อุณหภูมิทางการเมืองยกระดับความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ ก่อเกิดเป็นศึกทางการเมือง ศึกทางความคิดที่มีความเห็นไม่ตรงกันตลอดเวลา
ปักหมุดความเดือดไว้ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรคประชาชนจะยื่นญัตติวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้
ล่าสุด จากถ้อยคำของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล
มีนัยยะของการโฟกัสเป้าหมายทางการเมืองในการทะลุทะลวง
แต่ก่อนจะถึงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะยุติลงด้วยการลงคะแนนเสียงโหวตในสภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้เกิดแรงกระเพื่อมขึ้นหลายอย่าง
แรงกระเพื่อมฝ่ายรัฐบาลย่อมเป็นเรื่องความเห็นไม่ตรงกัน ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย
กรณีแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประชามติ นั้นเกิดขึ้นและกำลังดำรงอยู่
กรณีนี้พรรคเพื่อไทยนำทีมแก้ไขจำนวนผู้มีสิทธิ และจำนวนเสียงการโหวต โดยให้ใช้เสียงข้างมากเพียงเสียงการโหวต แต่พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะต้องใช้เสียงข้างมากทั้งผู้มีสิทธิ และจำนวนเสียงโหวต
สุดท้ายร่าง พ.ร.บ.แก้ไขกฎหมายประชามติก็ต้องรอ 180 วันถึงจะผ่านสภา
กรณีล่าสุดคือ การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ที่พรรคเพื่อไทยนำเสนอ แต่พรรคภูมิใจไทยขอไม่ร่วม เพราะเกรงจะขัดรัฐธรรมนูญ
กลายเป็นเกมองค์ประชุมในสภา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
และกลายเป็นประเด็นการจับจ้องมองความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ความร้อนแรงทางการเมืองเพิ่มอุณหภูมิมากขึ้นอีกเมื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้ความเห็นกรณีข่าวการตรวจสอบการรุกที่เขาใหญ่-ปากช่องว่า “หน้าตัวเมีย”
นายอนุทินกล่าวชัดเจนว่า เรื่องนี้เป็นการเมือง 500 เปอร์เซ็นต์พร้อมชี้แจงว่า สนามกอล์ฟที่เป็นข่าวนั้นเป็นของครอบครัวไม่ใช่เป็นของตัวเอง
วันต่อมามีการสอบถามถึงเรื่องการตรวจสอบการบุกรุกดังกล่าว พบว่า นายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ประธานคณะทำงานการขับเคลื่อนการตรวจสอบและพิจารณาความผิดเกี่ยวกับผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ถือครองที่ดินโดยมิชอบในเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นผู้รับผิดชอบ
คณะทำงานดังกล่าวสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขณะที่พรรคประชาชน ซึ่งมีสมาชิกจากพรรคก้าวไกลเป็นส่วนใหญ่ และส่วนหนึ่งก็เป็น ส.ส.ที่กำลังตกอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนของ ป.ป.ช. กรณีการเสนอให้แก้ไข มาตรา 112 กม.อาญา จำนวน 44 คน ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็น ส.ส.อยู่พรรคประชาชน
การที่ ป.ป.ช.เรียก 44 ส.ส.ไปรับข้อหาในห้วงเวลาใกล้เคียงกับการยื่นญัตติอภิปรายไม้วางใจ แม้ว่าจะเป็นกำหนดการคร่าวๆ เดิมที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ในสายตาของพรรคประชาชนมองว่า อาจกระทบต่อการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน
และพาดพิงไปถึงกรณีคลิปที่เป็นข่าวเมื่อสัปดาห์ก่อนที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา เปิดศึกกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล กรณีประธาน ป.ป.ช.
เรื่องราวต่างๆ ผสมปนเปก่อเกิดเป็นประเด็นการเมืองแบบรัวๆ เพิ่มอุณหภูมิทางการเมืองจนถึงจุดเดือด
เดือดก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมีนาคมเสียอีก
เมื่ออุณหภูมิทางการเมืองเดือดก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
น่าสนใจว่า อุณหภูมิทางการเมืองจะค่อยๆ ลดลงไปจนถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
หรือจะร้อนแรงทะลุจุดเดือดไปมากกว่านี้จนมีผลต่อผลโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ
นฤตย์ เสกธีระ

