‘เพื่อไทย’ เตรียมเสนอญัตติของตัวเองภายในสัปดาห์หน้าให้รัฐสภา ถกเลื่อนวาระยื่นศาลรธน. ตีความทำประชามติกี่ครั้ง เชื่อไม่เป็นญัตติซ้ำ ‘หมอเปรม’ ด้าน ‘สุทิน’ รับทำสภาล่มเพื่อรักษาร่างแก้รธน. ฝากสื่อถาม ‘ปชน.’ หัวชนฝาแก้รธน.แล้วตก ได้ประโยชน์อะไร ป้องนายกฯ รับผิดชอบแล้ว ส่วนพรรคร่วมที่เห็นต่าง รอดูนายกฯ แสดงภาวะผู้นำ
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา พรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายสุทิน คลังแสง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมคณะแถลงข่าวภายหลังองค์ประชุมรัฐสภาไม่ครบในการพิจารณาวาระร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวดมาตรา 15/1 ต่อเนื่องเป็นวันสอง
นายสุทิน กล่าวว่า ตนขอย้ำเป้าหมายของพรรค พท.ที่จะรักษาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้ให้อยู่ในระเบียบวาระได้มากที่สุด ไม่ให้ถูกตีตก ซึ่งวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ ก็มีท่าทีที่จะเปิดประชุมเพื่อพิจารณาต่อ ซึ่งทุกคนรู้คำตอบแล้วว่า ถ้าพิจารณาแล้วลงมติก็ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะต้องตกไป ดังนั้น เมื่อเรามีจุดยืนที่จะรักษารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไว้เพื่อหาลู่ทางนำไปสู่การแก้ไขให้สำเร็จ เราจึงทำวิธีการที่ไม่อยากทำคือไม่เป็นองค์ประชุม และในที่สุดการประชุมร่วมรัฐสภาก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้
นายสุทิน กล่าวต่อว่า ฉะนั้น เพื่อให้ร่างนั้นยังอยู่ เราจะพยายามนำสู่ศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาตีความอีกครั้งหนึ่งให้ได้ ไม่ใช่ให้ค้างอยู่ และมีบางพรรคการเมืองไม่เข้าใจเรา ซึ่งต้องเข้าใจว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ยุ่งยาก จนอาจทำให้หลายคนมองว่า จะไม่สำเร็จนั้น เกิดจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ชัดเจน แต่ก็มีหลายฝ่ายหยิบยกไปตีความเข้าข้างตัวเอง ฝ่ายที่ไม่อยากแก้ ก็ได้ตีความว่า ศาลพิจารณาแบบนี้ จะแก้ไม่ได้ หากแก้ได้ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง นั่นคือความไม่ชัดเจนคลุมเครือ จนถูกฝ่ายที่ไม่อยากแก้ไขนำไปเป็นความชอบธรรมให้ตัวเอง ถึงขั้นข่มขู่ว่าใครร่วมพิจารณาก็มีสิทธิที่จะถูกดำเนินคดีและถอดถอน ทำให้สมาชิกหลายคนวิตก ซึ่งเป็นข้อเสียของความไม่ชัดเจน

นายสุทิน กล่าวอีกว่า ส่วนฝ่ายที่อยากแก้ก็ตีความว่าแก้ได้ โดยให้ทำประชามติ 2 ครั้ง เราก็ยื่นแต่เมื่อยื่นแล้ว จึงเกิดปัญหาและมีความคลุมเครือ ถ้าปล่อยให้ความคลุมเครือดำรงอยู่ ปีนี้หรือปีหน้า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ชี้ให้ชัดเจน ก็แก้ไม่ได้ ถ้าเราเดินหน้าจนร่างตกไป ก็ต้องเป็นสมัยประชุมหน้าที่จะสามารถยื่นได้ และเมื่อยื่นเข้าไปอีกก็จะเจอความคลุมเครือนี้อีก ก็จะเดินหน้าไม่ได้ ดังนั้น วิธีการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้สำเร็จ ในมุมมองของพวกเราคือ ต้องทำให้การวินิจฉัยนี้ชัดเจน
“หากศาลบอกให้ทำประชามติ 3 ครั้งก็ชัดเจน เราก็จะดำเนินการทำ 3 ครั้ง ซึ่งอาจต้องรอกฎหมายประชามติ แต่หากศาลบอกว่า 2 ครั้ง ก็สามารถเดินหน้าได้เลยและจะมองเห็นความสำเร็จ การที่เราพยายามนำร่างแก้รัฐธรรมนูญให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเพื่อคลี่คลาย และปิดทางที่คลุมเครือให้ทุกฝ่ายเดินได้ แต่ที่จะได้มากกว่าคือ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาชัดว่า ทำเพียง 2 ครั้งเท่านั้น จะได้เห็นว่าฝ่ายที่อ้างว่าไม่อยากแก้แล้วเข้าข้างตัวเอง พรรคการเมืองเหล่านั้นหรือส.ว.จะตอบว่าอย่างไร จะเดินหน้าแก้กับผมหรือไม่ ประชาชนจะได้รู้ว่า ใครมีเจตนาที่จะแก้จริงหรือไม่จริง ดังนั้น ทางเดียวที่จะผ่าทางตันและพิสูจน์ คือให้ศาลวินิจฉัย” นายสุทิน กล่าว
