หน้าแรก การเมือง เพื่อไทย แจงย...

เพื่อไทย แจงยิบเหตุ หนุนยื่นศาล-ไม่แสดงตน เชื่อคนมองออก ใครอยากแก้รธน.จริง เหน็บพวกรู้ว่ามีเหว แล้วยังเดินต่อ

13.02.25 | 15:25 น.

‘เพื่อไทย’ แถลงจุดยืนแจงปมหนุนญัตติ ‘หมอเปรมศักดิ์’ ยื่นศาลรธน.ตีความ เหตุประสานทุกฝ่ายแล้ว ประเมินล้มเหลว-ถูกตีตกแน่ ‘สุทิน’ ลั่น ปชช.มองออกใครแก้จริง เหน็บ ไม่ใช่รู้ว่าเดินต่อแล้วจะตก ก็ยังเดินต่อ บอก ขอเดินทางโค้งดีกว่าตกเหว

เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ แถลงภายหลังการประชุมรัฐสภาล่ม ระหว่างการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 โดย นายสุทินกล่าวว่า ยืนยันว่า พรรค พท.มีเจตนารมณ์ที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้ความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่ได้แก้ตามนโยบายที่เคยให้ไว้แล้ว โดยหลังจากที่เราพยายามยื่นมาหลายรอบ แต่เมื่อยื่นแล้วก็ยังมีข้อกังขาว่าประธานสภาจะบรรจุหรือไม่บรรจุ นั่นคือความคลุมเครือและเป็นปัญหามาตลอด รวมถึงรู้ดีว่า จะเป็นปัญหาต่อไป

นายสุทินกล่าวว่า เมื่อร่างดังกล่าวถูกบรรจุเข้าสู่สภาแล้ว เราก็พยายามที่จะประสานกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความเป็นไปได้ นั่นคือเสียงพรรคร่วมรัฐบาลและเสียงของ ส.ว. เมื่อเราทำเต็มที่ และขอความร่วมมือเต็มที่แล้ว จากการประเมิน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็พบว่า โอกาสที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านนั้นยาก มีโอกาสตกสูง ซึ่งเมื่อไม่มีโอกาส เราจะทำอย่างไร จะจำนนต่อสถานการณ์หรือไม่ เราจะเสนอและพิจารณากันไปแล้วปล่อยให้โหวตตกหรือไม่ หากทำเช่นนั้นนั่นคือความล้มเหลว ซึ่งเราทราบดีว่าความล้มเหลวรออยู่แล้ว

นายสุทินกล่าวต่อว่า ฉะนั้น จึงแสวงหาอีกวิธีที่พอจะมีความหวัง โดยขอให้ร่างได้ยังอยู่ในสภา คือเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ร่างดังกล่าวก็ยังอยู่ ซึ่งเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา เราก็มีโอกาสทำให้สำเร็จ เราก็จะเดินหน้า แต่หากผลออกมาแล้วไม่เป็นคุณ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาในทางที่บอกว่า แก้ไม่ได้ ก็จะได้ชัดเจนว่าแก้ไม่ได้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีคำวินิจฉัย ก็เกิดความเห็นที่ต่างกันอยู่ เช่น ต้องทำประชามติกี่รอบ และสมาชิกรัฐสภาก็เกิดความกังวลว่าหากพิจารณาและลงมติแล้ว จะถูกตัดสินหรือดำเนินคดีหรือไม่ เพราะมีตัวอย่าง

นายสุทินกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า มีสมาชิกจำนวนไม่น้อย ไม่มั่นใจในสถานะหากอยู่ประชุม ทางที่ดีคือยื่นศาลให้ตีความ ซึ่งเชื่อว่า ไม่เกิน 1 เดือน และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความมาแล้ว ความหวังเรายังมี วันนี้เราจึงสนับสนุนญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. แต่เมื่อญัตตินี้แพ้ต่อสภาเราก็ต้องพิจารณากันต่อ ซึ่งเราก็มองเห็นคำตอบอยู่ข้างหน้าว่า เมื่อไปข้างหน้าก็ตก ฉะนั้น เราจึงปรับวิธีการต่อสู้เพื่อให้บรรลุผลของเรา

Advertisement

“วันนี้จึงคิดว่า จะทำอย่างไรให้ร่างนี้ไม่ตก และให้อยู่นานที่สุด นั่นคือองค์ประชุม ถ้าไม่ครบก็ประชุมต่อไม่ได้ ก็จะมีเวลาในการตั้งหลัก เพื่อที่จะกลับมาสู้เพื่อเป้าหมายอีกครั้ง ดีกว่าดันทุรังไปว่าพิจารณาไปแล้ว แล้วไปตายข้างหน้า แบบนั้นเราไม่เอา เพื่อนสมาชิกบางคน บางพรรคอาจจะมองหรือเข้าใจเราผิด ยืนยันว่าเรามีเจตนาเพื่อที่จะผลักดันให้สำเร็จ ถ้าเดินทางตรงไม่ได้ ก็ขอเดินทางโค้ง หากทางโค้งยังไม่สำเร็จ ขอหยุดการเดินทางไว้ก่อนดีกว่าเดินไปตกเหว“ นายสุทินกล่าว

นายสุทินกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้ ประธานรัฐสภาได้แจ้งว่า ยังมีประชุมร่วมรัฐสภาอยู่ ส่วนองค์ประชุมจะล่มหรือไม่นั้น ตนไม่แน่ใจ แต่หากทุกคนไปคิดแล้วว่า พอจะมีทางชนะกันในสภาได้ เราก็จะมาต่อสู้ในสภา

ด้าน นายชูศักดิ์กล่าวว่า เท่าที่วิเคราะห์การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มี 2 ร่างอยู่ในขณะนี้ มีแนวโน้มที่จะไม่ผ่านมติของรัฐสภาหรือได้รับเสียงของ ส.ว.ที่จะเห็นชอบไม่ถึง 67 คน ซึ่งสาเหตุสำคัญคือประธานรัฐสภาสั่งบรรจุระเบียบวาระดังกล่าวเข้ามาโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญเขาก็พุ่งไปที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญปี 2564 คือนำไปสู่จะยังบรรจุไม่ได้จนกว่าจะถามประชาชนเสียก่อนว่าจะทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง เมื่อประเด็นวิตกกังวลเป็นเช่นนี้และเห็นว่าจะไม่ผ่านเพราะเหตุนี้

”เราจึงตั้งว่าถ้าแบบนั้น ประเด็นนี้ก็ควรสอบถามกันให้ชัดเจนว่า ท้ายที่สุดการบรรจุระเบียบวาระเช่นนี้ที่จะนำไปสู่การทำประชามติ 2 ครั้ง ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ หรือชอบด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ จึงนำไปสู่การสนับสนุนญัตติของคุณหมอเปรมศักดิ์ โดยหวังว่าหากศาลรัฐธรรมนูญตอบมาในทางที่เป็นคุณ คือที่เราทำถูกต้องแล้วก็สามารถเดินหน้าต่อได้“ นายชูศักดิ์กล่าว

นายชูศักดิ์กล่าวต่อว่า ฉะนั้น คิดว่าหากเราพิจารณากันต่อ ทุกคนก็ทราบดีกันอยู่แล้วว่าจะนำไปสู่ญัตติตกไป และเมื่อตกไปก็ถือว่าน่าเสียดายเพราะเราต้องเริ่มต้นใหม่ และเมื่อเริ่มต้นใหม่ปัญหาก็ยังคาราคาซังเหมือนเดิม และจะวนเวียนมาสู่ปัญหานี้อีก ฉะนั้น ที่เราทำเจตนาคือต้องการให้ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ในรัฐสภา และคิดหาทางกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประสบความสำเร็จ

”ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่มีเจตนาเตะถ่วง มีเพียงเจตนาเต็มที่ที่จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะเป็นนโยบายที่เราเสนอไว้และมีความพยายามจะทำอย่างนี้มาตลอด ย้ำว่าเราจึงสนับสนุนญัตติของหมอเปรมศักดิ์ โดยหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญออกมาแล้วมีความชัดเจน เราจะได้ดำเนินการเพื่อนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ได้“ นายชูศักดิ์กล่าว

เมื่อถามว่า พรรค พท.จะทำอย่างไร เพราะเหมือนอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก นายชูศักดิ์กล่าวว่า เราอยากเคลียร์ปัญหานี้ให้ได้ ซึ่งพบว่า ปัญหานั้นไม่ใช่ไม่อยากให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเพราะกระบวนการและวิธีการไม่ถูกต้อง ฉะนั้น พรรค พท.จึงเห็นว่า ควรถามเพื่อเคลียร์ปัญหาให้ชัดเจน

นายสุทินกล่าวเสริมว่า ตนคิดว่าไม่ลำบาก ถึงวันนี้ประชาชนจะมองออกว่า เรื่องแก้รัฐธรรมนูญนั้น มีอยู่ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกคือพรรคภูมิใจไทยและ ส.ว.ส่วนหนึ่งที่ไม่แก้ กลุ่มที่ 2 คืออยากแก้ แสดงตัวว่าจะแก้ แต่มีข้อแม้ว่าแก้จริงหรือไม่พยายามที่จะดันต่อไป ทั้งที่รู้ว่าจะถูกตีตก สังคมจะรู้ว่าแก้เพื่อหวังผลสำเร็จหรือไม่ ขณะที่กลุ่มที่ 3 พรรค พท.เดินเกมเต็มที่ แต่เจออุปสรรคเราจึงต้องชะลอเพื่อที่จะหาทางสู้ใหม่ ประชาชนคงมองออกว่าใครคือกลุ่มที่แก้โดยหวังผล หรือกลุ่มที่สักแต่ว่าจะได้แก้แล้ว แต่ของเราคือแก้ได้แล้ว เราอยากพูดคำนี้มากกว่า ไม่ใช่แก้แล้ว ยิ่งเดินต่อไปก็ยิ่งจะช้ำ แล้วคนที่รู้ว่าเดินต่อก็จะตก จะเดินไปทำไม กับของเราที่รู้ว่าจะตก แต่เราไม่เดินต่อ และเราชะลอเพื่อที่จะตั้งหลักแล้วเดินใหม่ ประชาชนน่าจะมองออก

เมื่อถามว่า ใครจะทำให้ตก นายสุทินกล่าวว่า ในสภาก็พอจะมองออก คนที่พยายามจะเดินหน้าอภิปรายแล้วได้โหวต คนนั้นคือคนที่รู้ว่าเดินหน้าแล้วจะตก แล้วจะเดินต่อทำไม