หน้าแรก การเมือง ภูมิธรรม เผยน...

ภูมิธรรม เผยนายก กัมพูชาเสียใจ เหตุร้องเพลง ปราสาทตาเมือนธม ยัน ไม่มีเจตนาให้เกิดขึ้น

19.02.25 | 16:24 น.

ภูมิธรรม เผย นายกฯ-รมว.กห.กัมพูชา โทรหาแสดงความเสียใจเหตุ ‘ตาเมือนธม’ ชี้ เกิดขึ้นได้ แต่สองฝ่ายร่วมแก้ไข ไม่ขยายความขัดแย้งบานปลาย ปรามฝ่ายค้าน อย่าหยิบทุกอย่างมาเป็นประเด็นการเมือง มีอะไรคุยกันค่อยวิจารณ์ ไม่ต้องรีบเล่นบทฮีโร่

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมชาเทรียมแกรนด์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตรองหัวหน้าพรรรคอนาคตใหม่ และอดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ตำหนิว่ากองทัพภาคที่ 2 บกพร่องต่อหน้าที่ ที่ปล่อยปละให้เกิดกรณีที่มีชาวกัมพูชาขึ้นมาร้องเพลงปลุกใจบริเวณปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ว่า อาจเป็นความเข้าใจผิดของนายพงศกร

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังไม่มีการตกลงแบ่งเขตอย่างชัดเจนระหว่างไทยและกัมพูชา อีกทั้งเราเปิดให้มีการขึ้นไปสักการะ ไหว้พระบนปราสาทตาเมือนธมได้ เนื่องจากมิติด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมย้ำว่า ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้พยายามแก้ตัวให้ใคร แต่การที่ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ การที่กระทำการละเมิดอะไรต่างๆ นั้น สามารถเกิดขึ้นได้ สิ่งที่สำคัญคือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว จะร่วมกันแก้ไขอย่างไร โดยเรื่องนี้ทางกัมพูชาก็แสดงความเสียใจ

เมื่อวานนี้ (18 ก.พ.68) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งอยู่กับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็โทรศัพท์ติดต่อมาหาตน แต่ตนเองติดภารกิจลงพื้นที่ต่อเนื่องหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ที่จังหวัดสงขลา โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ จึงไม่สามารถติดต่อได้ในบางขณะ

เมื่อเวลาราวเที่ยงวัน จึงได้พูดคุยกัน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา และนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้แสดงความเสียใจ และกล่าวว่าเรื่องนี้ทางกัมพูชาไม่มีเจตนาให้เกิดขึ้น และพยายามหาทางแก้ไข ส่วนอารมณ์ของทหารหรือบุคคลในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายไม่ได้นำมาขยายให้บานปลายออกไปจนกลายเป็นความแตกแยกระหว่างประเทศ

Advertisement

นายภูมิธรรมกล่าวย้ำว่า “อย่ามองทุกอย่างเป็นประเด็นทางการเมือง อย่ามองทุกอย่างว่ามันเป็นความบกพร่องของรัฐบาล และหยิบขึ้นมาเป็นประเด็น หากคิดว่ามีประเด็นให้สอบถามข้อมูลจากเราก่อน แล้วถ้ารู้สึกว่าเราละเลยก็วิพากษ์วิจารณ์ได้ ผมไม่อยากเห็นสภาพอย่างกรณีพรรคฝ่ายค้านที่ไปเยี่ยมกองกำลังราชมนู แล้วไปสั่งนู่นชี้นี่ ผมก็เข้าใจได้นะ

แต่ผมว่าอย่าให้ภาพมันออกไปแล้วคนไม่เข้าใจ ฟังดู ทราบดูเหมือนกับว่ารัฐบาลนี้บกพร่องเหลือเกิน แล้วก็…เป็นผู้ที่เป็นฮีโร่เห็นว่า เป็นสิ่งที่ควรต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ แต่จริงๆ มันไม่ใช่ จริงๆ ต้องเข้าใจฝ่ายปฏิบัติครับ”

นายภูมิธรรมกล่าวอีกว่า ขณะนี้ที่ให้บางระดับ เช่น ตำรวจหรือทหารเข้าไปแก้ไขปัญหานั้น เกิดจากการที่ระดับรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้พูดคุยหารือกันแล้ว เมื่อตัวแทนของกองทัพ และตัวแทนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรับแนวทางไปปฏิบัติงาน จะกลายเป็นการปล่อยปละละเลย จนต้องมีผู้มาชี้นิ้วสั่งนั้น ตนมองว่าไม่ถูกต้อง จึงอยากให้รับทราบข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงโดยทั่วกัน

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่ประสาทตาเมือนธม จะส่งผลกระทบต่อกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย เสนอให้เปิดประตูเขาพระวิหารฝั่งไทย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องชะงักหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เราไม่คาดการณ์ไปในเชิงนั้น แต่ถ้าคิดว่าอะไรที่จำเป็นก็จะต้องคุยกัน โดยในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มีเรื่องที่ต้องคุยกันตลอดเวลา