ส.ส.ชาติพันธ์ุ งงเจอข้อหาแรงป.ป.ช. เล่าวันถูกซื้อเป็นงูเห่า ยันผลจะอย่างไร ขอทำหน้าที่ส.ส.ให้ดีที่สุด
จากกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริจแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งหนังสือลับเรียก 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลรับทราบข้อกล่าวหา กระทำการอันเป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ป.ป.ช. ร่อนจ.ม.เรียกแล้ว 44 ส.ส.ก้าวไกล รับทราบข้อกล่าวหา ยื่นแก้ 112
- เจี๊ยบ อมรัตน์ ตั้ง 5 คำถาม หลัง ป.ป.ช.แจ้งข้อหา ส.ส.ก้าวไกล ผิดจริยธรรมร้ายแรง
- 44 ส.ส. คิดเห็นอย่างไร ? หลังได้รับหนังสือป.ป.ช. เรียกรับข้อกล่าวหา ยื่นแก้ 112
ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ นายมานพ คีรีภูวดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กลุ่มชาติพันธ์ุ ได้แชร์คำพูดของ นายคำพอง เทพาคำ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ซึ่งกล่าวตอนหนึ่งว่าครั้งพรรคเดิมถูกยุบ เคยมีคนมาติดต่อซื้อให้เป็นงูเห่า แต่ไม่เคยตอบรับ ไม่เคยบุกรุกที่ ไม่เคยล่วงละเมิดใคร แต่กลับโดนผิดจริยธรรมร้ายแรง
นายมานพได้โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวระบุว่า “ตอนพรรคอนาคตใหม่ วันที่มีการตัดสินยุบพรรค คนที่มาขอซื้อผม และ ส.ส.คำพอง เป็นคนเดียวกัน มารับผมที่สภา บอกว่าจะให้ไปออกรายการด้านวนเกษตร คนกับป่า ขับรถพาผมไปวนหลายรอบมาก บอกผมว่าถ้าย้ายพรรคไปเป็นงูเห่าจะได้เกือบร้อยล้าน ผมก็ด่าเขาแล้วผมก้าวลงรถ เดินทางไปที่พรรคทันที
ผมมีรายได้จากเงินเดือนภาษีประชาชนทางเดียว เอาเงินนี้แหละลงไปทำงานในพื้นที่ พบปะ รับเรื่องราวความทุกข์ยากพี่น้อง นำกลับไปแก้ไขในสภาผู้แทนราษฎรผ่านกลไก กรรมาธิการ กลไกสภาใหญ่ หรือหารือกับราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรง ผมเดินทางทั่วประเทศได้ เพราะเงินภาษีประชาชน
ข้อกล่าวหาที่ ปปช.ยื่นให้มา ยัง งง”

และก่อนหน้านี้ นายมานพ ยังได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กด้วยว่า ในวันที่ผู้แทนราษฎรเผชิญข้อหาจากการทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร? เป็นเรื่องที่น่าหดหู่ ตลกร้ายต่อตัวเอง ต่อระบบนิติบัญญัติ ต่ออนาคตของประเทศเป็นอย่างมาก จากการที่พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎร ได้พยายามหาแนวทางเพื่อแก้ไขความขัดแย้งของสังคม หาทางปรับปรุงแก้ไขกฎหมายใดๆ โดยใช้กลไกทางนิติบัญญัติตามครรลองของรัฐธรรมนูญของประเทศ แต่กลับกำลังเผชิญกับถ้อยคำข้อกล่าวหาว่า
“กระทำการอันเป็นการจงใจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง” ?
การที่ผู้แทนราษฎรที่ได้รับอำนาจจากราษฎร พี่น้องประชาชน ที่ใช้กลไกของรัฐสภาเพื่อเป็นช่องทางในการเสนอให้มีการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อประโยชน์ร่วมกันของคนทั้งสังคม
จะเป็นความผิดจริยธรรมได้อย่างไร?
แม้แต่ การทำนโยบายหาเสียงของพวกเราที่ผ่านการรับฟังปัญหาจากประชาชนหลายกลุ่ม ก่อนจะได้ประกาศอย่างเป็นทางการนั้น ได้ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการเลือกตั้งหรือ “กกต.” อย่างถูกต้อง
แล้วจะผิดจริยธรรมได้อย่างไร?
ความจริงตามกระบวนการพิจารณาเพื่อปรับแก้กฎหมายนี้ในสภานั้น ยังไม่ได้มีการบรรจุในวาระการประชุม หรือเรียกง่ายๆ ว่าท่านประธานยังไม่บรรจุวาระนี้
แต่ถึงแม้ว่าวาระนี้เข้าสู่สภาแล้ว ก็ต้องมีการอภิปรายจากทุกฟากฝั่ง หากสมาชิกรัฐสภาไม่เห็นชอบ วาระนี้ก็ตกไปในที่สุด เป็นตามขั้นตอนกระบวนการนิติบัญญัติปกติ
เรื่องการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎรของพวกเรา นอกจากจะต้องตอบสนองต่อเสียงของผู้คนในประเทศ โดยเฉพาะกับคนจำนวนมากที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกผลกระทบจากตัวบทกฎหมาย การบังคับใช้ นโยบายรัฐด้านต่างๆ แล้ว เราจะยังคงยืนยันในการทำหน้าที่เพื่อปกป้องหลักนิติรัฐ นิติธรรม หลักการกฎหมายสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ และดำรงอำนาจนิติบัญญัติที่ได้จากพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด
ขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในการเป็นผู้แทนของประชาชน ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร”

