หน้าแรก การเมือง นพดล วอน อย่า...

นพดล วอน อย่ามอง หวัง จงอี ลุยแก้แก๊งคอล-ค้ามนุษย์ ทำไทยขาดอิสระ ชี้เป็นปัญหาหลายประเทศ

19.02.25 | 14:14 น.

นพดล ระบุอย่ามอง หวัง จงอี ลุยแก้แก๊งคอล-ค้ามนุษย์ ทำไทยขาดอิสระ ชี้ปัญหาเกี่ยวข้อง ปชช.หลายประเทศ เชื่อ บทบาท ทักษิณ จะให้เกิดสันติภาพในเมียนมาเร็วขึ้น

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายนพดล ปัทมะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยและอดีต รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ต้องแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ในพื้นที่เมียนมา เพราะการกดดันของประเทศจีนและการเดินทางมาของผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงฯของจีน เกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขดังกล่าวนั้นจะทำให้ไทยขาดอิสระ ซึ่งถือว่าเป็นการมองที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงและไม่ค่อยสร้างสรรค์ เพราะภารกิจและอำนาจหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาในดินแดนของประเทศไทยนั้นย่อมเป็นเรื่องของรัฐบาลไทยโดยตรง แต่ปัญหาข้างต้นเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับประชาชนหลายประเทศ

ดังนั้น ทั้งไทย จีน และเมียนมา จึงได้ประสานความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ที่จะปกป้องคุ้มครองคนไทยจากการหลอกลวงของพวกคอลเซ็นเตอร์ ยาเสพติดและปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งก็ต้องชื่นชมมาตรการของรัฐบาล เช่น ตัดไฟ ห้ามส่งน้ำมันและตัดระบบอินเตอร์เน็ต เป็นต้น

นายนพดลกล่าวต่อว่า ปัญหาของเมียนมาและอาเซียนที่ต้องร่วมกันแก้ไขระยะยาว คือการมีสันติภาพอย่างยั่งยืนในเมียนมา ซึ่งเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการขับเคลื่อนในระดับอาเซียนนั้นไม่ค่อยคืบหน้า แม้จะมีฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนไปหลายปีแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าตั้งแต่อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาประธานอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ซึ่งตนเห็นความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาของประธานอาเซียนและที่ปรึกษาประธานอาเซียน ซึ่งมีเครือข่ายผู้นำของประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสันติภาพในเมียนมา จะสามารถผลักดันแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพราะการสู้รบและความขัดแย้งในเมียนมา ประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นฝ่ายรับเคราะห์กรรม นอกจากนั้นประเทศไทยก็ยังแบกรับปัญหาที่กระฉอกข้ามแดนปีแล้วปีเล่า ซึ่งตนได้เคยเสนอแนวคิดทร้อยก้าพลัส คือมีเวทีการพูดคุยกันระหว่างอาเซียน เมียนมา ไทยและประเทศมหาอำนาจในภูมิภาค เช่น จีน อินเดีย

นายนพดลกล่าวอีกว่า การยุติความขัดแย้งและสงครามสามารถทำได้โดยการเจรจา ดูตัวอย่างการที่สหรัฐ และรัสเซียพยามที่จะเจรจายุติสงครามในยูเครนก็ขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องเมียนมานั้นคิดว่าถ้าทุกฝ่ายตั้งใจก็สามารถสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนได้ แต่ต้องเปลี่ยน ”การทูตปวกเปียก“ เป็น ”การทูตปูนปั้น“ เพื่อปั้นสันติภาพในเมียนมา ปั้นความยั่งยืนและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียนให้ได้

Advertisement