หน้าแรก การเมือง วันนอร์ แจ้งถ...

วันนอร์ แจ้งถอนวาระ คุมตัวปูอัดดำเนินคดี ด้านพท.-ปชน.ลุกถามหาบรรทัดฐาน หวั่นเกิดซ้ำ

27.02.25 | 14:09 น.

‘วันนอร์’ แจ้งที่ประชุมถอนวาระคุมตัว ‘ปูอัด ไชยามพวาน’ ดำเนินคดี แจง เมื่อไปรายงานตัวถือว่าหมดความจำเป็น-เป็นไปตามข้อบังคับ ด้าน ‘อดิศร’ บอกไม่อยากให้ปล่อยเรื่องนี้ไปง่ายๆ จี้ถามบรรทัดฐานที่ชัดเจน หวั่น เกิดเหตุซ้ำรอย

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม ภายหลังจบกระทู้ถาม นายวันมูหะมัดนอร์ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า เรื่องการขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจับกุมตัว นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ ส.ส.กทม. พรรคไทยก้าวหน้า (ทกน.) มารับทราบข้อกล่าวหาฐานข่มขืนชำเรา เพื่อสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายในระหว่างสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ.2562 ข้อ 187 วรรค 2 เนื่องจากเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ ได้มีหนังสือแจ้งว่านายไชยามพวานได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จึงหมดความจำเป็นในการขออนุญาตประธานสภา ในการจับกุมตัวนายไชยามพวาน ซึ่งตนเห็นว่าเหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงขอนำเรื่องนี้ออกจากระเบียบวาระการประชุม

ทำให้นายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า กรณีที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบเพื่อถอนระเบียบวาระออก ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญมาตรา 125 การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปกระทำความผิด โดยเฉพาะเรื่องนี้เป็นความผิดอย่างร้ายแรงและกระทบความสัมพันธ์เรื่องการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ตนไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ เพราะสังคมกำลังให้ความสนใจว่าเมื่อไปมอบตัวแล้ว สภาจะหลุดลอยที่จะดูแลหรือควบคุม เพราะการดำเนินคดีในคดีอาญามีชั้นพนักงานสอบสวน อัยการศาล ต่อไปเราจะปฏิบัติตัวกับ ส.ส.ท่านนั้นอย่างไร รวมถึงมี ส.ส.ผู้หญิงได้ร้องเรียนเรื่องจริยธรรมต่อประธานสภา จึงอยากให้เรื่องนี้อยู่ในความสนใจของสังคม ไม่อยากให้เกิดซ้ำซากหรือซ้ำรอย แต่ตนไม่ได้ปรักปรำว่าจะมีหรือไม่มีความผิด และอยากถามประธานถึงบรรทัดฐานที่ชัดเจนในเรื่องนี้

Advertisement

ขณะที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวว่า จริงๆ ตามข้อบังคับก็เป็นเหมือนที่ประธานสภาได้กล่าวมา เนื่องจากไม่มีความจำเป็นที่สภาจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตแล้ว แต่จะถือเป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส.ในกรณีนี้ไม่ได้เด็ดขาด เพราะกฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่าจำเป็นต้องมาขออนุญาตต่อสภา เพราะเจตนารมณ์ในสมัยก่อนมีการฟ้องร้องเพื่อกลั่นแกล้งไม่ให้ ส.ส.มาทำหน้าที่ หรือไม่ให้มาลงมติในกฎหมายที่สำคัญ แต่ในยุคสมัยนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปมากจากสมัยก่อน และกฎหมายได้ระบุว่าสิ่งนี้ไม่ใช่เอกสิทธิ์เด็ดขาด แต่สามารถส่งตัว ส.ส.ไปได้หากสภามีมติ ดังนั้น ตนหวังว่าบรรทัดฐานในอนาคต ในคดีที่เป็นความผิดส่วนบุคคลโดยแท้ ที่ทราบกันดีว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง

“ผมคิดว่ากฎหมายได้ระบุไว้แล้วว่าสภาสามารถใช้วิจารณญาณแล้วแต่กรณีได้ และคิดว่าต่อไปเราคงจะไม่ได้ใช้วัฒนธรรมว่าจะไม่อนุญาตในทุกกรณี แต่ในบางกรณีเราสามารถใช้มติร่วมกัน ซึ่งเราไม่ได้พิพากษาว่า ส.ส.ทำผิดหรือไม่ แต่เราอนุญาตให้เจ้าหน้าที่นำ ส.ส.ท่านนั้นไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรม และให้เข้าสู่กระบวนการอย่างเป็นธรรมทุกฝ่าย จึงอยากให้สภามีบรรทัดฐานแบบนี้ในอนาคต” นายปกรณ์วุฒิกล่าว

จากนั้น นายวันมูหะมัดนอร์ชี้แจงว่า เป็นไปตามข้อบังคับ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือแจ้งมาที่สภา เพราะนายไชยามพวานได้เข้าไปมอบตัวแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อมอบตัวแล้วจะไม่ดำเนินการอะไร ในช่วงเปิดสมัยประชุม ในวันที่ไม่มีการประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำตัวไปสอบสวนได้ แต่วันที่มีการประชุมก็ต้องให้มาประชุมตามปกติ นี่เป็นเงื่อนไขของการจับกุมตัว ไม่ใช่ว่ามีอิสระอะไร ต้องอยู่ภายใต้บังคับตำรวจ ส่วนสภา เมื่อขอถอนแล้วก็ถือว่าหมดความจำเป็น ไม่ต้องดำเนินการอะไร แต่หากนายไชยามพวานยังไม่ไปมอบตัว วันนี้เราก็ต้องมีการถามมติว่าจะให้ดำเนินคดีหรือให้นายไชยามพวานไปรายงานตัว ส่วนเรื่องการร้องจริยธรรมนั้น ตนได้สั่งให้มีการบรรจุระเบียบวาระของคณะกรรมการจริยธรรมแล้ว ซึ่งคณะกรรมการฯจะได้ดำเนินการต่อไป ย้ำว่าเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้หมายความว่าตำรวจหรือรัฐบาลจะไปกลั่นแกล้งสมาชิกได้ ต้องให้สิทธิสมาชิกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่