ถกแก้ รธน.วันแรกสภาล่ม พท.แจงหยุดเดินก่อนตกเหว ‘ไชยชนก’ นำ ภท.ชิ่งไม่ร่วมพิจารณา ‘วันนอร์’ นัดประชุมใหม่วันนี้
เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ที่เสนอโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) และของนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) โดยมี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ นายไชยชนก ชิดชอบ ส.ส.บุรีรัมย์และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นอภิปรายในฐานะตัวแทนพรรคว่าวาระที่กำลังจะพิจารณาค่อนข้างผิด และขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ พรรค ภท.จึงขอไม่เข้าร่วมพิจารณา ก่อนจะนำสมาชิกพรรค ภท.เดินออกจากห้องประชุม
จากนั้นได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางกระทั่ง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. ได้เสนอญัตติให้ประธานรัฐสภานับองค์ประชุม ประธานรัฐสภาจึงให้สมาชิกกดบัตรแสดงตน ปรากฏว่ามีสมาชิกแสดงตนในห้องประชุม 204 คน ไม่ครบองค์ประชุมกึ่งหนึ่ง คือ 346 คน นายวันมูหะมัดนอร์จึงแจ้งว่าองค์ประชุมไม่ครบ ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ พร้อมกับนัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้งในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. ก่อนสั่งปิดการประชุม
ต่อมา ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน. ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย ส.ส.พรรค ปชน. แถลงภายหลังที่ประชุมรัฐสภาล่มเนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ ในวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 โดยนายณัฐพงษ์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการประชุมร่วมกันของรัฐสภานี้ อยากยืนยันว่า รัฐสภามีอำนาจเต็มในการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 จากทั้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญเองก็วินิจฉัยอย่างชัดเจนว่าสามารถที่จะเดินหน้าแก้ไขมาตรา 256 ได้ทันที และการลงมติในญัตติแรกที่จะมีการเลื่อนหรือไม่เลื่อน ในการพิจารณาว่าจะส่งไปศาลรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่นั้น ผลของการลงมติก็ออกมาแล้วว่าให้รัฐเดินหน้าต่อในการพิจารณาร่างแก้ไขที่พรรค ปชน.ได้เสนอเข้ามา แต่ปรากฏว่าขณะที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาในญัตติดังกล่าว มีการเสนอให้นับองค์ประชุม มีเพื่อนสมาชิกรัฐสภาอยู่ในห้องประชุม จากสายตาเชื่อว่ามีจำนวนมากกว่าคนที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ก่อนที่ประธานรัฐสภาจะสั่งปิดการประชุม ตามข้อเท็จจริงนี้เชื่อว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่ามีเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะจากฝั่งรัฐบาลเอง ไม่กดแสดงตน ไม่เป็นองค์ประชุม
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า วันที่ 14 กุมภาพันธ์จะประชุมรัฐสภาอีกครั้ง และมีการขอให้ลงชื่อเข้าไปร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง อยากให้ทุกคนช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้ฝั่งรัฐบาล โดยเฉพาะยิ่งพรรค พท.และนายกฯช่วยกำกับดูแลในส่วนของเสียงฝั่งรัฐบาลมาเข้าร่วมประชุมรัฐสภา ให้เป็นองค์ประชุมอย่างพร้อมเพรียง และจะเป็นอีกโอกาสหนึ่งที่พรรค พท.และนายกฯจะแสดงให้เห็นว่าสามารถควบคุมเสียงรัฐบาลได้จริง
ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยพร้อมคณะร่วมแถลงภายหลังองค์ประชุมล่มขณะที่มีการพิจารณาวาระพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 โดยนายสุทินกล่าวว่า ยืนยันว่าพรรค พท.มีเจตนารมณ์ที่จะแก้รัฐธรรมนูญให้ความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงแค่ได้แก้ตามนโยบายที่เคยให้ไว้แล้ว หลังจากที่พยายามยื่นมาหลายรอบ เมื่อร่างดังกล่าวถูกบรรจุเข้าสู่สภาแล้วก็พยายามที่จะประสานกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความเป็นไปได้ นั่นคือเสียงพรรคร่วมรัฐบาลและเสียงของ ส.ว. เมื่อทำเต็มที่และขอความร่วมมือเต็มที่แล้ว จากการประเมินเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าโอกาสที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะผ่านนั้นยาก มีโอกาสตกสูง เมื่อไม่มีโอกาสจะทำอย่างไร จะเสนอและพิจารณากันไปแล้วปล่อยให้โหวตตกหรือไม่ หากทำเช่นนั้นนั่นคือความล้มเหลว ทราบดีว่าความล้มเหลวรออยู่แล้ว ฉะนั้น จึงแสวงหาอีกวิธีที่พอจะมีความหวัง ขอให้ร่างได้ยังอยู่ในสภา คือเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างดังกล่าวก็ยังอยู่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมา มีโอกาสทำให้สำเร็จ ยืนยันว่ามีเจตนาเพื่อที่จะผลักดันให้สำเร็จ ถ้าเดินทางตรงไม่ได้ ก็ขอเดินทางโค้ง หากทางโค้งยังไม่สำเร็จ ขอหยุดการเดินทางไว้ก่อนดีกว่าเดินไปตกเหว

