หน้าแรก การเมือง โรม ชี้เรื่อง...

โรม ชี้เรื่องใหญ่มาก ไบโอเมตริกซ์ ไลเซนส์หมดอายุ ข้องใจทำจีนเทาเข้าออกเต็มเมือง

20.02.25 | 11:33 น.

โรม ชี้เรื่องใหญ่มาก ไบโอเมตริกซ์ ไลเซนส์หมดอายุ ต้นเหตุจีนเทา เข้าออกไทย เชื่อบทบาท โกซาย ไม่ต่าง หม่องชิต ตู่ 

เวลา 09.30 น. วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ.ในวันนี้ว่า กระบวนการที่กำหนดจะเกิดขึ้นต่อไปคือการส่งคนที่อยู่ในพื่นที่เมียวดี ไม่ว่าจะหรืออาชญากรกลับสู่ประเทศต้นทาง ซึ่งความน่ากังวลของเรื่องนี้คือการเก็บข้อมูล มีสองส่วน

1.คือการเก็บข้อมูลต่างๆ ว่าตกลงเป็นเหยื่อหรืออาชญากร และรู้หรือไม่ว่ามีใครที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับการนำมาปราบปรามทลายโครงสร้างบรรดาอาชญากรรมข้ามชาติ วันนี้ถึงเราจะรู้ว่าใครเป็นใครแต่ก็ไม่ได้รู้ทั้งหมด ยังมีระดับบอส ระดับเมเนเจอร์

บางกระแสก็บอกว่า หนีมาอยู่กรุงเทพฯ บางกระแสก็บอกว่าหนีไปอยู่เชียงใหม่ บางกระแสก็บอกว่า อาจจะไม่ได้อยู่เมียวดีตั้งแต่ต้น แต่ชักใยอยู่เบื้องหลัง ไม่ไกลจากใจกลางของเมืองหลวง เป็นเรื่องสำคัญที่จำเป็นต้องสืบรู้ให้ได้ ไม่สามารถที่จะมีข้อมูลเหล่านี้ได้

คำถามคือ ในวันที่จีนจัดการปัญหาของเขาเสร็จแล้ว จะยังมีจีนเทาหลงเหลือในประเทศไทยหรือไม่ เราจะจัดการปราบปรามได้อย่างไร นี่คือผลประโยชน์ของประเทศไทยที่ประเทศไทยจะต้องปกป้องตัวเอง เราจะมาหวังพึ่งประเทศอื่นไม่ได้ ยอมรับว่า การที่จะไปสู่จุดนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทรัพยากรต้องใช้เวลา

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า แต่สเต็ปที่ 2 สำคัญไม่แพ้กัน คือการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล (Biometric) ต้องเข้าใจว่าพวกจีนเทามีเงินเยอะ บางทีไปซื้อสัญชาติ ปัญหาคือหากเราไม่มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล ว่าเขาจะไม่กลับมาอีกด้วยพาสปอร์ตเล่มใหม่ สามารถใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการทำแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้

นี่จึงเป็นปัญหาใหญ่ที่คิดว่าเราไม่อาจเพิกเฉยได้ ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะมีการเพิกเฉยต่อเนื่องของอัตลักษณ์และส่งตัวกันไปแบบนี้ แต่ตนได้แหล่งข่าวข้อมูลมาว่า วันนี้ที่เราไม่เก็บข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล อาจเป็นเพราะระบบที่เราซื้อ ใช้ไม่ได้แล้ว หมายความว่า ที่เราใช้กันที่สนามบินรวมไปถึงบริเวณชายแดน ความเป็นไปได้ว่าระบบที่เคยซื้อไปนั้น ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลมาเป็นเวลานานแล้ว

และอาจจะเป็นไปได้ว่าคนที่เข้าออกประเทศไทยถึง 17 ล้านคน อาจจะไม่มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์เลย อาจจะมีการเก็บหน้าพาสปอร์ต ชื่อ แต่ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ แต่ว่าหากนาย ก.ไก่ เข้ามาด้วยพาสปอร์ตจีน ไปก่ออาชญากรรม

หากเราพบว่าเขาหนีไปแล้ว อาจจะขึ้นแบล๊กลิสต์ วันข้างหน้า หากนาย ก.ไก่มาด้วย สัญชาติวานูอาตู เราไม่สามารถระบุได้ เราไม่สามารถจับนาย ก.ไก่ได้ ซึ่งตนขอให้เรื่องนี้เป็นความจริง แต่หากเป็นเรื่องจริง เรื่องใหญ่แน่