นายสุทิน กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่พรรคประชาชน (ปชน.) บอกว่าเคยยื่นไปแล้ว แต่ศาลไม่รับ ตอนนั้นยังไม่มีข้อขัดแย้งเพราะยังไม่เข้าสู่สภา แต่วันนี้เราจึงทำให้องค์ประกอบนั้นชัดคือยื่นเข้าสภาและมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นแล้ว ฝ่ายหนึ่งบอกบรรจุไม่ได้อีกฝ่ายบอกบรรจุได้ จึงเชื่อว่าสาเหตุองค์ประกอบที่ครบแล้วศาลจะรับและตีความออกมา เราหวัง อย่างนั้นและจำเป็นต้องเดินแบบนี้ เราต้องลงทุน ซึ่งอาจมีคนที่ไม่เข้าใจ เราก็ยอมให้ตำหนิ แต่เชื่อว่าเมื่อจบและไปสู่เป้าหมายแล้ว ทุกคนจะเข้าใจเรา
ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. กล่าวว่า สำหรับการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า จะทำประชามติกี่ครั้งนั้น พรรค พท.จะรวบรวมรายชื่อให้เกิน 40 คน ซึ่งเรามีส.ส.จำนวนมากอยู่แล้ว เพื่อเสนอญัตติใหม่ เข้ามาบรรจุในระเบียบวาระการประชุมร่วมรัฐสภาลำดับที่ 4 โดยจะรวบรวมให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมพิจารณาให้เร็วที่สุด โดยจะไม่ใช้ญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ส.ว. ที่เสนอไว้ เพราะอยากทำใหม่เลยเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน
นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจว่า ญัตติของพรรค พท.สามารถที่จะนำมาพิจารณาได้ ไม่เป็นญัตติซ้ำหลังที่ประชุมลงมติไม่เลื่อนญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ขึ้นมาพิจารณา เพราะมองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นแค่การขอเลื่อน และญัตติดังกล่าวยังคงอยู่ไม่ได้ตกไป และ เราจะเสนอเลื่อนอีกครั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ
จากนั้น นายสุทิน กล่าวเสริมว่า สิ่งที่เราทำอยู่นี้ ประโยชน์คือได้ความชัดเจน และจะทำให้การแก้ไข รัฐธรรมนูญมีโอกาสสำเร็จ จึงอยากฝากสื่อมวลชน ให้ถามพรรค ปชน.ว่า แนวทางที่พรรค ปชน.กำลังเดินว่ามีประโยชน์อย่างไร แล้วจะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จอย่างไร ถ้าเดินไปแล้วมันตก โอกาสจะแก้จะสำเร็จได้อย่างไร ถามหน่อย จะได้เอามาเปรียบเทียบกับแนวทางที่พรรค พท.เดิน สื่อมวลชนจะได้เห็นและช่วยถามหน่อย ประชาชนจะได้นำมาเปรียบเทียบกันว่า แนวทางที่พรรค พท.เดินอยู่
ถามย้ำว่า ส่วนที่พรรค ปชน.อยากให้พรรค พท. ทำความเข้าใจกันในพรรคร่วมรัฐบาล แล้วมาเดินหน้าโหวต นายสุทิน กล่าวว่า ปัญหาวันนี้ไม่ได้เกิดที่เสียงของสส.ฝั่งรัฐบาล แต่มันเกิดที่เสียง ส.ว. เราอยากได้ 67 แต่มันไม่ได้ ส่วนเรื่องของรัฐบาล เราก็ต้องยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องใหญ่ ทุกพรรคมีจุดยืนเป็นของตัวเอง พรรค พท. ในฐานะเป็นแกนนำ ที่ทุกคนชอบถามหาความรับผิดชอบจากนายกรัฐมนตรีว่าถ้าเสนอในนามรัฐบาลไม่ได้ นายกรัฐมนตรีรับผิดชอบอย่างไร เขาก็รับผิดชอบแล้ว โดยการให้พรรคของเราเสนอแทน เพราะเมื่อพรรครัฐบาล แต่ละพรรคมีจุดยืนอย่างนั้น ในทางการเมือง นายกรัฐมนตรีจะแสดงภาวะผู้นำอย่างไรกับพรรคเหล่านั้น เราก็ต้องดูต่อ แต่ความรับผิดชอบที่นายกรัฐมนตรีทำต่อรัฐธรรมนูญคือ ให้พรรค พท.เดินหน้าแก้และเราก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ถ้าถามความรับผิดชอบจากนายกรัฐมนตรีก็ทำแบบนี้

