⦁…กระแสปรับ ครม.ที่กระหึ่มไปทั่วในช่วงนี้ ไม่มีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจ เป็นธรรมดาของการเมืองไทย ช่วงใกล้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” การปล่อยข่าวเพื่อแซะกันเองจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ขึ้นชื่อ “นักการเมือง” ย่อมปรารถนามีตำแหน่งใหญ่ ยิ่งสายที่ต้องทำพื้นที่ สร้างฐานเสียง “เกียรติยศ” ยิ่งสำคัญ “ความยิ่งใหญ่” มีราคาสูงในสำหรับหน้าตา เมื่อต่างคนต่างเชื่อว่า “ตัวดีกว่าคนอื่น” เลื่อยขาเก้าอี้ได้ย่อมเป็นโอกาส
⦁…ทุกครั้งที่เกิด “ขบวนการแซะ” เก้าอี้ที่เป็นเป้าหมายมักเป็น “รัฐมนตรีที่ไม่มีฐานเสียง” รอบนี้ที่เป็นเป้าถูกแซะหนักคือ “พิชัย นริพทะพันธุ์-รมว.พาณิชย์” กับ “มาริษ เสงี่ยมพงษ์-รมว.ต่างประเทศ” ทั้งที่หากประเมินด้วย “ความรู้ความสามารถที่เหมาะกับงาน” 2 รมต.นี้จะไม่เป็นสองรองใครภายในพรรค โดยเฉพาะ “รมต.แดง-พิชัย” มีภาพเต็มที่กับงานอย่างเห็นได้ชัด ท่ามกลาง “สงครามการค้า” ที่ป่วนโลกอยู่เวลานี้ การอำนวยให้ “ผู้มีหน้าที่” ทำงานต่อเนื่องอย่างมีสมาธิเป็นเรื่องจำเป็น
⦁…การ “ฟื้นอำนาจประชาชน” จำเป็นยิ่งต้องปลด “ดีไซน์สืบทอดอำนาจ” ซึ่งหัวใจอยู่ที่ “รัฐธรรมนูญ” ฟังทั้งจาก ชูศักดิ์ ศิรินิล และ นิกร จำนง ผู้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญผลักดันให้ “แก้ไข” ได้ ดูค่อนข้างจะสิ้นหวัง ยากที่จะปลดล็อกที่ตอกตรึงไว้แน่นหนา โดยเฉพาะ “อำนาจ ส.ว.” ที่ “สีน้ำเงิน” ยึดกุมเบ็ดเสร็จ ซึ่งคงหวังให้โอนอ่อนผ่อนปรนไม่ได้ เพราะ “ขบวนการคอนโทรล” แม้ยังนับเป็น “นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน” แต่อำนาจวาสนา ล้วนมาด้วยวิธีการที่ “ไม่พึ่งพากระแสประชาชน”
⦁…หากไม่หวังเฉพาะ “ฐานเสียงบ้านใหญ่” ที่ชัดเจนแล้วว่าการต่อสู้จะดุเดือด ด้วย “พรรคการเมืองเกือบทั้งหมด” พุ่งเป้ามาแย่งชิง แต่มองเห็นว่า “ชัยชนะ” ระดับ “เสียงข้างมาก” หรือ “200 ขึ้น” จำเป็นต้องดึง“ฐานกระแส” เข้ามาเสริม “พรรคเพื่อไทย” ต้องทำให้ลุยเต็มที่กับ“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ซึ่งถึงวันนี้เป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่าเป็น “อุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของโลก” เพราะหาก “แก้ไม่สำเร็จ” พรรคที่จะใช้ประโยชน์จากความล้มเหลวของ “แกนนำรัฐบาล” จะมีเพียง “พรรคประชาชน” คู่แข่งสำคัญในฐานคะแนนนี้
⦁…ประกาศแล้วจาก “พรรคประชาชน” อภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะยื่นปลายเดือนนี้ และเปิดเวทีเดือน “มีนาคม” จะเป็นการสร้างผลงานแบบ “ทิ้งทวน”เพราะหลายคนที่อยู่ใน “44 ส.ส.” ที่เสี่ยงต่อการถูกตัดสิทธิทางการเมือง จะต้องฝากชื่อไว้กับการทำหน้าที่ครั้งสุดท้าย ด้วยความหวังว่าจะเป็น “ฐานพลัง” สร้างกระแสให้คนรุ่นใหม่ใช้นำพาพรรคเดินหน้าต่อไปได้
⦁…สรรหาให้เข้าไปทำงานที่มีภารกิจมากมายรออยู่ เพราะเป็นองค์กรที่จำเป็นต้องตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่นานมาแล้วที่คนไทยได้แต่นั่งมอง “กสทช.” ตาปริบๆ “กินเงินเดือนสูงแล้วไม่ทำงานอะไร” เนื่องจาก “ทะเลาะกันภายในไม่เลิก” สมควรแล้วที่ “รองนายกฯภูมิธรรม เวชยชัย” จะลงไม้เรียวให้ร่วมมือกันทำงานทำการเสียที เพราะ “ประชาชนเดือดร้อน” มาเกินพอแล้ว
⦁…บักทึกไว้ “ศาลอาญากรุงเทพใต้” ยกฟ้อง “ตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์” และพวกที่ถูกจับข้อหา “อาชญากรรมข้ามชาติ” และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเหตุผลว่า “หลักฐานและพยานมีน้ำหนักน้อยเกินไป ไม่หนักแน่นเพียงพอ” เป็นการตัดสินท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของผู้ที่ยังจดจำต้นทางของ “คดีร้ายแรง” นี้ได้ ท่ามกลางกระแส “มาเฟียจีนเทา”




เทศกาลออกแบบ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับกรุงเทพมหานคร ผู้ร่วมจัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดย นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ประธานคณะกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ เป็นประธานเปิดเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 หรือ Bangkok Design Week 2025 ครั้งที่ 8 ภายใต้แนวคิด Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+ ร่วมด้วย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, ศานนท์ หวังสร้างบุญ และชาคริต พิชญางกูร ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์



