หน้าแรก การเมือง โฆษกส.ว. ชี้เ...

โฆษกส.ว. ชี้เป็นเอกสิทธิสมาชิกโหวต-เศรณี ปัดรับงาน ขวางแก้รธน. เล็งหารือ วันนอร์ หวังได้ข้อมูลรอบด้าน

12.02.25 | 12:09 น.

โฆษกส.ว. ปัดกำหนดทิศทางโหวตแก้รธน.ชี้เป็นเอกสิทธิสมาชิก เผยได้อภิปราย 6 ชม. ด้าน เศรณี เล็งหารือ วันนอร์ หวังได้ข้อมูลรอบด้าน ยังไม่ตัดสินใจส่งศาลตีความหรือไม่ ลั่นไม่ได้รับงานขวางแก้รธน.

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ ส.ว. ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมวิปวุฒิสภาเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้หารือและแจ้งให้ สว. เข้าร่วมการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ ซึ่งมีวาระพิจารณาการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งมีพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนเสนออย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะถือเป็นหน้าที่ของสว. ในฐานะสมาชิกรัฐสภา ทั้งนี้ หากมีสว.คนใดจะลาประชุม เนื่องจากติดภารกิจต้องทำเรื่องถึง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เพราะเป็นการประชุมรัฐสภา นอกจากนี้ ยังได้แจ้งให้ สว.ที่ประสงค์จะอภิปราย ได้เข้าชื่อ

“สว.ได้รับเวลาอภิปรายรวมทั้งหมด 6 ชั่วโมง จึงต้องมีการจัดสรรเวลาให้ สว.ที่ต้องการอภิปราย อย่างไรก็ตาม การลงชื่อดังกล่าวนั้นจะเปิดรับจนถึงเวลา 09.00 น. ของวันที่ 13 ก.พ. ดังนั้น จึงยังไม่ทราบว่ามี สว.ที่ประสงค์จะอภิปรายจำนวนเท่าใด”

เมื่อถามว่า ที่ประชุมวิปวุฒิสภาได้หารือถึงทิศทางการพิจารณาแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้พูดถึง อีกทั้งวิปวุฒิสภาไม่สามารถกำหนดทิศทางใดๆ ได้ เพราะเป็นสิทธิของสมาชิกในการตัดสินใจ

เมื่อถามถึง กรณีที่ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.กลุ่มสีขาว เตรียมยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาเพื่อขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก่อนมีประชามติ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ที่ประชุมวิปวุฒิสภาไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าว และไม่ทราบว่าญัตติดังกล่าวยื่นไปแล้วหรือไม่

Advertisement

ด้านนายเศรณี อนิลบล สว. ในฐานะหนึ่งในผู้ร่วมลงชื่อเสนอญัตติต่อ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้รัฐสภามีมติให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของรัฐสภา มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) กล่าวถึงการยื่นญัตติดังกล่าวว่า ขณะนี้ญัตติดังกล่าวยังไม่ถูกยื่นต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มีเพียงได้เข้าพบนายวันมูหะมัดนอร์ในช่วงเวลาประมาณ 16.30-18.30 น. ของวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อหารือถึงกระบวนการยื่นญัตติดังกล่าว รวมถึงได้พูดคุยในหลักการและเหตุผล ไทม์ไลน์ว่าเป็นอย่างไร

นายเศรณี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยอมรับว่าตนเป็นสว.ใหม่ หากจะเดินหน้าทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ส่วนการพูดคุยกับประธานรัฐสภาได้คำตอบในใจแล้ว ส่วนทิศทางจะเป็นอย่างไร ขณะนี้ต้องหารือกันในกลุ่มอีกครั้ง และขอให้สื่อมวลชนสอบถามความชัดเจนอีกครั้งในวันที่ 13 ก.พ. หลังเวลา 08.30 น.

นายเศรณี กล่าวอีกว่า ตนรู้สึกแย่มากที่ถูกผู้สื่อข่าวถามว่ารับงานใครมาหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไม่รับงานใคร หากจะมีรับงานคือรับงานจากประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องถามความรู้สึกประชาชนส่วนใหญ่ว่ารู้สึกอย่างไร และจากที่รับฟังมามันถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งตนมองว่าหากต้องการจะแก้ไขรัฐธรรมนูญจริงควรพิจารณาเป็นรายมาตรา หรือเป็นเรื่องๆ ไป

“สิ่งที่ทั้งสองพรรคเสนอแก้รัฐธรรมนูญนั้น เป็นเรื่องเร่งด่วนหรือไม่ แก้แล้วจะทำให้เศรษฐกิจประเทศดีขึ้น ประชาชนอิ่มปากอิ่มท้องหรือไม่ ทั้งที่ขณะนี้มีปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนอยากให้แก้ไข เช่น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ สินค้า น้ำมันราคาแพง ทำไมไม่เร่งแก้ไขเรื่องดังกล่าวก่อน อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ดีตรงไหน หากคิดจะแก้ ควรเอาไว้ทีหลัง หลังจากที่แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนแล้ว” นายเศรณี กล่าว

เมื่อถามว่า หากจะยื่นญัตติเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญจะยื่นผ่านที่ประชุมรัฐสภาได้เลยหรือไม่ นายเศรณี กล่าวว่า สามารถยื่นในที่ประชุมรัฐสภาได้ เป็นการเสนอด้วยวาจาและมีผู้รับรอง 40 คน

เมื่อถามว่า ส่วนตัวสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนหรือไม่ นายเศรณี กล่าวว่า “ไม่ถึงกับไม่เห็นด้วย แต่ไม่ถึงเวลา เพราะผมมองว่ารัฐสภาควรระดมกำลังเพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนให้ประชาชนดีกว่า ผมขอถามด้วยว่าหากวันนี้แก้รัฐธรรมนูญได้จะทำให้มูลค่าทางเศรษฐกิจดีขึ้นหรือไม่”

เมื่อถามว่า ในวันประชุมรัฐสภาเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ จะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ นายเศรณี กล่าวว่า จะเข้าประชุมเพราะเป็นหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ส่วนทิศทางการพิจารณาหรือการลงมตินั้น ตนมีในใจแล้ว โดยตนเป็นสว.ของปวงชนชาวไทย ต้องยึดประโยชน์ของประชาชน