ถึง 17.00 น. หากเทียบแล้ว มีกฎนี้หรือไม่มีกฎนี้เป็นอย่างไร
ซึ่งนายกรัฐมนตรีบอกว่าสิ่งที่ควรคำนึงถึง คือเรื่องการเข้าถึงและการห้ามจำหน่ายสุราแก่เด็ก เยาวชน และนักศึกษา มากกว่า เท่าที่ฟังดูก็มีเหตุผล ตนก็ต้องดูว่าเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับประเทศ ที่สำคัญคือทำให้คนมีงานทำ ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ต้องไปดูภาพรวม โดยเฉพาะเรื่องของการโซนนิ่ง
เมื่อถามย้ำว่า แนวโน้มจะมีการกำหนดโซนนิ่งหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะต้องมีการหารือกัน ซึ่งโซนนิ่งเป็นกฎหมายเก่าที่มีมานานแล้ว เราก็ต้องปรับ แต่การปรับโซนนิ่งก็เกี่ยวกับการแก้ พ.ร.บ.ด้วย ถือว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีได้ให้ข้อสั่งการมาแล้ว เราก็ไปทำสรุปว่าผลกระทบนั้นมีอย่างไร การแก้ไขต้องทำอย่างไร ถ้าจะต้องแก้ไข พ.ร.บ.ก็ถือว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ เพื่อความเป็นเอกภาพ
เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยมีความเป็นห่วงอะไรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าเรากำกับดูแลได้ อย่างที่นายกรัฐมนตรีระบุ คือ อย่าให้เยาวชน คนที่ไม่บรรลุนิติภาวะเข้าถึงได้ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ดื่มไม่ขับ ถ้าจะปรับการแก้ไขกฎหมายในเรื่องนี้ก็คงจะต้องมีบทลงโทษที่รุนแรง หากกลางวันแสกๆ ตรวจวัดแอลกอฮอล์ และยังพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอลล์เกินกำหนด ต้องมีบทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้น


