หน้าแรก การเมือง นายกฯ แวะทะเล...

นายกฯ แวะทะเลน้อย ป้อนหญ้าควายน้ำ อ้อนคนพัทลุง แหลงใต้ไม่เป็นรักอยู่ไหม ลั่นจะแก้ปัญหาให้ครอบคลุม

17.02.25 | 14:47 น.

นายกฯ อ้อนคนพัทลุง แหลงใต้ไม่เป็นรักอยู่ไหม แวะทะเลน้อย ป้อนหญ้าควายน้ำ ปลื้มสะพานเอกชัยสร้างสมัยพ่อนั่งนายก ยันไม่เลือกปฎิบัติเตรียมจดปัญหานำไปแก้ไขให้ครอบคลุม

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 17 กุมภาพันธ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางถึงท่าอากาศยานตรัง ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง เพื่อลงพื้นที่ จ.พัทลุง และ จ.สงขลา ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร ) ครั้งที่ 1/2568 วันที่18 ก.พ.นี้ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จ.สงขลา เมื่อถึงสนามบิน เด็กนักเรียนและครูอาจารย์ จากโรงเรียนมิตรภาพที่ 31 (วัดทุ่งหวัง) รอต้อนรับและมอบไม้แกะสลักรูปปลาพะยูน สัญลักษณ์ของจ.ตรัง ให้กับนายกฯเป็นที่ระลึก โดยนายกฯทำมือเป็นสัญลักษณ์ “ไอ เลิฟ ยู” ให้กับเด็กๆ ทั้งนี้การลงพื้นที่ของนายกฯใช้รถยนต์ Lexus ทะเบียน 5ขส 45 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะ ในการเดินทางปฏิบัติราชการ

ต่อมาเวลา 12.50 น.ส.แพทองธาร เดินทางไปที่จุดชมวิวทะเลน้อย อ. ควนขนุน จ.พัทลุง มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯและรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน หน่วยงานราชการในพื้นที่ รวมถึงนอกจากนี้ยังมี สส.พรรคไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายถนอมพงศ์ หลีกภัย เขต 1 จังหวัดตรัง และนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร เขต 2 จังหวัดพัทลุง นายชัชวาลล์ คงอุดม ที่ปรึกษาพรรครทสช. ให้การต้อนรับ ขณะที่ตัวแทนตัวแทนพื้นที่ได้มอบหลวงปู่ทวด ปลุกเสกเก้าวัดให้กับนายกฯ เป็นที่ระลึก

จากนั้นนายกฯ ได้ป้อนหญ้าให้กับควายทะเลน้อย “ควายสุชาติ บัวตอง และทองกวาว” ครอบครัวพ่อแม่ลูก พร้อมกับชมว่า “น่ารัก” ก่อนสอบถามเรื่องพืชที่ใช้เป็นอาหารของควาย และทางออกในการกำจัดวัชพืชที่เป็นปัญหา ที่ทำให้พื้นที่ตื้นเขิน โดยนายกฯเห็นควรนำวัชพืช ขึ้นมาทำปุ๋ย และนำมาถมพื้นที่บางส่วน เพื่อให้พื้นดินได้สูง รวมถึงสอบถามปัญหาเรื่องน้ำนมควาย ที่สามารถผลิตได้แต่ยังไม่มีจุดจำหน่าย และแนะนำให้เกษตรดำเนินการหากทำให้นำมาบริโภคได้ จะเป็นผลดีกับเกษตรกรในพื้นที่

Advertisement

ด้านกำนันในพื้นที่ ระบุว่า คาดหวังว่าการลงพื้นที่ของนายกฯ จะมีการพัฒนาเหมือนกับที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตอดีตนายกฯเคยลงพื้นที่เมื่อปี 2547 โดยนายกฯตอบกลับว่า “20 ปีมาแล้ว ต้องดูสภาพพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ไหน ถ้ามีความเหมาะสม ทำได้ก็ทำ ทุกที่ ไม่เลือกพื้นที่ ”

