หน้าแรก การเมือง อนุทิน ลงบัญช...

อนุทิน ลงบัญชีดอกทบต้น ถูกสอบ อาณาจักร ‘แรนโชชาญวีร์’ แฉใบสั่งการเมือง 500 ล้าน%

14.02.25 | 16:57 น.

อนุทิน ลั่น​ ลงบัญชี-ดอกทบต้น ไม่มีลืม​ หลังถูกตรวจสอบที่ดินสนามกอล์ฟ​​ ซัดการเมืองอยู่เบื้องหลัง​ 500ล้าน% ชี้ ใครทำอะไรต้องรับผล เผย​ นายกฯถาม แต่อธิบายแล้ว​

เมื่อเวลา 15.25 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีการถูกตรวจสอบที่ดินสนามกอล์ฟ​ อ.ปากช่อง​ จ.นครราชสีมา หลังเกิดเหตุสภาล่ม​ มองว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือไม่​ ว่า​ ถ้าเอาการเมืองมาเกี่ยวข้อง​ แล้วมาหาเรื่องกัน ในเรื่องส่วนตัว เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ตนไม่มีความกังวลหรือเดือดร้อนใดๆ
เนื่องจากเป็นคนที่มีความระวังมากที่สุดอยู่แล้ว เวลาครอบครัวจะไปลงทุนอะไรดูหมด พร้อมยกตัวอย่างว่า การซื้อที่ดินก็ซื้อโฉนดลูกเดียวไม่เคยมัดจำ เพราะกลัวหากมัดจำแล้วเจ้าของที่ดินจะไปถูกรถชนตาย แล้วจะไปเอาเงินที่ไหนคืน ฉะนั้นถ้าเราพร้อม​ เราก็ไปลงทุนตรงโน้น​ ตรงนี้ไม่มีปัญหา​ พร้อมระบุว่า ที่ดินที่เขาพยายามจะเอามาเล่นกันก็ซื้อโฉนด สมมุติถ้าออกโฉนดไม่ถูกก็ไม่ใช่ตนเป็นคนออก เปลี่ยนมือมา 6​- 7 มือแล้ว หากออกโฉนดไม่ถูกก็ไปว่ากัน หากจะเพิกถอนก็ต้องจ่ายเงินให้ตนมาก็แค่นั้นเอง ก่อนถามว่าหากไม่ถูกตนก็ไม่อยู่หรอก

อนุทิน ชาญวีรกูล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.)

เมื่อถามว่า หากเป็นเรื่องการเมืองจะทำให้เกิดความบาดหมางกันหรือไม่ ในการร่วมรัฐบาล นาย​อนุทิน​ กล่าวว่า “ถ้ามันทำกันขนาดนี้ ถ้าบอกขอบคุณนะที่ทำให้ คงใช่ที่ ลงบัญชีไว้” ส่วนที่บอกว่ามีการลงบัญชีไว้ คือการรอเอาคืนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ไม่รู้เมื่อไหร่​ ดอกทบต้น”

ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าแล้วดอกเบี้ยแพงหรือไม่นายอนุทินถึงกับหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า “เดี๋ยวนี้ดอกถูก”

เมื่อถามต่อว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ดินของนค. 3 และสุจริตใช่หรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า สุจริต คือ ไปซื้อจากชาวบ้าน เขามีโฉนด มีเอกสารสิทธิ และมีการไปโอนที่กรมที่ดิน เก็บค่าธรรมเนียมการโอน ออกโฉนด โดยต้องมีการพิมพ์ชื่อเจ้าของใหม่เข้าไป มีการประทับว่าใครเป็นเจ้าพนักงานผู้โอน ฉะนั้นเป็นการซื้อขายโดยบริสุทธิ์ ก่อนระบุว่าโฉนดใบนั้น มีคนบอกว่า 60 ปีที่แล้ว มีการออกโฉนดที่ไม่ถูกต้อง ก็ต้องไปตามกับคนที่ออกเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ถ้าตามได้แล้วเขาบอกว่าผิด กรมที่ดินก็ต้องจ่ายค่าเสียหายมาในราคาตลาด ถ้าหาราคาตลาดไม่ได้ก็ต้องใช้ราคาประเมิน เพราะเดี๋ยวนี้ที่ดินแถวนั้น ซื้อขายเปลี่ยนมือกันทุกวันอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงกรณีที่ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเช้า ซึ่งมีช่วงหนึ่งระบุว่า​ หน้าตัวเมีย หมายถึงนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์​ ใช่กรือไม่​ นายอนุทิน ได้แต่เพียงหัวเราะในลำคอ​ หึหึ แต่ไม่ตอบคำถามแต่อย่างใด

Advertisement

ขณะเดียวกันนายอนุทิน​ยังยอมรับว่า นายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงกรณีปัญหาที่ดินดังกล่าว ซึ่งตนได้อธิบายไปทั้งหมดแล้ว ส่วนจะต้องเคลียร์ใจกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล ในงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น นายอนุทิน​ กล่าวว่า​ “เราไม่รู้ใครทำ ไปถามใครก็ไม่มีใครรับหรอก”

