หน้าแรก การเมือง โรม ยกเคสไบโอ...

โรม ยกเคสไบโอเมตริกซ์ สะท้อนชัด ความล้มเหลวองค์กรตำรวจ ปล่อย 17 ล้านคนเข้า-ออกปท. ไม่เก็บข้อมูล  

21.02.25 | 14:24 น.

โรม ยกเคสไบโอเมตริกซ์ สะท้อนชัด ความล้มเหลวองค์กรตำรวจ ปล่อย 17 ล้านคนเข้า-ออกปท. ไม่เก็บข้อมูล  

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กยืนยันว่า ประเทศไทยไม่มีการเก็บข้อมูลคนผ่านเข้า-ออกประเทศผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ (Biometrics) เสี่ยงมีอาชญากรกลับมาก่อเหตุซ้ำ⁣
เรื่องไบโอเมตริกซ์ ขอยืนยันอีกครั้งว่า ตลอดปี 2567 ทั้งปี และจนถึงวันนี้ไม่มีการเก็บไบโอเมตริกซ์จริง เป็นการเก็บแบบถ่ายรูปเท่านั้น ไม่ใช่ไบโอเมตริกซ์ แล้วระบบใหม่ที่ ตม. จะได้รับมาใช้ก็อาจจะต้องรอมากถึง 29 เดือน (ซึ่งยังไม่ได้มีการจัดซื้อจัดจ้าง อาจจะต้องรอนานมากกว่า 29 เดือนด้วยซ้ำ) ที่ผ่านมานับตั้งแต่ไลเซนต์หมดอายุ มีคนเข้าออกประเทศไทย 17 ล้านคนโดยไม่มีการเก็บอัตลักษณ์ หรือ Biometrics ⁣
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ แม้แต่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองหลายคนก็ไม่ทราบ เพราะยังคงใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่างๆ ราวกับเป็นการเก็บ Biometrics แต่ในความเป็นจริงคือ เป็นการเก็บด้วยภาพ คือเป็นภาพใบหน้าคน และภาพลายพิมพ์นิ้วมือ ถ้านึกไม่ออกให้นึกว่า คุณไปพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือที่โรงพัก ซึ่งเขาจะมีลูกกลิ้งดำๆให้พิมพ์ลายนิ้วมือลงกระดาษ หลังจากนั้นก็ถ่ายรูปอันนั้นเก็บเอาไว้ สภาพเป็นแบบนั้น⁣
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น สมมุติว่านาย A สัญชาติจีน เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ได้ก่อปัญหาอาชญากรรม หลังจากนั้นได้หลบหนีออกนอกประเทศ ตำรวจได้พบเจอลายพิมพ์นิ้วมือของนาย A พบกล้องวงจรปิดที่ถ่ายภาพนาย A ไว้ได้ จึงได้มีการสั่งการว่า หากนาย A ปรากฏตัวอีกครั้งที่สนามบินก็ให้ทางตรวจคนเข้าเมืองควบคุมตัวเอาไว้ ปรากฏว่านาย A ได้ไปซื้อสัญชาติอื่น เช่น วานูอาตู มีพาสปอร์ตเล่มใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อ นาย A กลับเข้ามาที่ประเทศไทยอีกครั้ง ระบบของตรวจคนเข้าเมือง จะไม่สามารถนำภาพถ่ายที่เพิ่งถ่ายรูปนาย A ไปตรวจสอบกับรูปพรรณสัณฐานเดิมได้ เพราะนาย A ถือพาสปอร์ตเล่มใหม่พร้อมสัญชาติใหม่และชื่อใหม่แล้ว เนื่องจากไม่เคยมีการบันทึกอัตลักษณ์มาก่อน ระบบจะไม่สามารถตรวจสอบได้เลย⁣
ถ้าใครย้อนกลับไปฟังที่ตรวจคนเข้าเมืองมาชี้แจงต่อกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ จะทราบว่าผู้แทนของตรวจคนเข้าเมืองได้ชี้แจงว่ามีความพยายามพูดคุยเพื่อแก้ปัญหานี้มาแล้ว 7 ครั้ง (หมายความว่าตรวจคนเข้าเมืองทราบดีว่ามีปัญหานี้) แต่ผู้บังคับบัญชาก็หาได้นำพาไม่⁣
นี่คือความล้มเหลวอย่างถึงที่สุดขององค์กรตำรวจ ที่ปล่อยให้เกิดการเดินทางเข้าออกประเทศ โดยเฉพาะคนต่างชาติที่อาจจะเป็นแก๊งอาชญากรข้ามชาติ แต่แฝงตัวในคราบของนักท่องเที่ยวโดยไม่มีการบันทึกอัตลักษณ์ ผมเชื่อว่า จุดอ่อนตรงนี้คงเป็นสาเหตุไม่มากก็น้อยที่ทำให้อาชญากรข้ามชาติ กลุ่มสีเทาดำทั้งหลายถึงอยู่ในประเทศไทยอย่างเต็มบ้านเต็มเมือง ยิ่งไปกว่านั้น การกำจัดพวกนี้ก็ทำได้ยาก เพราะความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานของรัฐ ผมขอเรียกร้องไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีท่านภูมิธรรม ตรวจสอบเรื่องนี้นี่คือปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งจัดการเราต้องอุดช่องโหว่ตรงนี้ และท่านต้องตรวจสอบดีๆว่าเจ้าหน้าที่รัฐที่บอกกับท่านว่าคนจีนที่ส่งกลับไปจีนว่ามีการเก็บอัตลักษณ์ อาจจะไม่ได้มีการเก็บจริงๆ ผมยังสงสัยจริงๆว่าในอนาคตพวกนี้อาจจะกลับมาที่ประเทศไทยได้อีกครั้ง ⁣
อย่าให้ประเทศไทยต้องเป็นแดนสวรรค์ของพวกสีเทาไปกว่านี้เลย