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในเรื่องที่สองที่จะพิจารณาคือเรื่องของบรรดาการดำเนินคดี อย่างที่ทราบว่าตกลงเรื่อง หม่องชิต ตู่ จะเป็นการฟอกขาวหรือไม่ ที่ได้เห็นว่า จริงๆ อัยการจะไปพบ DSI อยู่แล้ว อยู่ๆ ก็มีการยกเลิกกะทันหัน ตนคิดว่าหากเรื่องนี้เป็นจริง ก็ผิดกันอย่างชัดเจน เกี่ยวข้องกันอย่างชัดเจน ประเทศต่างๆ คว่ำบาตร หม่องชิต ตู่ กันอย่างชัดเจน จึงเป็นห่วงว่าระบบกฎหมายไทยจะเป็นการฟอกขาวให้หม่องชิต ตู่หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะมีการพูดคุย และไม่ใช่แค่หม่องชิต ตู่ ยังมีอาชญากรอีกหลายคนที่เราจะต้องวางเป้าหมายร่วมกันกับหน่วยงานของรัฐต่อไป และต้องพูดคุยว่า หน่วยงานมีข้อมูลมากน้อยแค่ไหนในเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ได้ทราบหรือไม่ว่าเหตุใดระบบ biometric ถึงใช้ไม่ได้ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนเข้าใจว่า ใบอนุญาต (license) หมดอายุ

เมื่อถามต่อว่า จริงๆ ตอนซื้อมาตอนแรกควรมีกำหนดเวลาไว้หรือไม่ ว่า license จะหมดอายุเมื่อไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า วันนี้คงจะได้รับคำตอบ แต่ตนเข้าใจว่าปริมาณ license อาจจะรองรับไม่ได้ อาจจะหมดอายุไปแล้ว แต่คงจะได้มีการพูดคุยกันว่าเป็นจริงหรือไม่

ถ้าเป็นจริงตามนี้เราไม่มีแผนสำรอง ประเทศไทยเสียหายมาก คนวิ่งเข้าวิ่งออกประเทศไทยโดยไม่มีการจัดการ เป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง และอาจจะเป็นสาเหตุว่าทำไมจีนเทาถึงเต็มบ้านเต็มเมืองขนาดนี้

เมื่อถามว่า มีข้อมูลเรื่องเมืองไท่ฉาง ซึ่งมีเป็นเมืองสแกมเมอร์แห่งใหม่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ข้อมูลที่พอยืนยันได้ บริเวณนั้นเป็นบริเวณแถวช่องแคบ ซึ่งเป็นบริเวณที่แก๊งสแกมเมอร์อยู่ประมาณหลักหมื่นคน ซึ่งอาจจะรวมเหยื่อและรวมทุกอย่างแล้ว มีความโหดร้ายทารุณสูงมาก

นี่เป็นสิ่งที่ตนยืนยันได้ และอยู่ในการดูแลของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army หรือ DKBA) ที่ตนทราบมาคือ DKBA ก็ไม่ได้มีความเป็นเอกภาพ คนที่เป็นคีย์แมนหลักก็คือ ซาย จ่อละ หรือที่เรียกว่า โกซาย มีความโหดร้ายทารุณมาก มีหลายคนหลบหนี และมีชาวจีนที่หลบหนีมาขึ้นฝั่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านจำนวนมากยืนยันว่า พบศพบริเวณแม่น้ำเมย แถวช่องแคบนี้อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะช่วงน้ำหลาก จริงๆ ต้องบอกว่าสิ่งที่ซาย จ่อละ กับหม่องชิต ตู่ ทำแทบไม่แตกต่างกันเลย เป็นความโหดร้ายทารุณระดับเดียวกัน

เมื่อถามต่อ แต่บริเวณไท่ฉางไม่ได้ใช้ไฟจากประเทศไทยใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า เข้าใจว่าก่อนหน้านี้ใช้ แต่อาจจะต่อพ่วงมาอีกทีนึง น่าจะตัดทั้งหมดแล้ว โดยใช้ไฟจากเครื่องปั่นไฟ ซึ่งมีการลักลอบขนน้ำมันไปปั่นไฟ ก่อนหน้านี้ทราบมาว่ามีความพยายามในการลักลอบ และพบถังแก๊สเป็นร้อยๆ ถัง อยู่ใกล้บ้านของซาย จ่อละด้วย