‘เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ’ ร้องผู้นำฝ่ายค้าน ซัดคนทำสภาล่ม ถ่วงรั้งกระบวนการประชาธิปไตย ยันไม่เห็นด้วยยื่นศาล รธน.รอบ 3 ด้าน ‘ปชน.’ รับลูก ย้ำ ‘นายกฯ’ ต้องต้องเจรจากับพรรคร่วม
เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่อาคารรัฐสภา เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Conforall) นำโดย นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เข้าเรียกร้องต่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน โดยนายยิ่งชีพกล่าวว่า พวกเราได้ทำกิจกรรมเพื่อเรียกร้องให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% มาตลอดหลายปี 2 วันนี้รัฐสภาพิจารณานัดสำคัญ เราก็เริ่มกิจกรรมตั้งแต่เมื่อวาน แต่ปรากฏว่าพอมาถึงสภาก็ล่มเลย วันนี้เราก็มาอีก สภาก็ล่มอีก พวกเรายังยืนยันว่าประเทศนี้จำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญ กฎหมายที่วางอำนาจสูงสุดมีที่มาอันชอบธรรมจากประชาชนตั้งแต่ต้นกระบวนการจนจบ ถ้ายังไม่ได้มาในวันนี้ก็จะยังไม่หยุดรณรงค์ เรียกร้อง เคลื่อนไหว จนกว่าจะได้สิ่งนี้มา
นายยิ่งชีพกล่าว เราต้องขอขอบคุณ ส.ส.และ ส.ว. 175 คน ที่ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องไปต่อ และเราขอมองทุกท่านที่เหลือ ไม่ว่าจะเป็นคนที่วอล์กเอาต์ หรือคนที่มานั่ง แต่ไม่แสดงตน หรือคนที่ประกาศจะโหวตคว่ำ ถือว่าเป็นการกระทำที่ถ่วงการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่อย่างไรก็จะต้องเกิดขึ้น และพวกเขาทำได้แต่ถ่วงเวลา วันนี้การประชุมสภาล่มไป แต่ญัตติการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงอยู่และเป็นญัตติแรก ครั้งหน้าที่เปิดการประชุมขึ้นมาก็ต้องพิจารณาเรื่องนี้ อาจจะต้องรอ 3 เดือน หรือ 4 เดือนก็ไม่แน่ใจ

“จริงๆ หากวันนี้โหวตตามกระบวนการที่ควรจะเป็น แล้วไม่ผ่าน ก็รอ 3-4 เดือนแล้วเสนอใหม่ ไม่ได้มีอะไรเสียหาย หรือช้าออกไป วันนี้การจัดทำรัฐธรรมนูญไม่ได้ไปต่อ ท่ามกลางเกมการเมืองที่ถกเถียงกันมากมาย ว่าตกลงจะไปทางไหน สิ่งเดียวที่เรายืนยันว่าไม่เห็นด้วยคือการส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในเรื่องนี้อีก เป็นรอบที่ 3 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นข้อชัดเจนที่สุดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา เพราะมีข้อวินิจฉัยหลายเรื่องที่ทำให้เห็นว่าประชาธิปไตยไปต่อไม่ได้มามากแล้ว ซึ่งก็ได้วินิจฉัยเรื่องนี้มาแล้ว แม้ไม่เห็นด้วยมาก แต่ก็ปฏิบัตตามนั้นก็ได้ คือให้รัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจัดทำประชามติ 2 รอบ คือก่อนและหลังการจัดทำ ดังนั้น จึงไม่มีเหตุส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก
ขอร้องว่าอย่าหยิบเรื่องศาลรัฐธรรมนูญมาส่งอีกเป็นครั้งที่ 3 วันนี้เลื่อนออกไปแล้ว เราก็หวังว่าเมื่อกลับมาพิจารณากันใหม่จะได้เห็นความจริงใจที่มากกว่านี้ มากกว่าการเล่นเกมทางการเมือง” นายยิ่งชีพกล่าว
ด้าน น.ส.จีรนุช เปรมชัยพร กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ง่ายที่สุดคือการแก้ไขมาตรา 256 และในช่วงเวลาที่ผ่านมามีเพียง 2 พรรคการเมืองที่ได้รับฉันทามติจากประชาชนให้จัดรัฐธรรมนูญใหม่ แต่เราเห็นได้ว่าจากการถ่วงเวลาต่างๆ ที่ผ่านมา ทั้งการเรื่องการยื้อ พ.ร.บ.ประชามติ เราเห็นอยู่ว่าใครทำอะไร และใครเป็นผู้ถ่วงรั้งกระบวนการประชาธิปไตย

น.ส.จีรนุชกล่าวว่า แม้จะมีข้ออ้างว่าช้าแต่ชัวร์ แต่จะชัวร์ได้อย่างไร ถ้าหากไม่ชัวร์แบบที่รับปากไว้ ขอถามว่าจะทำอย่างไรกับเพื่อนร่วม ครม. ขอฝากไปยังหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เคยสัญญาว่าช้าแต่ชัวร์ แต่เราไม่เห็นอะไรนอกจากเกมถ่วงรั้ง ถ้าผ่านไปแล้ว 1 เดือนไม่เกิดอะไรขึ้นถือว่านโยบายของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ล้มเหลว ซึ่งเราจะติดตามต่อไปในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ถ้ายังไม่เกิดอะไร แล้วเอาคนที่ถ่วงรั้งมานั่งใน ครม.คิดว่าจะเป็นที่สะอิดสะเอียนแก่ประชาชนที่ต้องดูละครฉากใหญ่
ด้านนายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในนามพรรคประชาชนเรายืนยันเดินหน้าเขียนร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านตัวแทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ที่การประชุมร่วมรัฐสภาในครั้งต่อไป แต่ตราบใดที่รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย และนายกรัฐมนตรียังไม่ใช้วิธีการเจรจากับพรรคร่วม ยังไม่ไปควบคุมเสียงฝั่งภูมิใจไทยได้ อุปสรรคหรือเดดล็อกจะยังคงอยู่แบบนี้ต่อ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดหนทางเดียวคือให้นายกรัฐมนตรีไปเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาลและเดินหน้าเรื่องนี้ต่อ
ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรื่องนี้เหมือนจะเป็นฉันทามติ ระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน แต่ก็มาพบว่าเป็นเรื่องทางเทคนิคและกระบวนมากกว่า จึงมองว่าควรไปให้ความสนใจเนื้อหาสาระมากกว่า ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีข้อมูลอย่างไร เพราะยิ่งประชาชนนอกรัฐสภาเห็นชอบกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญมากเท่าไหร่ เชื่อว่าเสียงนั้นก็จะดังเข้ามาสู่ในที่ประชุมรัฐสภาได้มากขึ้น


