นายกฯอิ๊งค์ ลั่นครึ่งปีหลังเข็นมาตรการกระตุ้นศก. ดันจีดีพีขยับ ชี้ ถึงเวลาคุยแบงก์พาณิชย์-ธปท. ปล่อยกู้SME หลังพบกำไรอู้ฟู่ แต่ปล่อยสินเชื่อน้อยทำอุตฯไม่พัฒนา
เมื่อเวลา 11.33 น. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุม ครม.สัญจรว่า จีดีพีไตรมาส 4 ปี 2567 เติบโตขึ้นเกือบทุกมิติ ส่วนการลงทุนภาคเอกชนหดตัว มีปัจจัยสำคัญมาจากธุรกิจธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SME ที่มีสัดส่วนมากถึง 75% ของประเทศ แต่ธนาคารพาณิชย์ยังมีกำไรอยู่ มีการปล่อยสินเชื่อต่ำ ที่จะช่วยเหลือได้เป็นอย่างมาก ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การพัฒนาธุรกิจของภาคเอกชนลดน้อยลง บางอุตสาหกรรมเก่าไปแล้ว เมื่อไม่ได้เงินสินเชื่อพัฒนา ภาครัฐจึงพยายามทำในทุกเรื่อง เพื่อสนับสนุนการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้เอกชนมีการลงทุนเพิ่มเติม จึงอยากให้การเงินการคลังทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเพื่อจะตอบโจทย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้งนี้เงินเฟ้อตอนนี้ยังต่ำ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องช่วยกัน จะทำอยู่ฝั่งเดียวไม่ได้ ทุกส่วนมีส่วนสำคัญอย่างมาก
เมื่อถามว่าสภาพัฒน์ระบุว่า ปี’68 จีดีพี จะโตแค่ 2.8 ต่ำกว่าเป้าที่รัฐบาลต้องการ 3-3.5% รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอะไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า อย่างที่บอกไปเรื่องของสินเชื่อ รัฐบาลต้องคุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมมือกันสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะทำคือการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายอย่าง เช่น เอกชนที่ทำอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ธุรกิจไม่ถูกพัฒนามาก สถานที่ต่างๆ ก็ยังไม่ถูกพัฒนาอย่างการลงพื้นที่ครั้งนี้รัฐมนตรีหลายคนไปหลายจังหวัดที่มีศักยภาพอย่างมาก และอย่างที่ตนย้ำว่าการท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองหลักอย่างเดียว เมืองรองก็สำคัญมากเช่นกัน ดังนั้นก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องทำต่อ นอกจากการพัฒนาด้านการท่องเที่ยวแล้วการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภาคเอกชนต้องดูด้วยว่าก่อนที่จะลงทุนเพิ่มในระบบทำได้อย่างไรบ้าง ก็ต้องย้อนกลับมาในเรื่องของการเงิน
เมื่อถามว่าหากดูในภาพรวมจีดีพี ปี2567 ของไทยถือว่ารั้งท้ายในกลุ่มอาเซียน จากมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลจะออกมากระตุ้นเศรษฐกิจจะทำให้ตัวเลขจีดีพีสามารถขยับขึ้นได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า กระทรวงการคลังตั้งเป้าไว้ที่ 3% และจะพยายามดันให้ถึง 3.5% เพราะฉะนั้นมั่นใจว่า เดือนที่เหลือของปี 2568 จะผลักดันกันอย่างเต็มที่ รวมถึงการพูดคุยกับธนาคารพาณิชย์และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คือสิ่งที่สำคัญที่จะต้องร่วมมือกันจริงๆ แล้ว
เมื่อถามว่าปัจจัยกระตุ้นจีดีพีนอกจากเรื่องของการท่องเที่ยวยังมีเรื่องใดอีกบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องการลงทุน ตนก็ได้ไปพบกับหลายประเทศเพื่อดึงการลงทุนจากต่างประเทศ หากถามว่าเศรษฐกิจแย่ ก็แย่มาเป็นพักใหญ่แล้ว เพราะฉะนั้นการผลักดันจากทุกส่วนสำคัญมาก เราไม่สามารถจะทำเพียงหนึ่งอย่าง แล้วจะเกิดเรื่อง Miracle (มหัศจรรย์) เศรษฐกิจดีทันที ดังนั้นรัฐบาลจึงไม่ได้ออกมาแค่หนึ่งนโยบายเพื่อกระตุ้นจีดีพี เราทุกกระทรวงต้องทำเช่นกัน รวมถึงเอกชนต้องช่วยด้วย เพราะไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้หรือปีสองปีที่แล้ว แต่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน จึงต้องช่วยกันทุกฝ่าย
เมื่อถามว่าจากการลงพื้นที่พบว่าหลายจังหวัดมีศักยภาพจะต้องกำชับหรือกระตุ้นผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การที่เราไปเจอแต่ละจังหวัด ก็ช่วยได้มากในส่วนของท้องถิ่นเองเราก็ไปพูดคุยว่า จบได้ด้วยตัวท้องถิ่นเองบางพื้นที่ก็แก้ปัญหาได้ในท้องถิ่น ที่จริงแล้วผู้ว่าฯในทุกจังหวัดไปมีความพร้อมมากในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
นายกฯกล่าวว่า การลงพื้นที่เพื่อติดตามนโยบายต่างๆ ของภาคใต้จะผลักดันเต็มที่ และประชาชนที่ได้พบเจอขอให้สบายใจว่ารัฐบาลกำลังทำทุกอย่างเต็มที่ ร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อผลักดันเศรษฐกิจไปพร้อมกัน