เมื่อถามว่า แม้ว่าจะยืนยันว่าการได้มาซึ่งที่ดินนั้นถูกต้อง แต่ก็มีคนพยายามจะนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็น นายอนุทิน​ ระบุว่า มันเป็นตั้งแต่สมัยที่พ่อของตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว ซึ่งมีคณะกรรมาธิการไปตรวจหมดแล้ว ไม่รู้กี่รอบ พอมาเป็นรัฐบาลเมื่อใดก็มีคนไปตรวจทุกที

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า คนที่ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ ดูเหมือนว่าจะทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอนุทิน​ ย้อนถามกลับว่า ทำไมถึงมาเปิดตอนนี้ อย่างที่บอกไม่เป็นไรหากเปิดมาแล้วก็ทำให้จบ คนที่เพิกถอนคือกรมที่ดิน คิดว่าคงไม่มีใครมากลั่นแกล้งตนในกระทรวงมหาดไทย ส่วนอยากจะฝากอะไรไปถึงคนที่อยู่เบื้องหลังหรือไม่นั้น นายอนุทิน​ ย้อนถามกลับว่า “ทำไมต้องบอก”

ส่วนกรณีที่นายธนดล​ ต้องการให้กรมที่ดินลงพื้นที่เพื่อทำงานร่วมกันนั้น จะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า จะสั่งลอย ๆ อย่างนี้ไม่ได้หรอก ต้องทำให้เป็นทางการ อยู่ดี ๆ จะไปสั่งผ่านทีวีไม่ได้ ต้องทำเรื่องมา ก่อนเปิดเผยว่าอธิบดีกรมที่ดินกำลังรอตนอยู่ เพราะคนเพิกถอนคือคนที่ออกโฉนด โอนโฉนด ตีความโฉนด​ คือกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดิน จะต้องออกมาปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ขนาดรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยยังโดนแบบนี้ ประชาชนทั่วไปคนธรรมดา จะไปสู้กับเขาได้อย่างไร​ พร้อมย้ำว่านี่คือสิ่งที่ตนเคยให้นโยบายกับกรมที่ดินเอาไว้ ว่าต่อไปนี้หากโฉนดใครผิดหรือถูก หากออกโดยกรมที่ดินหรือคู่กรณีคือกรมที่ดิน ถ้าใครจะสู้ก็ต้องสู้กับกรมที่ดิน เพราะคนที่ถือสิทธิ์ เขาเสียค่าธรรมเนียมไปแล้ว เมื่อเก็บค่าธรรมเนียมไปแล้วก็ต้องปกป้องผลประโยชน์ของเขา

เมื่อถามย้ำว่าเป็น ใบสั่งทางการเมือง ร้อยเปอร์เซ็นต์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า “500 ล้านเปอร์เซ็น​ ไม่ใช่ 100​ เปอร์เซ็นต์

เมื่อถามต่อว่า เห็นว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีผู้ครอบครองหลายคน นายอนุทินกล่าวว่า ก็ว่ากันไป ถ้าเกิดใครไปได้ที่ดินมาโดยที่ไม่มีโฉนด แล้วไปออกโฉนดหลังได้ที่ดินเมื่อปีที่แล้วอันนี้สิถึงเข้าข่ายขี้โกง แต่ถ้าไปซื้อโฉนดจากตาสีตาสายตามียายมา เขามีโฉนดอยู่แล้วส่วนใหญ่ที่ซื้อบิดามารดาเขาตายหมดแล้ว ลูกหลานขายแบ่งเงินกัน

เมื่อถามต่อว่า ที่ดินดังกล่าวเหมือนจะมีกลุ่มโบนันซ่า​อยู่ด้วย จะต้องมีการตรวจสอบทั้งหมดหรือไม่ นายอนุทิน​ กล่าวว่า ใครจะตรวจสอบก็ต้องไปตั้งเรื่องมา​ จึงจะมีการตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน เพราะตนไม่ให้มีการปักธง ไม่มีบอกว่าต้องเอาตรงนี้ให้ได้ ถูกเป็นผิดไม่มีมีแต่ความยุติธรรม แต่ต้องปกป้องผู้ที่ซื้อมาโดยสุจริต

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า รู้สึกเหมือนว่า ขณะนี้มีขบวนการลดอำนาจต่อรองของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่เคยต่อรอง”

เมื่อถามอีกว่า มีการไปยื่นให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบที่มา ส.ว.ในข้อหาอั้งยี่ รวมถึงนายอนุทินมาถูกตรวจสอบเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟของครอบครัวในช่วงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า การไปตั้งข้อหาตรงนั้นไม่ได้เกี่ยวกับตนเอง เมื่อถามย้ำว่า มีการมองว่า ส.ว.เป็นเครือข่ายสีน้ำเงิน จึงต้องการลดอำนาจต่อรองลง นายอนุทิน กล่าวว่า ใครทำอะไรก็ต้องรับจากผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง

เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยไม่หมูใช่หรือไม่ นายอนุทินยิ้มและกล่าวว่า “ภูมิใจไทย หนู” พร้อมยืนยันว่า ตนไม่อึดอัด เพราะทำงานกับนายกฯ และให้ความร่วมมือกับรัฐมนตรีทั้งหลาย ไม่ได้ไปเป็นลูกน้องเขา แต่เป็นลูกน้องนายกฯ ในความเป็นรัฐบาล