หน้าแรก การเมือง อธิบดีที่ดิน ...

อธิบดีที่ดิน ยัน อนุทิน ไม่กังวลปมสนามกอล์ฟ ชี้ ส.ป.ก.ต้องไปถาม พม.ตั้งนิคมทับซ้อนไหม ไม่ใช่ถามกรม

15.02.25 | 11:15 น.

อธิบดีที่ดิน ยัน อนุทิน ไม่กังวลปมสนามกอล์ฟ ชี้ ส.ป.ก.ต้องไปถาม พม.ตั้งนิคมทับซ้อนไหม ไม่ใช่ถามกรม 

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะหารือกับอธิบดีกรมที่ดินในช่วงเย็นวันทึ่ 14 ก.พ.กรณีปัญหาที่ดินสนามกอล์ฟ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมาว่า ได้มีการชี้แจงว่าที่ดินนั้นได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ได้ซื้อมือแรก เป็นการซื้อต่อชาวบ้านที่นำมาขายต่อ ซึ่งเป็นไปตามข้อมูลปกติ ยืนยันว่านายอนุทิน ไม่ได้กังวลถึงกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด เป็นเพียงการพูดคุยว่าความเข้าใจของนายอนุทินนั้น ถูกต้องหรือไม่เท่านั้น

ทั้งนี้ ที่ดินดังกล่าวเป็นนิคมกว่า 1000 แปลง ที่ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้จัดสรรที่ดินให้ประชาชนใช้ประโยชน์เป็นนิคมสร้างตนเองตั้งแต่ปี 2515 ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อเข้าทำประโยชน์แล้ว 5 ปี สามารถเปลี่ยนเป็นที่ นค.3 ซึ่งตามประมวลกฎหมายที่ดินสามารถเปลี่ยนเป็นที่โฉนดได้ตามระเบียบปกติ และเมื่อชาวบ้านได้ครอบครองโฉนดตามหลักเกณฑ์ คือ ห้ามขาย 5 ปี และเมื่อพ้นกำหนดก็สามารถทำการซื้อขายได้

เมื่อถามว่าที่ดินดังกล่าวทับซ้อนกับพื้นที่ ส.ป.ก.หรือไม่ นายพรพจน์ กล่าวว่า โฉนดทั้งหมดออกจาก พม. ดังนั้น ส.ป.ก.ต้องไปถาม พม.ไม่ใช่มาถามกรมที่ดิน เพราะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะว่าการออกโฉนดเป็นการออกจากหลักฐานของนิคมสร้างตนเองของ พม.หรือกรมประชาสงเคราะห์เก่า ส่วนจะซ้ำซ้อนหรือไม่ ส.ป.ก.ต้องเคลียร์กับทางพม.เอง ไม่ใช่กรมที่ดิน

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางคณะทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะเชิญกรมที่ดินลงพื้นที่ไปดูที่จริงด้วย นายพรพจน์ กล่าวว่า ลงไปก็ไม่มีประโยชน์ มุมมองของตนต้องไปเอา พม.มาลงว่าทำไมถึงไปสร้างนิคมในพื้นที่นั้น เพราะกรมที่ดินเป็นเพียงปลายทาง และมีระเบียบกฎหมายชัดเจนว่าต้องทำอะไร อย่างไร ทั้งนี้ ที่ดินส.ป.ก.ไม่ว่าจะมีการประกาศเขตพื้นที่ที่ใด หากชาวบ้านครอบครองอยู่ มีหลักฐานว่าเข้าครอบครองทำประโยชน์ เช่น สค.1 หรือกระทั่งใบจอง ส.ป.ก.ก็ไม่สามารถไปห้ามการออกโฉนดได้หากประชาชนอยู่ก่อนที่จะประกาศเขตออกเป็น พ.ร.ฎ.แนบท้ายแผนที่ปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม แต่ในทางกลับกันพื้นที่ ส.ป.ก.หากมีชาวบ้านจำนวนมากร้องขอให้ไปสำรวจออกโฉนดที่ดิน ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งในลักษณะดังกล่าวนี้มีปัญหาอยู่ประมาณ 122 อำเภอ ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไข

Advertisement