⦁…หากเอาการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนเป็นเป้าหมาย ปฏิบัติการของ หลิว จงอี มือปราบ “อาชญากรข้ามชาติจากจีน” ถือเป็นรูปธรรมของ “วาระอาเซียน” ตามที่ นายกฯแพทองธาร ชินวัตร ต้องการให้เป็น ด้วยกิจการ “จีนเทา” ที่รุ่งเรืองในความสูญเสียของ “ผู้ถูกหลอกลวง” นับหมื่นนับแสนล้านบาท ยาวนาน และมืดมนที่จะหาทางแก้ไข “อธิปไตยของประเทศ” ที่พยายามหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อกังวล “ไม่มีความหมายตราบที่ผ่อนคลายความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่ได้”
⦁…มีเรื่องตื่นตาตื่นใจในความเปลี่ยนแปลงของโลกให้รับรู้ได้ทุกวัน “ลีลาอเมริกันเฟิร์สต์” ของ ประธานาธิบดีทรัมป์ และปฏิบัติการของ อีลอน มัสก์ที่ชัดเจนว่า “เปิดสงครามการค้ากับทั้งโลกแบบไม่ไว้หน้าใคร” เหมือนอย่างที่ “รัฐมนตรีกลาโหมสิงคโปร์-อึ้ง เอ็ง เฮง” บอกไว้ว่ามุมมองของชาวเอเชียที่มีต่อสหรัฐอเมริกาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เคยเป็น “ผู้พิทักษ์ความถูกต้อง” กลายเป็น “เจ้าของที่ดินที่คอยเรียกเก็บค่าเช่า”
⦁…ผลจากการรุก “เรียกร้องทั้งโลก” ให้จ่ายค่าตอบแทนการส่งสินค้าไปขายคนสหรัฐให้มากขึ้น สี จิ้นผิง เรียกประชุมใหญ่ “นักธุรกิจสายเทคโนโลยี” จนประกาศ “นโยบายสนับสนุนบุกตลาดโลกด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี” ซึ่งจะทำให้การเผชิญหน้าของ “สองมหาอำนาจ” ชวนตื่นตาตื่นใจยิ่ง ขณะเดียวกัน “ประเทศที่ไม่มีสินค้าอย่างไทย” ต้องเตรียมตัวเตรียมใจในผลกระทบให้ดีที่สุด
⦁…ชุมชน “ยิวในเมืองปาย” เป็นอีกภาพสะท้อนถึงสถานการณ์ “พลเมืองไร้พรมแดน” ในยุคสมัยที่ “การย้ายถิ่น” เป็นเรื่องปกติ ย้ายมาสร้างชุมชน ย่อมตามมาด้วยการต้องสร้าง “สถานที่ทำพิธีตามวัฒนธรรม” ทั้ง “โบสถ์ยิว-โบสถ์คริสต์-สุเหร่าแขก” ล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา “ชุมชนคนย้ายถิ่น” ที่มายึดแผ่นดินไทยทำมาหากิน เป็นที่รับรู้ว่ามีมากมายกระจายไปทั่วประเทศ เป็น “นโยบายของรัฐ” เสียด้วยซ้ำที่จะให้ “ขาย” หรือ “ให้เช่ายาว 99 ปี” ประเทศที่ “คนแก่” มากขึ้น “เด็กเกิดใหม่” น้อยลง “อำนาจอธิปไตย” นิยามได้ แต่จัดการยากเย็น
⦁…ความเป็นเอกภาพ เด็ดขาดใน “ผลโหวต” ของ “ส.ว.สีน้ำเงิน” แสดงให้เห็นฤทธิ์อีกครั้ง ในการ “ไม่เห็นชอบ” ให้ รื่นวดี สุวรรณมงคล เป็น “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” แบบขาดลอย ตอกย้ำ “อำนาจนิติบัญญัติ” ในส่วนที่ “ส.ว.” ยังกำหนดได้ จะอยู่ในการควบคุมเบ็ดเสร็จ “อำนาจตุลาการ” ที่โครงสร้างการเมืองไทย แยกมาใช้ “องค์กรอิสระ” ทำหน้าที่ตัดสิน “ผู้ที่ควบคุม ส.ว.ได้” จึง “ยิ่งใหญ่” อย่างปฏิเสธไม่ได้
⦁…โปรเจ็กต์ “HACK งบประกันสังคม” ที่ “ส.ส.เดินดินกินข้าวแกง-ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ขุดข้อมูลการใช้เงินของ “สำนักงานประกันสังคมแห่งชาติ” มาตีแผ่ด้วยข้อความโจมตีว่า “ฟุ่มเฟือย ใช้เปล่าเปลือง อย่างไม่สมประโยชน์” ขณะในมุมมองของ “รัฐมนตรีมหาเศรษฐี-พิพัฒน์ รัชกิจประการ” เห็นตัวเลขเดียวกันนั้น “การใช้จ่ายแบบธรรมดา” ว่าไปเรื่องนี้จะไม่เป็นประเด็นให้คนส่วนใหญ่เหลียวมามองอย่างข้องใจ หาก “กระทรวงแรงงาน” ดูแล “ผู้จ่ายเงินประกันสังคม” ให้สมกับที่เป็น “กองทุนที่มีเงินมหาศาล” ไม่เป็นแบบปัจจุบันที่ “คุณภาพการรักษาพยาบาล” ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าอย่างเทียบกับ “สิทธิสวัสดิการข้าราชการ” เลยถูกครหาว่า “ต่ำกว่าสิทธิบัตรทอง” ที่ “ไม่ต้องจ่ายเงิน” ในทุกมิติ ทั้ง “มาตรฐานการคุ้มครอง” และ “ความสะดวกในการเข้ารับบริการ” แทนที่จะมาแก้ต่างเรื่อง ไปบริหารจัดการให้ “ไม่น้อยหน้าบัตรทอง” จะนับเป็น “แก้ปัญหาตรงจุด” มากกว่า
⦁…กระบวนท่าของ ธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ลาก “กระทรวงเกษตรฯ” ไปเปิดการตรวจสอบ “ที่ดิน 40,000 กว่าไร่” ในพื้นที่ “ธุรกิจสำคัญ” ของ “เขาใหญ่” แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย จนคาดเดาไม่ทันว่า “ลุยเพื่ออะไร” ก่อการวิเคราะห์กันไปทั่วว่าที่ อนุทิน ชาญวีรกูล สรุปว่า “หากเป็นการเมืองก็หน้าตัวเมีย” นั้น “การเมือง” หมายถึงอะไร จะโยงไปถึง “การสะสมทุนเพื่อสู้ศึกชิงเครือข่ายบ้านใหญ่” หรือไม่ ยิ่งหาคำตอบชัดๆ ไม่ได้ ยิ่งคิดกันไปว่า “ใครเป็นขุนพลของใครในศึกนี้”