จากนั้นกลุ่มชาวบ้านที่มารอรับ ได้เดินเข้ามาหานายกฯพร้อมกับบอกว่าเป็นแฟนคลับ และขอถ่ายภาพ และชูป้ายให้กำลังใจ “นายกสู้ๆ”และชูป้ายที่แสดงความหวังเรื่องคลองไทย โดยมีข้อความว่า “ทักษิณคิดปี48 อุ๊งอิ๊ง สานต่อปี68 “ และถ่ายภาพ กับคณะส่วนราชการที่ลงพื้นที่ เป็นที่ระลึก และ เดินชมบูธนิทรรศการ เที่ยวชุมชนยลวิถีบ้านทะเลน้อย ซึ่งเป็นสินค้าวิถีชุมชนขึ้นชื่อของพัทลุง เช่น ลูกปัด ปลาดุกร้า ฯ

น.ส.แพทองธาร ทักทายกับสื่อ ประชาชนที่มารอรับอย่างกันเอง พร้อมกับชมการแสดงมโนราห์ มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เพื่อต้อนรับสู่แดนใต้ และรับชมวิดีทัศน์ เกี่ยวกับการดำเนินงานบริหารจัดการน้ำทะเลสาบสงขลาและการพัฒนาพื้นที่ โดยช่วงหนึ่งที่เปิดรายละเอียดการสร้างสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (สะพานเอกชัย ) ซึ่งเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ที่ข้ามทะเลสาบเชื่อมการเดินทางระหว่าง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และ อ.ระโนด จ.สงขลา สร้างสมัยรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร สนับสนุน งบประมาณ 700 ล้านบาท เมื่อปี 2547 เชื่อม ให้ประชาชนเดินทางสัญจรได้สะดวก นายกฯได้ยิ้มพร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก

จากนั้นนายกฯ กล่าวทักทายกับประชาชนว่า “แหลงใต้ไม่เป็นยังรักอยู่หรือไม่” และกล่าวว่าขอบคุณที่ต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยรัฐมนตรีหลายคนกระจายอยู่ในจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ และในวันที่ 18 ก.พ.จะประชุมครม.ร่วมกันขอบคุณสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นและไม่ต้องห่วง วันนี้รัฐมนตรี ได้ทำการบ้านเกี่ยวกับอุปสรรคปัญหาที่พี่น้องพัทลุงเจออยู่แล้ว และดีใจที่ได้รับฟังสรุปปัญหาที่แท้จริงของประชาชน เพราะตนพูดเสมอว่าคนในพื้นที่รู้ปัญหาของตัวเองดีที่สุด

นายกฯ กล่าวว่า ขอบคุณที่บอกปัญหาที่เกิดและสิ่งใดจะเพิ่มรายได้ให้ประชาชน เพราะหากประชาชนรวย รัฐบาลก็แข็งแรง ประเทศก็แข็งแรงไปด้วย ดังนั้นความอยู่ดีกินดีของประชาชนเป็นส่วนสำคัญที่สุดของรัฐบาล ขอบคุณที่ยังนึกถึงอดีตนายกทักษิณ ที่เคยมาและสร้างประโยชน์ไว้ และขอบคุณรัฐบาลสมัยของท่านที่มีส่วนร่วมและส่วนผลักดันสำหรับตนจะเต็มที่และจะกลับไปทำการบ้านเพิ่มเติม ไม่อยากแก้ปัญหาทีละปี ปีหน้าปัญหาก็มาอีก อยากทำให้ปัญหาหมดไปและอยากให้ประชาชนกินอิ่มนอนหลับรักษาสุขภาพและรัฐบาลจะช่วยพี่น้องอย่างเต็มที่รัฐมนตรี ทุกคนที่มาให้ความสำคัญกับจังหวัดพัทลุงด้วยความเป็นห่วงและขอให้ให้กำลังใจสู้และประกอบอาชีพต่อไป

สำหรับพื้นที่ทะเลน้อย เป็นพื้นที่เชิงนิเวศและเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของนกประจำถิ่น นกอพยพ และฝูงควายทะเลน้อยกว่า 2,000 ตัว โดยพื้นที่จ.พัทลุง ได้มีข้อเสนอขอรับการสนับสนุน จากภาครัฐ เพื่อแก้ปัญหาวัชพืชน้ำและพืชต่างถิ่น เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและฟื้นฟูระบบนิเวศทะเลน้อย รวมถึงพัฒนาการท่องเที่ยวและโครงสร้างพื้นฐานชุมชน ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างเดินทางไปปฎิบัติภารกิจจุดที่สองน.ส.แพทองธาร ได้หยุดขบวนรถที่กลางสะพานเอกชัย เพื่อชมวิถีชีวิตของควายทะเลน้อย ที่หากินบริเวณทะเลดังกล่าว