‘กมธ.ที่ดินฯ’ เผยเชิญหน่วยงานแจงแก้ PM2.5 ยังไร้ทิศทางจัดการอย่างยั่งยืน ด้าน ‘แบงค์ ศุภณัฐ’ ซัดภาครัฐตอบสนองข้อเสนอ ‘ผู้ว่าฯกทม.’ แค่ 4 ข้อ จาก 11 ข้อ ปล่อยหน่วยงานราชแก้ไขปัญหาตามยถากรรม
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภา พร้อมด้วย ส.ส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงความคืบหน้าการแก้ไขวิกฤตฝุ่น PM2.5 ที่สะท้อนวิกฤตภาวะผู้นำทั้งในระดับ กทม. และระดับรัฐบาล หลังผู้นำฝ่ายค้านได้เสนอแนะแนวทางให้กับรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหานี้ไปแล้ว
นายพูนศักดิ์กล่าวว่า การประชุม กมธ.เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือเรื่องนี้ พบว่าแนวทางที่หน่วยงานเสนอเป็นการแก้ไขปัญหาปลายเหตุ และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่มีการนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน จึงมองว่านี่คือวิกฤตของผู้นำ ไม่ใช่แค่ระดับรัฐมนตรี แต่ลามไปถึงระดับท้องถิ่นด้วย ขณะที่เกษตรกรชาวไร่อ้อยชี้แจงแล้วว่าได้ลดการเผ่าเหลือเพียง 15% แต่กลับไม่ได้รับการชดเชยตามที่รัฐบาลบอกไว้ จึงเป็นวิกฤตของผู้นำและผู้ปฏิบัติอย่างแท้จริง

ด้าน นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่า พวกเราพยายามประสานระหว่างนายกฯกับ กทม.เพื่ออุดช่องว่างการประสานงานและติดตามข้อเสนอที่ผู้ว่าฯกทม.เสนอไปยังนายกฯแต่กลับไม่มีใครให้ความสำคัญ ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายส่งแค่เจ้าหน้าที่มาร่วมประชุม โดย 11 ข้อเสนอที่ผู้ว่าฯกทม.เสนอนั้น หน่วยราชการปัดตกถึง 7 ข้อ ตอบรับเพียง 4 ข้อ คือ 1.ติดตั้งเครื่องตรวจมลพิษที่โรงงานอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานมีแผนที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ 2.การศึกษาโครงการผลกระทบโรงกลั่นน้ำมัน 3.โครงการประกาศเขตควบคุมมลพิษที่ดำเนินการอยู่ และ 4.การเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม ที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด
นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า อีก 7 ข้อที่เหลือหน่วยงานราชการบอกไม่เห็นด้วย หรือไม่มีนโยบายที่จะดำเนินการ เช่น การย้ายท่าเรือคลองเตย ทางการท่าเรือแห่งประเทศไทยแจ้งว่าไม่มีแผนตามข้อเสนอของผู้ว่าฯกทม.และกรมควบคุมมลพิษก็ไม่ยอมให้อำนาจ กทม.มาตรวจสอบเอง และมาตรการควบคุมปริมาณรถยนต์ด้วยการจำกัดการซื้อรถใหม่ ซึ่งหน่วยงานแจ้งว่าไม่มีนโยบายนี้เพราะรัฐบาลไม่สั่งให้ทำ จึงมองว่าข้อเสนอเหล่านี้จะไม่ได้รับการสนับสนุนเลยถ้าไม่ได้รับการผลักดันจากฝ่ายการเมือง

“ณ เวลานี้รัฐบาลและฝ่ายการเมืองไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ไม่มีใครนั่งหัวโต๊ะแล้วเคาะว่านโยบายไหนจะทำหรือไม่ทำ ปล่อยให้หน่วยงานราชการทำกันเองตามยถากรรม ขาดทิศทาง ขาดเป้าหมาย ไม่รู้ว่าจะลดฝุ่นในภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่ง และภาคการเกษตรอย่างไร เรียกได้ว่ารัฐบาลกำลังบริหารประเทศ บริหารวิกฤตฝุ่น PM2.5 ตามมีตามเกิด พรรคประชาชนจึงอยากเรียนว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่รัฐบาลจะต้องทำตัวเป็นผู้นำ เรียกประชุมทุกหน่วยงาน สรุปข้อเสนอจากหลายฝ่าย และออกมาเป็นนโยบายของรัฐบาลเพื่อให้หน่วยงานเอาไปปฏิบัติ” นายศุภณัฐกล่าว

