หน้าแรก การเมือง จุลพันธ์ โต้ ...

จุลพันธ์ โต้ สศช. ลั่นปีนี้ จีดีพีโตได้ 3% เผยคลังจ่องัดมาตรการกระตุ้นศก.ครึ่งปีหลังอีกเพียบหวังถึง 3.5%

18.02.25 | 11:23 น.

จุลพันธ์ โต้ สศช. ลั่นปีนี้ จีดีพีโตได้ 3% เผยคลังจ่องัดมาตรการกระตุ้นศก.ครึ่งปีหลังอีกเพียบหวังถึง3.5 %

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวถึงกรณีสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขการขยายตัวด้านศก.หรืออัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ปีนี้ โตต่ำกว่า 3% คือจะโตแค่ 2.8% แลัวยังเทียบกับประเทศในอาเซียนไทยโตรั้งท้ายประเทศอื่น ว่า การฉายภาพเป็นแบบนี้ทุกครั้งซึ่งหากย้อนไป 10 ปีก่อนการฉายภาพก็ตกเฉลี่ยประมาณ 2 จุดปลายๆ ทุกปีเเต่การเติบโตจริงไม่เคยถึง 2% เฉลี่ยประมาณ 1.9% แต่ปีที่ผ่านมาจากการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะเห็นว่าเราทำได้เกินกว่าเป้าหมายสามารถไปแตะ 2 ปลายๆได้ เกินกว่าเป้าหมายในระดับหนึ่งและปีนี้เรายังมีกลไกอยู่ในสต๊อก โดยเฉพาะการกระตุ้นเงินหมื่นเฟสต่อไป

รวมถึงสิ่งที่ได้ทำมาแล้วและกลไกที่ทำเรื่อง easy e-receipt มันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นกระทรวงการคลังมีความมั่นใจว่าในไตรมาสที่ 3 จะมีการเติบโตเราสามารถทำได้ซึ่งเราก็มีการประชุมในส่วนของอนุกรรมการขับเคลื่อนกระตุ้นเศรษฐกิจมาคุยลงรายละเอียดว่ากลไกที่เราจะใช้ 3-5 อย่างจะทำให้เพิ่มในเรื่องการเติบโตเศรษฐกิจที่เราพยายามจะเพิ่มอีก 0.5 % นั้นจะต้องทำอย่างไรก็มีมาตรการเช่นการเร่งรัดการเบิกจ่ายการป้องกันการรั่วไหลของเงินหมื่น ที่แน่นอนว่าเมื่อลงไปมันก็ต้องมีกลไกที่จะทำให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอยู่บ้าง เราก็จะต้องสามารถเข้าไปกำกับและอุดรอยรั่วเหล่านี้ ก็จะช่วยในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 0.2% และพยายามดันให้ถึง 3.5 % ด้วยซ้ำ แต่จุดนี้ต้องดูกลไกและสภาวะการทางเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่งนี่คือการฉายภาพซึ่งกระทรวงการคลังก็มีความมั่นใจแม้ว่าสถาบันการเงิน สถาบันการศึกษาก็อาจมีตัวเลขที่แตกต่างก็เป็นเรื่องปกติ

เมื่อถามว่า สภาพัฒน์ฯ ระบุว่าได้รวมเรื่องมาตรการแจกเงินหมื่นรอบ 3 ไว้แล้วในจีดีพี 2.8 % นายจุลพันธ์ ของกระทรวงการคลังเราก็มี แต่ก็สิ่งที่บอกคือกลไกในการขับเคลื่อนให้เม็ดเงินที่ลงไปสู่ระบบสามารถหมุนเวียนได้แย่งมีประสิททธิภาพ ตรงนี้เป็นหน้าที่กระทรวงการคลังต้องเข้าไปกระชับ

เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับข้อเสนอขอสภาพัฒน์ฯ ที่บอกว่าให้เเบ่งงบประมาณจากโครบการเงินดิจิทัลรอบ 3 มาทำโครงการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ จะทำให้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้มากกว่า นายจุลพันธ์ กล่าวว่า มันก็เงินบาทเดียวกันแต่คนละกลไก ในการใช้ที่อาจมีความแตกต่าง ในมุมนั่นมันเป็นเรื่องการปรับโครงสร้างโดยเพิ่มโครงสร้างพื้นฐาน มุมนี้รัฐบาลไม่ได้ละเลยและมีกลไกในการทำอยู่แล้วตามงบประจำปี และงบกลางซึ่ง ครม.สัญจรที่สงขลาวันนี้ก็มีที่จะอนุมัติ สิ่งที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน นี่เป็นเงินบาทเดียวกันแต่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรนั้นต้องเรียนว่ากลไก ในการใช้เงินความเป็นรัฐมันไม่มีประสิทธิภาพด้วยซ้ำ ที่ซึ่งเม็ดเงินที่ลงถึงประชาชนที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจส่วนมากมาจากการจับจ่ายใช้สอย การลงทุนครอบครัวครัวเรือน แต่ของภาครัฐในการผ่านการจัดซื้อจัดจ้างกว่าจะลงไปในระบบนั้นกลับ ช้ากว่าแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดี แต่หมายความว่าความเป็นรัฐบาลมีระบบอยู่เราก็เติมเงินลงไปให้กับประชาชนขณะเดียวกันเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานเรามีกลไกอื่นอยู่แล้ว ซึ่งหากจะมีความจำเป็นในการแบ่งสัดส่วนออกไปสร้างนั้นเราก็คุยกันได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้พิจารณา

Advertisement

เมื่อถามว่า ควรจะมีการหามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังอีกหรือไม่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ควรอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะต้องมีแผนตอนนี้คิดอยู่ว่ากลไกในการใช้เม็ดเงินจากจุดไหนและวิธีการอย่างไรและจะใช้วิธีการอย่างไรเราก็ต้องหาข้อสรุปอีกครั้ง

เมื่อถามว่า โอกาสที่จีดีพีจะถึง 3.5% ถ้าได้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะสามารถทำได้หรือไม่นายจุลพันธ์ กล่าวว่า เป็นไปได้ และเราก็พยายามดูอยู่

นายจุลพันธ์ กล่าวย้ำว่า อย่างที่บอกกลไกและมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่าไปดูแค่เติมเงินซึ่งต้องดูกลไกอื่นๆซึ่งเราไม่ได้จำกัด รูปแบบซึ่งตอนนี้ก็มีข้อเสนอมาบ้างแล้ว

เมื่อถามว่า ต้องคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยหรือไม่ เนื่องจากบางกฎหมายมีข้อจำกัด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า รมว.คลัง พูดคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด เชื่อว่าการพูดคุยเป็นไปตามที่ทุกฝ่ายต้องการ แม้ว่า โจทก์ก็อาจจะมีการชั่งน้ำหนักที่แตกต่างกันบ้าง ในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจกับเรื่องเสถียรภาพทางการเงิน จุดนี้ทั้งสองฝ่ายก็ต้องมีการหารือร่วมกัน

นายจุลพันธ์ ยืนยันว่า ตอนนี้ไม่มีความกังวลที่ตัวเลขจีดีพีออกมาไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ล่าสุดที่ต่ำ กว่าเป้าหมายนั้นต้องยอมรับว่าในไตรมาสแรก ก่อนหน้านี้จีดีพีมันต่ำมาก เราก็พยามขับเคลื่อนมาจนมีการเติบโตซึ่งกระทรวงการคลังซึ่งกระทรวงการคลังก็ตั้งเป้าให้ตัวเลขจีดีพีไปใกล้ 3%

เมื่อถามว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในสัปดาห์หน้าคาดหวังว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมาตรการเกี่ยวกับ นโยบายทางการเงินมาช่วยหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนไม่คาดหวัง เพราะต้องเข้าใจว่าธ)ท. ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องความเป็นอิสระ เราคงไม่พูดเรื่องนี้แล้วเค้าคงเข้าใจว่า กลไกอย่างไหนจะสร้างเสรีภาพทางการเงินได้กลไกอย่างไหน จะเป็นการส่งเสริมช่วยเรื่องเศรษฐกิจของรัฐบาล และทำให้ประชาชนมีการใช้จ่ายได้ดี ตนเชื่อว่า กนง.จะมีความเข้าใจส่วนจะคาดหวังหรือไม่ตนไม่พูดดีกว่าเพื่อให้เขามีความสบายใจ